ท่าอากาศยานเชียงใหม่ชวนชุมชนเต้นแอโรบิก เสริมสุขภาพ สร้างความสัมพันธ์ ภายใต้โครงการ “ชีวิตดีดี ไปกับ AOT“

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นายสรายุทธ จำปา รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายสนับสนุนธุรกิจ) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานท่าอากาศยานเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมเต้นแอโรบิกร่วมกับประชาชนชุมชนบ้านช่างทอง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “ชีวิตดีดี ไปกับ AOT” ประจำปี 2569 ณ ลานกิจกรรมวัดช่างทอง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธ ระหว่างเดือนพฤษภาคม–กันยายน 2569 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน อันนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งการเต้นแอโรบิกถือเป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย ลดความเครียด และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในชุมชน
ในการนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้สนับสนุนครูผู้สอนเต้นแอโรบิก น้ำดื่มตราสัญลักษณ์ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และเสื้อกิจกรรม พร้อมร่วมออกกำลังกายกับประชาชนในพื้นที่ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน
โครงการ “ชีวิตดีดี ไปกับ AOT” เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างท่าอากาศยานและชุมชนโดยรอบ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน


เกษตรเชียงใหม่ชูต้นแบบ “เกษตรทฤษฎีใหม่สู้วิกฤตซุปเปอร์เอลนีโญ” พลิก 36 ไร่สู่ฟาร์มอัจฉริยะ สร้างรายได้มั่นคงและยั่งยืน

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่าย อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรผสมผสาน ภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนางสาวอัจฉรา จุมภูกำ เกษตรกรต้นแบบรางวัลระดับประเทศ และนายวารินทร์ พงษ์ตา เกษตรอำเภอสันป่าตอง ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะซุปเปอร์เอลนีโญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง กรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้เร่งถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการปรับตัวให้แก่เกษตรกร เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านการผลิต

นางสาวอัจฉรา จุมภูกำ เกษตรกรต้นแบบ ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่การเกษตรจำนวน 36 ไร่ จากเดิมที่ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว สู่การทำเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรผสมผสาน โดยจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระบบ แบ่งเป็นแหล่งน้ำ พื้นที่ทำนา แปลงผักยกแคร่ พื้นที่เลี้ยงไก่ และสวนไม้ผล อาทิ ลำไย มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน และมะม่วง รวมถึงปลูกไม้ยืนต้นบนคันนา เช่น ตะเคียนทอง ซึ่งเจ้าของแปลงเรียกว่า “คันนาทองคำ” สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่การเกษตร

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต โดยใช้สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยอินทรีย์ และแหนแดง ทั้งในฐานะปุ๋ยธรรมชาติและอาหารสัตว์ ช่วยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ ผ่านระบบแปลงนาอัจฉริยะ (Smart Farm) การบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบ Internet of Things (IoT) ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการจัดรูปแปลงและปรับปรุงระบบส่งน้ำแบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปุ๋ยตลอดฤดูการผลิต ขณะที่สวนไม้ผลใช้ระบบน้ำหยด ช่วยประหยัดน้ำและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแปลงเกษตรแห่งนี้ได้ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชนโดยรอบ พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และก้าวสู่การเกษตรที่ยั่งยืนในอนาคต

“ งานโฮมสุขภัณฑ์ Mid Year Sale ” มหกรรมช้อปมันส์ กลางปี สูงสุด90%

มหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่กลางปี ที่รวบรวมสินค้า คุณภาพดี จากแบรนด์ชั้นนำ ยกขบวนสินค้ากว่า 5,000 รายการ ทั้งกระเบื้องปูพื้น กระเบื้องผนัง สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ อุปกรณ์ห้องน้ำ ห้องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้าครัว ลูกบิด และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยคุณแพร ณัฐณิชา อนุรุทธิ์เนตรศิริ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เเปิดเผยว่า การจัดมหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่กลางปีครั้งนี่ เป็นการยกขบวนสินค้าคุณภาพดีมาลดราคา ลดจัดหนักสูงสุด 90% งานนี้เอาใจพี่ช่าง ผู้รับเหมา รวมทั้งลูกค้าที่กำลังตกแต่งบ้าน จะ ได้ช้อปสินค้าคุณภาพดี ในราคาสุดคุ้ม

