ทวีวัฒน์ เดชโพธิยานนท์ ทุ่มงบ 100 ล้าน สร้าง “Sports & Lifestyle Destination “ สนามไดรฟ์กอล์ฟแห่งใหม่

เมื่อวันที่30 มิถุนายน 2569 บริษัท เอ็ม สปอร์ต คอมเพล็กซ์ จำกัด เปิดตัว “สนามไดรฟ์กอล์ฟ เอ็ม สปอร์ต พลัส” อย่างเป็นทางการ ณ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดใหม่นายรัฐพล นราดิศร เป็นประธานในพิธีเปิด นายทวีวัฒน์ เดชโพธิยานนท์ กรรมการบริหารบริษัท เอ็มสปอร์ตคอมเพล็กซ์ จำกัด  และพล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข อดีตรองผบ.ตร.,พล.อ.เจน คีรีทวีป อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก,นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมงานครั้งนี้

ด้านนายทวีวัฒน์ เดชโพธิยานนท์ กรรมการบริหารบริษัท เอ็มสปอร์ตคอมเพล็กซ์ จำกัดเปิดเผยว่าสนามไดรฟ์กอล์ฟ เอ็ม สปอร์ต พลัส ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ใช้งบประมาณในการลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท พร้อมเลนไดรฟ์ จำนวน 128 เลน และพื้นที่ฝึกซ้อมขนาดใหญ่ รองรับการฝึกซ้อม การออกกำลังกาย และกิจกรรมด้านกีฬาอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานการฝึกซ้อมกอล์ฟของจังหวัดเชียงใหม่ให้มีความทันสมัยและทัดเทียมมาตรฐานสากลโครงการได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Sports & Lifestyle Destination” หรือจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงกีฬา สุขภาพ การพักผ่อน การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางสังคมเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากการให้บริการสนามฝึกซ้อมกอล์ฟแล้ว เอ็ม สปอร์ต พลัส ยังมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทักษะกีฬากอล์ฟสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป พร้อมรองรับกิจกรรมการแข่งขัน การฝึกอบรม การประชุมสัมมนา และกิจกรรมพิเศษด้านกีฬา ทั้งในระดับจังหวัด ระดับประเทศ และระดับนานาชาติในอนาคต

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sports Tourism และช่วยเพิ่มศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ในการก้าวสู่การเป็นเมืองกีฬาและจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับนานาชาติ

ในด้านเศรษฐกิจ โครงการคาดว่าจะช่วยสร้างการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนกระจายรายได้ไปยังภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการในพื้นที่ อันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่และชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน

พิธีเปิดสนามไดรฟ์กอล์ฟ เอ็ม สปอร์ต พลัส จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดย ณ สนามไดรฟ์กอล์ฟ เอ็ม สปอร์ต พลัส ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมเยี่ยมชมสนาม เปิดประสบการณ์การใช้บริการสนามแบบพรีเมียม การตีลูกกอล์ฟไฟพร้อมกัน 60 ช่องตี และกิจกรรมเฉลิมฉลองการเปิดสนามอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวเอ็ม สปอร์ต พลัสในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของภาคเอกชนในการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้แก่จังหวัดเชียงใหม่ในระยะยาว

คนรักตุ่ นันทิดา เข้าชมคอนเสิร์ตMeet&Greet Concert แบบใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 พี่เอ – วีระ วัฒนะจันทรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอน โมโต้ จำกัด เอาใจคนรักตุ่ นันทิดา จัดMeet&Greet Concert ณ ห้องแกรนด์ นันทา บอลรูม โรงแรม เซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ แฟนคลับพี่ตุ่ เข้าชมอย่างหนาแน่น พร้อมเปล่งเสียงเพลงสนุกๆ ร้องพร้อมกันตั้งแต่ต้นจนจบเพลง ภายในงานบรรยากาศเป็นกันเอง ได้รับความอบอุ่นจากนักร้องที่ชื่นชอบ

