“อรสิริน” ผนึกกำลังพันธมิตรกับ Tesla ประเทศไทย เปิดสถานีชาร์จ Supercharger และ Destination Charger ณ The Backyard Mahidol

เชียงใหม่, 27 สิงหาคม 2569 – บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่และภูมิภาค ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน จับมือ Tesla ประเทศไทย แบรนด์นวัตกรรมระดับโลก เปิดให้บริการสถานี Supercharger และ Destination Charger ณ The Backyard Mahidol เพื่อรองรับเจ้าของรถ Tesla ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมเพิ่มความสะดวกในการชาร์จทั้งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล

ความร่วมมือครั้งนี้ผสานจุดแข็งของ Tesla ประเทศไทย, อรสิริน และ The Backyard Mahidol ในการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของเจ้าของรถ Tesla โดยเฉพาะ พร้อมมอบความสะดวกให้สามารถชาร์จรถและใช้เวลาในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน นั่งทำงาน รับประทานอาหาร หรือดื่มกาแฟ

การเปิดให้บริการสถานีชาร์จครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวในการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า โดยสถานีชาร์จ ณ The Backyard Mahidol เปิดให้บริการรวม 6 หัวชาร์จ ได้แก่
• Supercharger 4 หัวชาร์จ รองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 250 กิโลวัตต์ (kW) ช่วยให้สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็ว โดยภายใน 15 นาที สามารถเพิ่มระยะทางการเดินทางได้สูงสุดประมาณ 308 กม.1
• Destination Charger 2 หัวชาร์จ เหมาะสำหรับการชาร์จรถระหว่างที่เจ้าของรถใช้เวลาอยู่ภายในโครงการ โดยเหมาะกับผู้ที่ต้องการจอดรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง เช่น พักผ่อน ทำงาน หรือรับประทานอาหารภายใน The Backyard Mahidol ช่วยให้สามารถชาร์จรถไปพร้อมกับใช้เวลาในโครงการได้อย่างสะดวก

โครงการ The Backyard Mahidol มอบประสบการณ์เหนือระดับ ได้รับการพัฒนาโดยอรสิรินให้เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมที่ผสมผสานนวัตกรรมแห่งยุคเข้ากับธรรมชาติอย่างมีเอกลักษณ์ เปิดให้บริการทุกวันเพื่อต้อนรับเจ้าของรถ Tesla และบุคคลทั่วไปให้เข้ามาพักผ่อน พร้อมสัมผัสประสบการณ์และสิทธิพิเศษจากอรสิริน
สิทธิพิเศษในการเปิดตัวครั้งนี้ เพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือและมอบประสบการณ์ให้แก่เจ้าของรถ Tesla ทางโครงการฯ มอบ สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของรถ Tesla ชาร์จฟรี 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-28 สิงหาคม 69 และ สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Tesla Owners Club ให้ลูกค้า Tesla เพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์ภายในโครงการ พร้อมรับสิทธิ์ ซื้อเครื่องดื่มกาแฟวาวี 1 แถม 1 ที่สาขา The Backyard Mahidol (เมื่อซื้อเครื่องดื่ม 1 แก้ว รับฟรีทันทีอีก 1 แก้ว)*

*เงื่อนไขการรับสิทธิ์: จำกัด 1 สิทธิ์ / 1 หมายเลขทะเบียนรถ / เดือน
*จำนวนจำกัด: สงวนสิทธิ์เฉพาะ 50 สิทธิ์แรกต่อเดือนเท่านั้น
(อ้างอิง Model 3 ภายใต้สภาวะการทดสอบ โดยระยะทางและความเร็วในการชาร์จอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นรถ สภาพแบตเตอรี่ และพฤติกรรมการขับขี่)

เซ็นทรัล เชียงใหม่ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เสิร์ฟ Tennis Lifestyle สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “THE 1 EXCLUSIVE: FIRST SERVE” Private Tennis Experience ครั้งแรกในเชียงใหม่

เชียงใหม่, 27 สิงหาคม 2569 – เทนนิสกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในมิติของกีฬา สุขภาพ และการพบปะของคนที่มีความสนใจเดียวกัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จึงต่อยอดเทรนด์นี้สู่ประสบการณ์พิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าคนสำคัญในเชียงใหม่ จัดงาน “THE 1 EXCLUSIVE: FIRST SERVE” Private Tennis Experience ครั้งแรกของ The 1 Exclusive ในเชียงใหม่ ณ Cross Court Club Chiang Mai ภายใต้แนวคิด “Serve with Style, Connect with Excellence” ผสาน Sport, Lifestyle และ Community เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสมาชิก The 1 Exclusive โดยเฉพาะ