โดยภายในงาน ห้ามพลาดกับกิจกรรมและโปรโมชั่นแบบจัด หนักจัดเต็มสินค้าราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 90% และทุกวันบ่าย 2 โมง พบกับสินค้านาทีทอง เริ่มต้น 1 บาท ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม รับบัตรของขวัญโฮมสุขภัณฑ์ มูลค่า 10,000 บาท เมื่อช้อปครบ 500,000. พร้อมรับบัตรของขวัญโฮมสุขภัณฑ์ บาท เมื่อช้อปครบ 300,000.- มูลค่า 5,000 นอกจากนี้ทุกยอดซื้อมีรางวัล (ช้อปครบตามเงื่อนไข เล่นเกมส์รับของ รางวัลทันที) ด้านเอาใจคนรักครัวด้วยกิจกรรมทำขนม หอมๆจากเตา ทุกวันบ่ายโมง พลาดไม่ได้

– ฟรี! ของรางวัลจากกิจกรรมภายในงาน พร้อมทั้งอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ไม่อั้น

– ภายในงานพบกับ MC สาวสวยทุกวัน!!

ตั้งแต่วันนี้ – 15 มิถุนายน 69 (11 วันเท่านั้น) โฮมสุขภัณฑ์ เชียงใหม่ (หลัง ม. พายัพ) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 053- 126000

พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระภิกษุ สามเณร เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะกรรมการดำเนินงานด้านส่งเสริมศาสนามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระภิกษุ สามเณร เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาและพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคล สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม และถวายเป็นพุทธบูชา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ ข่วงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ทั้งนี้วิสาขบูชาในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นวันสำคัญของโลก ตามมติสมัชชาสหประชาชาติ ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ 3 ประการ คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า โดยเกิดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ต่างปีกัน ชาวพุทธจึงถือว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง สมควรที่พุทธศาสนิกชน จะเจริญพุทธานุสสติ รำลึกถึงพระอธิคุณและปฏิบัติถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชน ตระหนักถึงความสำคัญของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

 

 

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดงาน “สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา” ชูอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น สืบสานวัฒนธรรม 7 ชาติพันธุ์ล้านนา

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 โดยนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (ประธานเปิดงาน) และนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  ร่วมกันเปิดงาน “สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา” กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่

โดยภาคเหนือตอนบน 1 ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือที่มีความโดดเด่นด้านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่สืบทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน ประกอบด้วย 7 ชาติพันธุ์หลัก ได้แก่ ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ลัวะ ไทลื้อ ไทยวน ดาราอั้ง ไทใหญ่ และไทเขิน ซึ่งล้วนมีมรดกทางวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตที่แตกต่างและทรงคุณค่า และการจัดงานครั้งนี้มุ่งนำเสนอเสน่ห์ของอาหารชาติพันธุ์และอาหารพื้นถิ่นล้านนา เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่น

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การลิ้มลองอาหารชาติพันธุ์หาทานยาก เมนูพื้นถิ่นรสดั้งเดิมจากวัตถุดิบชุมชนที่สะท้อนภูมิปัญญาการจัดการทรัพยากรของกลุ่มชาติพันธุ์ การสาธิตการปรุงอาหารพื้นถิ่น การประกวดเชฟอาหารเพื่อการท่องเที่ยววัฒนธรรมชาติพันธุ์ กิจกรรมให้ความรู้และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตลอดจนการจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว

เชียงใหม่ชูแต้มต่อบนเวทีโลก ล่าสุด Forbes ยกเป็น 1 ใน 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Digital Nomad และ Creator ปี 2026