และเวลา 19.00 น. แฟนคลับตุ่ นันทิดา เริ่มทยอยเข้าร่วมงานกันอย่างหนาแน่นเพื่อรอคอยศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ ทำให้ห้องแกรนด์นันทา บอลรูม โรงแรม เซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ที่กว้างขวางกับมีผู้คนหนาแน่นภายในไม่กี่ชั่วโมง เพื่อรอคอยศิลปินในดวงใจคับกล่อมบทเพลงอันไพเราะให้พวกเขาได้รับฟัง นอกจากแฟนคลับชาวเชียงใหม่แล้วยังมีแฟนคลับจังหวัดใกล้เคียงอาทิจังหวัดเชียงราย ลำพูน ลำปางก้เข้าร่วมงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้อีกด้วย

 

 

“SPICE JOURNEY” โรงแรมรายาเฮอริเทจ เชียงใหม่

โรงแรมรายาเฮอริเทจ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติ ความรู้ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมผ่านศาสตร์แห่งอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับงานSPICE JOURNEY กิจกรรมพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องเทศ ประวัติศาสตร์ และวิถีอาหารของผู้คนในภูมิภาค

ภายในงานท่านจะได้เพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายเมนูจากวัฒนธรรมอาหารของ พม่า ยูนนาน ลาว และล้านนา ซึ่งได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยเชฟของรายาเฮอริเทจ ผ่านการคัดสรรเครื่องเทศและวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาคอย่างโดดเด่น

งาน SPICE JOURNEY จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569ตั้งแต่ช่วงบ่ายต่อเนื่องไปจนถึงมื้ออาหารค่ำ โดยมีกิจกรรมหลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงลึกทั้งด้านรสชาติและองค์ความรู้ ได้แก่

14:30 น. | Special Talk at Baan Ta
หัวข้อ “รอยทางคาราวานการค้า นำพาซึ่งรสชาติอาหารในยูนนาน พม่า และล้านนา”
โดย คุณทวีป ฤทธินภากร นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอ ประวัติศาสตร์ศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภัณฑารักษ์แห่งสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ การบรรยายครั้งนี้จะพาผู้เข้าร่วมย้อนสำรวจเส้นทางการค้าโบราณ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารและการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบระหว่างภูมิภาค

15:30 น. | Mixology Demonstration at Baan Ta
การสาธิตการปรุงเครื่องดื่มทั้ง Cocktail และ Mocktail โดยนำเครื่องเทศมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์รสชาติและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์

16:30 น. | Spice World & Spice Blend at Lobby
ร่วมสำรวจเรื่องราวของโลกแห่งเครื่องเทศ พร้อมเรียนรู้ศาสตร์แห่งการผสมเครื่องเทศ โดย ดร.นิทัศน์ บุญไพศาลสถิตย์ และดร.กาญจนา สมมิตร จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภายใต้โครงการLMC Spice Route

17:00 น. | Culinary Demonstration at Khu Khao Lawn
การสาธิตการปรุงอาหารโดยเชฟ ซึ่งนำเครื่องเทศพื้นถิ่นมาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์เมนูที่โดดเด่นทั้งด้านรสชาติ กลิ่นหอม และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

ปิดท้ายค่ำคืนด้วย Dinner Buffet ในร้านอาหารคุข้าว ที่รวบรวมเมนูอาหารพิเศษจาก พม่า ยูนนาน ลาว และล้านนา ให้ทุกท่านได้ลิ้มลองความหลากหลายของรสชาติอันเกิดจากการเดินทางของเครื่องเทศผ่านกาลเวลา

SPICE JOURNEY จึงไม่ใช่เพียงอีเว้นท์อาหาร หากเป็นการเดินทางผ่านเรื่องเล่า วัฒนธรรม และมรดกทางรสชาติ ที่เชื่อมโยงผู้คนและภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

SPICE JOURNEY โรงแรมรายาเฮอริเทจ
13:30 ถึง 20:00 น. วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569
ราคา 1,990 บาทสุทธิ ต่อท่าน

ติดต่อสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่โทร. 053-111-670
หรืออีเมล fb_co@rayaheritage.com
www.rayaheritage.com

อบจ.เชียงใหม่ร่วมกับเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชน เร่งฟื้นฟูวังท่าเจดีย์กิ่ว 112 ปี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.69 ที่วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่เดิม)นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเสวนาฟื้นใจบ้าน ฟื้นใจย่าน ฟื้นชีวิตเมือง เปิดบ้านเรียนรู้ เชื่อมผู้คน ฟื้นฟูย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์:Opening Learning Houses,Connecting People,Revitailzing Craft Districts ภายในงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว”112 ปี ศรีนครา คาราฯนิวาส ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้น โดยมีผู้ช่วยศาสตราจาร์ ครนพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา,ดร.อัคค์สัจจา ดวงสุภาสิญจ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์สัมพันธ์ มทร.ล้านนา,รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนงานและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน องค์กร ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อเราพูดถึงเมืองเชียงใหม่ สิ่งที่เป็นหัวใจและเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน คือ “ย่านเก่า” ซึ่งเปรียบเสมือนสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม และความทรงจำร่วมของชุมชนเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วังท่าเจดีย์กิ่ว” หรือที่เราคุ้นเคยในฐานะอดีตสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในปีนี้มีอายุครบ 112 ปี ถือเป็นพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage) ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงและเติบโตของเมืองในปัจจุบัน ย่านเก่าหลายแห่งกำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างชุมชนที่เปลี่ยนไป ซึ่งหากเราปล่อยให้คุณค่าเหล่านี้เลือนหายไปตามกาลเวลา ก็นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง

การจัดงานเสวนาในวันนี้ ภายใต้ โครงการโปรแกรมบ่มเพาะและเร่งรัดกระบวนการเพื่อมุ่งสู่เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด ระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตลอดจนภาคีท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาครัฐ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญและทันท่วงที ในการร่วมกันค้นหาแนวทาง หรือ Solution ที่เหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “ฟื้นใจย่าน” และ “เปิดย่าน”

การนำเครื่องมือด้านการพัฒนาเมืองมาปรับใช้อย่างสมดุลในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อการอนุรักษ์ตึกเก่าหรือบ้านโบราณให้คงอยู่เท่านั้น แต่คือการ “คืนชีวิต” ให้พื้นที่มรดกเหล่านี้กลับมาโลดแล่น เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายรุ่น และต่อยอดสู่การเป็น “พื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และงานคราฟต์ของชุมชน” ที่สามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน

“ผมขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ทั้งเจ้านายฝ่ายเหนือ นักวิชาการล้านนา และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ที่มาร่วมแบ่งปันมุมมองและองค์ความรู้ในวันนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่พี่น้องในชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกท่านที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ให้น่าอยู่และเติบโตอย่างมีรากเหง้าต่อไป”นายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าว

สำหรับงานเสวนาช่วงที่ 1 หัวข้อ “เล่าเรื่องบ้านเก่า คุ้มเจ้าเก่าสู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้และพื้นที่สร้างสรรค์”ผู้ร่วมเสวนามประกอบด้วย  เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ ผู้เคยสัมผัสกับคุ้มท่าเจดีย์กิ่ว ในช่วงวัยเด็ก, อาจารย์สนั่น ธรรมธิ นักวิชาการล้านนา, พล.ต.ต.อนุ เนินหาด ผู้เขียนหนังสือเรื่องเก่าล้านนาและ พ.ต.อ.นพคุณ กิตติการกุล ผู้เขียนบทความล้านนา