จังหวัดเชียงใหม่ประกาศศักดาบนเวทีโลกอีกครั้ง หลังนิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Forbes ได้จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทางคนทำงานดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 ร่วมกับหมุดหมายระดับโลกอย่าง เมเดยิน (โคลอมเบีย), เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้), ลิสบอน (โปรตุเกส), บาหลี (อินโดนีเซีย), เม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก), โตเกียว (ญี่ปุ่น) และเบอร์ลิน (เยอรมนี) ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ทุนทางปัญญาและความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

รายงานจาก Forbes ระบุว่า พฤติกรรมของกลุ่ม Digital Nomad ในปี 2026 ได้ยกระดับสู่การเป็น “ผู้ประกอบการดิจิทัล” (Digital Entrepreneur) ซึ่งการเลือกจุดหมายปลายทางในการพำนักระยะยาวไม่ได้มองเพียงแค่ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผลหรือสภาพอากาศที่ดีเท่านั้น แต่เน้นความสำคัญของเมืองที่มีระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพสูง เอื้อต่อการเติบโตทางธุรกิจ การสร้างรายได้ และการสร้างเครือข่ายคอนเนกชัน ซึ่งเชียงใหม่มีความโดดเด่นอย่างยิ่งด้านการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง Co-working Space ที่ทันสมัย วัฒนธรรมร้านกาแฟที่เอื้อต่อการทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้การสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบโลเคชันอิสระ เป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ

จากผลลัพธ์การจัดอันดับระดับโลกในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองบนเวทีสุดยอดผู้นำไมซ์ (MICE City Summit 2026) ที่จังหวัดเชียงใหม่ในฐานะไมซ์ซิตี้ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเมืองด้วยทุนสร้างสรรค์ หรือ Creative Capital รวมทั้งคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ต่าง ๆ โดยในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์แล้ว อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) จะสามารถเข้ามาขับเคลื่อนและเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสการเติบโตและต่อยอดกลุ่มคนทำงานศักยภาพสูงเหล่านี้ผ่าน 3 แนวทางเชิงกลยุทธ์ ได้แก่

1. ด้านการสร้างเวทีเครือข่ายสากล ด้วยการยกระดับเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการจัดงานประชุมและเวทีพบปะเจรจาธุรกิจ ในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเหล่าครีเอเตอร์ต่างชาติเข้ากับผู้ประกอบการและนักลงทุนในท้องถิ่น
2. ด้านการส่งเสริมเทศกาลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Festival Economy ด้วยการสนับสนุนและยกระดับงานแสดงสินค้า รวมถึงงานเทศกาลเฉพาะกลุ่มที่นำทุนทางวัฒนธรรม Soft Power และงานฝีมือล้านนามาผสานเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์ไมซ์รูปแบบใหม่ที่ดึงดูดนักเดินทางกำลังซื้อสูง
3. ด้านการพัฒนาสู่ Global Association Hub เพิ่มโอกาสในการดึงงานประชุมของสมาคมวิชาชีพและองค์กรนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเข้ามาจัดในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาวและกระตุ้นรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก

การที่เชียงใหม่ได้รับการยอมรับจาก Forbes ในครั้งนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญและเป็นนิมิตหมายอันดีในการฉายภาพความพร้อมของเมืองสร้างสรรค์ที่มีชีวิต และพร้อมที่จะนำมุมมองการพัฒนาเหล่านี้ไปเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงาน MICE City Summit 2027 ในปีหน้าต่อไปอีกด้วย

“เซ็นทรัลพัฒนา โชว์ศักยภาพเครือข่าย Central Pattana Multipurpose Halls กวาด 10 รางวัล จากเวที MICE Standards Day 2026”

เซ็นทรัลพัฒนา โชว์ศักยภาพเครือข่าย Central Pattana Multipurpose Halls กวาด 10 รางวัล จากเวที MICE Standards Day 2026 พร้อมเดินหน้ายกระดับฮอลล์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วไทย สู่จุดหมายปลายทางอีเวนต์ระดับโลก