ส่วนการเสวนาช่วงที่ 2 หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านพื้นที่ Heritage สู่พื้นที่เศรษฐกิจ Craft ชุมชน”ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ วรพจน์พรชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, อาจารย์ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร พัชรประกิติ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาและ นายปรานต์ เทวภูชม CEO บริษัท PHM จำกัด โดยผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองและข้อคิดเห็นต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่มารับฟังและเที่ยวชมงานจำนวนมาก

 

 

อบจ.เชียงใหม่ จับมือ ธนารักษ์ ชุบชีวิตประวัติศาสตร์ 112 ปี เปิดงาน “วังท่าเจดีย์กิ่ว ศรีนครา ดาราฯนิวาส” มุ่งสร้างแหล่งเรียนรู้ล้านนาที่มีชีวิต

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569  นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศรนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวสนับสนุนการจัดงาน วังท่าเจดีย์กิ่ว “112 ปี ศรีนครา ดาราฯนิวาส” ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง อบจ.เชียงใหม่ และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่  ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2569 โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ วังท่าเจดีย์กิ่ว (สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เดิม) ต.ช้างม่อย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้แบบบูรณาการ รวมถึงการสร้างความร่วมมือ อันแข็งแกร่งของภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่

อบจ.เชียงใหม่ ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ เข้ามาดูแลและรับผิดชอบ
ในการบูรณะทั้งในส่วนของ อาคารสถานที่ ตลอดจนการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ มีเนื้อที่กว่า 8 ไร่ โดยมีเป้าหมายสูงสุด
คือการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต” ให้คงอยู่คู่เมืองเชียงใหม่ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีต อันทรงคุณค่า ควบคู่ไปกับการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมล้านนา ต่อไป

ภายในงานจัด 3 กิจกรรมหลัก:

นิทรรศการประวัติศาสตร์: พาย้อนเวลากลับสู่อดีตเพื่อซึมซับเรื่องราวอันทรงคุณค่าของ “ดาราฯนิวาส”

กาดโบราณล้านนา: ตลาดย้อนยุคที่รวบรวมอาหารพื้นเมืองและของหาทานยาก

นาฏศิลป์ & คีตดนตรี: การแสดงศิลปวัฒนธรรมและการบรรเลงดนตรีล้านนาสุดอลังการ

ม.แม่โจ้ ประกาศยกย่องอาจารย์ดีเด่น-บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น ประจำปี 2568 เตรียมมอบรางวัลเข็มเพชรแม่โจ้เชิดชูเกียรติ

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกอาจารย์ดีเด่น และบุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นบุคลากรอันทรงคุณค่าของมหาวิทยาลัย ผู้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี มีความสามารถในการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ อุทิศตนให้แก่มหาวิทยาลัยแม่โจ้และสังคมอย่างเต็มกำลังความสามารถ ค้นคว้าวิจัย ถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาและชุมชนอย่างเต็มที่ พร้อมกับประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมงานและนักศึกษา มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม

 

มหาวิทยาลัยได้ประกาศรายชื่ออาจารย์ดีเด่น และบุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณยกย่อง สร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน โดยมีผู้ผ่านการพิจารณาได้รับการคัดเลือก ประจำปี 2568 ตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ดังนี้

อาจารย์ดีเด่น
•อาจารย์ดีเด่นด้านการเรียนการสอน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระพล เสนพันธุ์ สังกัดคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร

•อาจารย์ดีเด่นด้านการวิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.จักรพงษ์ กางโสภา สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร

•อาจารย์ดีเด่นด้านบริการวิชาการ ได้แก่ อาจารย์ ดร.แสงเดือน อินชนบท สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร

บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น
•บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น ด้านบริการดีเด่น ได้แก่ นายประภัย สุขอิน สังกัดมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร

•บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น ด้านวิชาชีพดีเด่น ได้แก่ ดร.เทพพิทักษ์ บุญทา สังกัดคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ

•บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น ด้านนวัตกรรมดีเด่น ได้แก่ ดร.นรินทร์ ท้าวแก่นจันทร์ สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 6 ท่าน จะเข้ารับโล่เชิดชูเกียรติพร้อมเข็มเพชรแม่โจ้จากอธิการบดี ในพิธีไหว้ครูประจำปี 2569 ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมเชื่นชมยินดีกับการได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าในครั้งนี้

“เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ โปรโมตเสน่ห์ไถตง เปิดตลาดท่องเที่ยวไทย ชวนคนเชียงใหม่ เที่ยวไต้หวันตะวันออก”

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 – เทศบาลเมืองไถตง โดยสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว Bu min zhemg  หรือ Blake Pu ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการท่องเที่ยวรัฐบาลเมืองไถตง นำคณะฯ ได้จัดกิจกรรมสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองไถตงในเชียงใหม่ ประเทศไทย เป็นครั้งแรก ภายใต้ธีม “2026 Taitung Tourism Promotion Event” เชิญผู้ประกอบการท่องเที่ยว สื่อมวลชน และผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวของไทยเข้าร่วม เพื่อแนะนำเสน่ห์ของภูเขา ทะเล วัฒนธรรมพื้นเมือง และวิถีชีวิตท้องถิ่นของไถตง พร้อมยกระดับภาพลักษณ์เมืองไถตงในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่สำคัญของไต้หวันที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เทศบาลเมืองไถตงจึงเลือกประเทศไทยเป็นเมืองเป้าหมายในการทำการตลาด เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไทยมาสัมผัสธรรมชาติและบรรยากาศ Slow life ฝั่งตะวันออกของไต้หวัน

ภายในงานมีผู้ประกอบการและสื่อจากไทยเข้าร่วมกว่า 40 คน พร้อมการแสดงวัฒนธรรมพื้นเมืองและกิจกรรมสัมผัสอาหารท้องถิ่น เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองไถตงอย่างใกล้ชิด หลายคนที่เคยเดินทางมาไถตงแล้วก็ต่างประทับใจทั้งธรรมชาติ และวัฒนธรรม อีกทั้งมีความสนใจพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเพิ่มเติมขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ยังเชิญ KOL ชาวไทย “Bankpyt” ถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไถตงผ่านมุมมองจริง ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการและสื่อในไทย พร้อมมีการแสดงดนตรีและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย–ไต้หวัน

เทศบาลเมืองไถตงระบุว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งตรงกับจุดเด่นของไถตง ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรมชนพื้นเมือง เทศกาลบอลลูนลมร้อนนานาชาติ และประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบผ่อนคลาย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการด้านการท่องเที่ยวของตลาดไทยเป็นอย่างมาก การส่งเสริมและแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวระหว่างเมืองไถตงและเชียงใหม่ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการเพิ่มการรับรู้และการพูดถึงเมืองไถตงในตลาดไทยเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และขยายโอกาสความร่วมมือและผลประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวของไถตงในตลาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

เซ็นทรัล เชียงราย ขานรับกระแสฟีเวอร์ฟุตบอลโลก! ผนึกกำลัง กกท. เชียงราย และพันธมิตร เปิดศึกดวลแข้ง “Kids Street Futsal 2026”

เซ็นทรัล เชียงราย ขานรับกระแสฟีเวอร์ฟุตบอลโลก! ผนึกกำลัง กกท. เชียงราย และพันธมิตร เปิดศึกดวลแข้ง “Kids Street Futsal 2026” ตอกย้ำวิสัยทัศน์เมืองกีฬา พร้อมยกระดับสู่ ‘สปอร์ตคอมมูนิตี้’ แห่งภาคเหนือตอนบน

เชียงราย (18 มิ.ย.69) – ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ร่วมกับ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จังหวัดเชียงราย, ฝ่ายกีฬาฟุตบอล สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย, Toyota Chiangrai, Supersports, Robinson Chiangrai, Adidas และโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย พร้อมด้วยองค์กรพันธมิตรชั้นนำ ร่วมปลุกกระแสความตื่นตัวด้านกีฬาต้อนรับเทศกาลฟุตบอลโลก เตรียมเปิดลานกาสะลองจัดการแข่งขันสตรีทฟุตซอลเยาวชนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Central Chiangrai & SAT Kids Street Futsal 2026” ภายใต้แนวคิด “Street Energy. Future Champions.”

การผนึกกำลังในครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะใช้มิติทางด้านกีฬาเป็นสื่อกลางในการพัฒนาเยาวชนให้ใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเดินหน้าดึงดูดนักกีฬาและนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) อย่างเป็นรูปธรรม

การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดเชียงรายในฐานะ “เมืองกีฬา (Sport City)” อย่างแท้จริง โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับพื้นที่ให้เป็น “Sport Community” หรือศูนย์รวมของคนรักกีฬาและครอบครัว พร้อมเนรมิตพื้นที่ลานกาสะลองให้กลายเป็นเทศกาลกีฬาสำหรับครอบครัวสุดยิ่งใหญ่ (Family Urban Sport Festival) ที่ผสมผสานความสนุกสนานและกลิ่นอายของวงการฟุตบอลระดับโลก (FIFA Culture) เข้ากับเอกลักษณ์อันโดดเด่นของสตรีทฟุตบอล (Street Football) ได้อย่างลงตัว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดทั้งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ครอบครัวผู้ติดตาม ตลอดจนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาร่วมงานได้อย่างเนืองแน่น

นอกเหนือจากเป้าหมายด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว หัวใจสำคัญของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ คือการสนับสนุนศักยภาพด้านกีฬาของเยาวชนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นเวทีเกียรติยศให้เด็กๆ ได้ประลองฝีเท้าและแสดงทักษะทางด้านฟุตซอล พร้อมปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย โดยเปิดรับสมัครนักเตะเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 3 รุ่นอายุ รวมทั้งสิ้น 40 ทีม (ทีมละ 5 คน) ได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี (U8), 10 ปี (U10) และ 12 ปี (U12) เพื่อชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 20,000 บาท พร้อมชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และใบประกาศนียบัตรสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน

ไฮไลท์สำคัญ! ร่วมอุ่นเครื่องก่อนเปิดศึกในงานแถลงข่าว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและประกาศความยิ่งใหญ่อย่างเป็นทางการ ขอเชิญสื่อมวลชน ตัวแทนทีมกีฬา และผู้ที่สนใจ ร่วมงานแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีจับสลากแบ่งสาย ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 – 18.00 น. ณ บริเวณทางเชื่อมจริงใจ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

กำหนดการแข่งขันจริง (ณ ลานกาสะลอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย):
• วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 69: แข่งขันแบ่งกลุ่ม จำนวน 28 คู่
• วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 69: แข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม จำนวน 32 คู่
• วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 69: น็อกเอาต์ รอบชิงชนะเลิศ จำนวน 20 คู่

ขอเชิญชวนชาวเชียงราย นักท่องเที่ยว และผู้ที่ชื่นชอบกีฬา ร่วมสัมผัสบรรยากาศสตรีทฟุตซอลสุดมันส์ พร้อมส่งเสียงเชียร์เป็นกำลังใจให้กับนักเตะเยาวชนที่จะก้าวขึ้นเป็นแชมป์ในอนาคต โดยสามารถเข้าชมฟรีตลอดการแข่งขัน

“เกษตรเชียงใหม่หนุนแมคคาเดเมียอมก๋อย สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว สู่ความยั่งยืน”

 

เมื่อเร็วๆ นี้ นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตแมคคาเดเมีย ณ บ้านแม่ต๋อม ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายรัตนากร ยอดใจเพ็ชร และนายนฤเบศ สุริยะบุปผา ประธานวิสาหกิจชุมชนแมคคาเดเมียอมก๋อย ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงานและสถานการณ์การผลิตในพื้นที่