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เชื่อมโยงธุรกิจหลักทั้งศูนย์การค้า, อาคารสำนักงาน, โรงแรม และที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่าย Central Pattana Multipurpose Halls ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ครอบคลุม 8 สาขาทั่วไทย คว้า 10 รางวัล ‘สถานที่จัดงานมาตรฐาน MICE’ จากเวที ‘MICE Standards Day 2026’ งานประกาศรางวัลด้านมาตรฐานสถานที่จัดงานระดับประเทศ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) พร้อมเดินหน้ายกระดับฮอลล์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ สู่จุดหมายปลายทางอีเวนต์ระดับโลก รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “จุดแข็งของเซ็นทรัลพัฒนาคือการมี Convention Hall และพื้นที่จัดงานที่เชื่อมต่ออยู่ภายในศูนย์การค้าแบบครบวงจร สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกได้อย่างสะดวก แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์การทรานส์ฟอร์มศูนย์การค้าสู่การเป็น High-Yield Tourism Infrastructure เพื่อดึงดูดอีเวนต์และนิทรรศการระดับโลกตลอดทั้งปี”

คุณอุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ในนาม เซ็นทรัลพัฒนา รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ Central Pattana Multipurpose Halls ได้รับ 10 รางวัลจากเวที MICE Standards Day 2026 ซึ่งครอบคลุม 8 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, ลาดพร้าว, อยุธยา, นครสวรรค์, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, หาดใหญ่, โคราช, และอุดร ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงมาตรฐาน คุณภาพ และศักยภาพระดับสากลของเครือข่ายฮอลล์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จัดงานและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

เซ็นทรัลพัฒนา เผย 3 Key Success Factors ยกระดับ Central Pattana Multipurpose Halls ทั่วไทย
สู่ ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ และสร้าง Global Event Destinations
1. Trusted Venue Standards มาตรฐานสถานที่จัดงานระดับสากล
2. A Nationwide Platform for Global Events จุดหมายสำคัญของงานระดับโลกในประเทศไทย
3. The Future of Event Spaces ฮอลล์ยุคใหม่ ตอบโจทย์อนาคตอุตสาหกรรม MICE
นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ยังเดินหน้าพัฒนาและขยายพื้นที่จัดงานใหม่ต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม MICE รวมถึง Global Event และ Entertainment Experiences ในอนาคต

พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมติดตามและเชื่อมโยงซื้อขาย “ลำไยและผลไม้”

พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมติดตามและเชื่อมโยงซื้อขาย “ลำไยและผลไม้” ผ่านตลาดข้อตกลง หนุนกระจายผลผลิตสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (21 พ.ค. 69) นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมเชื่อมโยงซื้อขาย “ลำไยและผลไม้” ผ่านตลาดข้อตกลง โดยใช้สัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน ณ โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย เกษตรกร สถาบันเกษตรกรผู้ปลูกลำไยและผลไม้ ผู้ประกอบการ ห้างค้าส่ง-ค้าปลีกสมัยใหม่ ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยและผลไม้ในพื้นที่ พร้อมผลักดันการเชื่อมโยงตลาดและการกระจายผลผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่าย สร้างโอกาสทางการค้า และยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยและผลไม้อื่น ๆ ในภาคเหนืออย่างยั่งยืนต่อไป

ทกจ.เตรียมผลักดัน “สำรับชาติพันธุ์สีสันแห่ง ล้านนา” หวังดึงนทท.สัมผัสด้านอาหาร วิถีชีวิต ภาษา ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

จังหวัดเชียงใหม่ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงาน “สำรับชาติพันธุ์สีสันแห่ง ล้านนา” ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ผ่านอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ล้านนา ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านอาหาร วิถีชีวิต ภาษา ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่า

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เสน่ห์ของล้านนาไม่ได้มีเพียงแหล่ง ท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังรวมถึงอาหารพื้นถิ่น วิถีชีวิต และวัฒนธรรมชาติพันธุ์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ซึ่ง ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมสำคัญในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการจัดงาน “สำรับชาติพันธุ์ สีสันแห่งล้านนา” จะช่วยเชื่อมโยงชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ผ่านเสน่ห์ของอาหารและอัตลักษณ์ล้านนา เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ทางการท่องเที่ยวให้กับผู้มาเยือน