อำเภออมก๋อยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทั้งด้านภูมิประเทศและชาติพันธุ์ แม้ว่าปัจจุบันโครงสร้างประชากรจะเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงภาคการเกษตรที่กำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานรุ่นใหม่ แต่ที่บ้านแม่ต๋อมยังคงมีตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างน่าชื่นชม​ ดังนายนฤเบศ สุริยะบุปผา อายุ 29 ปี สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ ได้ตัดสินใจกลับมาสืบทอดอาชีพการปลูกแมคคาเดเมียจากครอบครัว พร้อมรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จำนวน 29 รายจัดตั้งวิสาหกิจุมชน มีพื้นที่ปลูกกว่า 500 ไร่ เพื่อพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน​ รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกในราคากิโลกรัมละ 80 บาท พร้อมจัดหาเครื่องกระเทาะเปลือกไว้ให้บริการแก่สมาชิกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จากนั้นนำผลผลิตเข้าสู่กระบวนการตาก อบ กระเทาะเปลือก และบรรจุถุงสูญญากาศเพื่อจำหน่าย สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างคุ้มค่า โดยนำเปลือกชั้นนอกไปผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และนำเปลือกแข็งส่งต่อเพื่อผลิตไบโอชาร์ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ช่วยลดของเสียและเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต เป็นตัวอย่างของการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนแมคคาเดเมียอมก๋อยนับเป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด สร้างความมั่นคงทางอาชีพและความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว

 

อบจ.เชียงใหม่ เซ็น MOU นำร่อง EV BUS บริการรับส่งนักเรียน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นผู้แทนเข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาระบบบริการรถสาธารณะพลังงานสะอาด EV Bus นำร่องบริการรับส่งนักเรียน ร่วมกับโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนดาราวิทยาลัย ณ ห้องประชุมสภา อบจ.เชียงใหม่ ชั้น 2

โดยก่อนเริ่มพิธีลงนาม ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณและถวายความเคารพอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.เกรียง ฐิติจำเริญพร ผู้จัดการ-ผู้อำนวยการโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และน.ส.เสาวลักษณ์ ดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนดาราวิทยาลัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดา โชติพัฒนโภคิณ
รองผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์
ผู้อำนวยการสำนักประสานงาน ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ หน่วย บพท. ผู้บริหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ข้าราชการ คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี

นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เตรียมนำร่องโครงการรถโดยสารรับ–ส่งนักเรียนใน 2 โรงเรียน เพื่อช่วยลดปัญหาการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน และสร้างความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียน โดยรถทุกคันจะติดตั้งระบบติดตามและอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน พร้อมย้ำว่าการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาการจราจรในระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานระบบคมนาคมที่ยั่งยืนในอนาคต ผ่านการขยายเส้นทางและพัฒนารถโดยสารไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และยกระดับเชียงใหม่สู่การเป็นเมืองน่าอยู่และเมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจสำคัญของ อบจ.เชียงใหม่ ในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีมาตรฐาน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ถนนแก้วนวรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีความหนาแน่นของการจราจรในช่วงเปิด-ปิดภาคเรียน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ได้แก่
1. พัฒนาระบบรับส่งนักเรียนและประชาชนให้มีมาตรฐานและความปลอดภัยตามกฎหมาย พร้อมช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในพื้นที่ถนนแก้วนวรัฐ
2. บูรณาการข้อมูลนักเรียนและเส้นทางการให้บริการระหว่าง อบจ.เชียงใหม่ และสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
3. ร่วมกันออกแบบและปรับปรุงรูปแบบการให้บริการรถสาธารณะ EV Bus ผ่านกลไกคณะทำงานที่มีผู้แทนจากทุกฝ่าย
4. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ เพื่อเพิ่มการใช้บริการของนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน
5. ลดอุบัติเหตุและความเสี่ยงจากการเดินทาง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดเชียงใหม่ให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการของนักเรียนและประชาชนได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดีใกล้บ้าน” ของ อบจ.เชียงใหม่