 

ด้านนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและ กีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เล็งเห็นถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ซึ่งถือเป็น Soft Power สำคัญในการ ดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ จึงได้ดำเนินโครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์สีสันแห่งล้านนา” ผ่าน 3

กิจกรรมหลัก ได้แก่การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์ความรู้ด้านอาหารชาติพันธุ์ ระหว่างวันที่ 27 – 28พฤษภาคม 2569 ที่ เชียงใหม่ แกรนด์วิว, การประกวดและสาธิตเมนูอาหารพื้นถิ่น ระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2569 ที่เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ตและ กิจกรรมส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารชาติพันธุ์ล้านนา เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนประกอบการ เพื่อร่วมกันผลักดันอาหารและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา สู่การเป็นจุดขายสำคัญด้านการของภาคเหนือ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

เชียงใหม่เปิดฉาก “Doi Suthep Night Run 2026″ นักวิ่ง 500 ชีวิตร่วมสัมผัสความงามยามค่ำคืน กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มุ่งยกระดับสู่เมือง Wellness City

จังหวัดเชียงใหม่ – นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติ เป็นประธานในพิธีเปิดและลั่นไกปล่อยตัวนักวิ่งในกิจกรรมวิ่ง “Doi Suthep Night Run 2026″ อย่างเป็นทางการ โดยมี นางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้า ส่วนราชการ ผู้แทนภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีอย่าง คับคั่ง ณ จุดปล่อยตัว สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมขับเคลื่อน นโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) และส่งเสริมภาพลักษณ์เมือง ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ในนามคณะทำงานผู้ จัดกิจกรรมฯ เปิดเผยว่า กิจกรรม “Doi Suthep Night Run 2026” จัดขึ้นภายใต้ โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Chiang Mai Wellness City) ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และ สร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอัตลักษณ์ความสวยงามของ ดอยสุเทพในมิติของยามค่ำคืน อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกก่อนการจัดกิจกรรม ประเพณีเตียวขึ้นดอย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาพรวมของจังหวัด เชียงใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย นักวิ่งผู้รักสุขภาพ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเต็มจำนวนรวมทั้งสิ้น 500 คน เส้นทาง วิ่งเริ่มต้นปล่อยตัวจากสำนักงานปศุสัตว์เขต 5 จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่เส้นชัย ณ วัด พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ซึ่งนักวิ่งทุกคนจะได้ท้าทายตนเองไปพร้อมกับการสัมผัส อากาศที่เย็นสบายและทัศนียภาพแสงไฟยามค่ำคืนที่งดงามของเมืองเชียงใหม่

มาตรการดูแลนักวิ่งและความพิเศษของกิจกรรม:

ความปลอดภัยสูงสุด: คณะผู้จัดงานได้เตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัย และจุดบริการน้ำดื่มตลอดเส้นทางอย่างเต็มพิกัด

การดูแลรับส่ง: มีระบบขนส่งเพื่อรับนักวิ่งทุกท่านหลังจากเข้าเส้นชัยกลับลงมายังจุด เริ่มต้นอย่างปลอดภัย

กิจกรรมพิเศษ: นักวิ่งที่เข้าสู่เส้นชัยทุกคนจะได้รับเสื้อ Finisher และร่วมสนุกกับ กิจกรรมการแสดงดนตรีพร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่ม ณ จุดสิ้นสุดกิจกรรม

การดำเนินงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดีจากการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานภาคีพันธมิตรหลายภาคส่วน อาทิ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร, สำนักงานปศุสัตว์เขต 5, หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2, เทศบาลนครเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่,ตำรวจจราจรเชียงใหม่,สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนสันทรายพิทยาคม, สหกรณ์โคนมเชียงใหม่,สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่, เทศบาลเมืองสุเทพ, เทศบาลตำบลช้างเผือก ตลอดจนชมรมวิ่งต่างๆ ได้แก่ ชมรมวิ่งแม่ขนิลครับ, ชมรมวิ่งนิยมรันและชมรมวิ่ง the forest Gang