“FIRST SERVE” ถูกออกแบบให้มากกว่าการเล่นเทนนิส แต่เป็นประสบการณ์ที่สมาชิกได้ทั้งสนุกกับกีฬา เปิดประสบการณ์ใหม่ และสร้างมิตรภาพไปพร้อมกัน เริ่มจาก Tennis Clinic กับทีมโค้ชมืออาชีพจาก Cross Court Club Chiang Mai ที่ดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งผู้เริ่มต้นและผู้มีประสบการณ์ ต่อด้วย Team Challenge ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้รู้จักและสร้างคอนเน็กชันใหม่ พร้อมทดลองอุปกรณ์ระดับโปรจาก HEAD โดย SuperSports เติมเต็มไลฟ์สไตล์ด้วย Welcome Drink จาก CHAGEE และ Boost, Beauty Experience จาก Lush Fresh Handmade Cosmetics ก่อนปิดท้ายด้วย Lucky Draw เสียงเพลงจาก DJ และ Canapé ในบรรยากาศพรีเมียมริมคอร์ต

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการรวมพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ Central Department Store, SuperSports, HEAD, Nike, New Balance, K-Swiss, Lush Fresh Handmade Cosmetics, CHAGEE, Boost, Sunnies, Bangkok Hospital Chiang Mai และ Cross Court Club Chiang Mai มาร่วมเติมเต็มประสบการณ์ให้ครอบคลุมทั้งกีฬา แฟชั่น สุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์ สะท้อนพลังความร่วมมือของพันธมิตรที่มาร่วมกันสร้างประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ความสนใจที่หลากหลายของสมาชิก

“FIRST SERVE” ยังสะท้อนแนวทางของ The 1 Exclusive ที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกให้มากกว่าการมอบสิทธิประโยชน์ ผ่านการออกแบบประสบการณ์ที่เข้าใจความสนใจและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยครั้งนี้ เซ็นทรัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นำเทรนด์เทนนิสมาสร้างเป็นพื้นที่ให้สมาชิกคนสำคัญในเชียงใหม่ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ดูแลสุขภาพ และเชื่อมต่อกับ Community ที่มีความสนใจเดียวกัน

เซ็นทรัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต พร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้สมาชิก The 1 Exclusive อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงผู้คนที่มีความสนใจเดียวกัน และสร้างช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน พร้อมชวนติดตามกิจกรรมพิเศษครั้งต่อไปเร็ว ๆ นี้

เชียงใหม่หารือพัฒนา “Chiang Mai Tram By Lannatique” ยกระดับการท่องเที่ยว เน้นบริการประทับใจ พร้อมต่อยอดถนนช้างคลานเป็นถนนคนเดิน

วันนี้ (26 ส.ค. 69) เวลา 14.10 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้แทนจากบริษัท เดอะ แกลเลอรี พัฒนา จำกัด เข้าพบ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการรถโดยสารประจำทางเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “Chiang Mai Tram By Lannatique” ซึ่งมีแนวคิดส่งเสริมระบบการเดินทางและการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนส่วนราชการและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมหารือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอแนวทางการพัฒนาเส้นทางให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะ เส้นทางรถสายมรดกโลก และวัดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้อย่างทั่วถึง พร้อมเน้นย้ำเรื่อง คุณภาพการให้บริการ ทั้งด้านความสะดวก ความปลอดภัย และการสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่จังหวัดเชียงใหม่ และเพิ่มศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเสนอแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ถนนช้างคลาน ให้เป็นถนนคนเดิน เพื่อเพิ่มกิจกรรมและสีสันด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มอบแนวทางให้บริษัทฯ ประสานหารือกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบพื้นที่ เพื่อพิจารณาแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันต่อไป
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาระบบการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 สั่งการเร่งด่วนเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ
ตำรวจภูธรภาค 5 จึงเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเพื่อรวบรวมและนำไปส่งมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต
สิ่งของที่เปิดรับบริจาค
• น้ำดื่มและเครื่องดื่มที่จำเป็น
• อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง
• ข้าวสาร
• ยาสามัญประจำบ้านและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น
• ของใช้ส่วนตัวและของใช้ในชีวิตประจำวัน
• ผ้าอ้อมเด็ก/ผู้ใหญ่ และสิ่งของจำเป็นสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ
• เครื่องใช้และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

จุดรับบริจาค : จุดประชาสัมพันธ์ อาคารที่ทำการตำรวจภูธรภาค 5
อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เปิดรับบริจาค: 19 -22 สิงหาคม 2569
สอบถามรายละเอียด: หมายเลขโทรศัพท์ 053 140 052

เชียงใหม่ หมุนวงล้อคัดเลือก 100 รายชื่อ ขึ้นบัญชีสำรองตัวแทนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จากผู้สมัครกว่า 1.5 หมื่นราย

วันนี้ (18 ส.ค. 69)  นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีการหมุนวงล้อคัดเลือกผู้มีสิทธิขึ้นบัญชีสำรองตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปกครองจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้น ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการจัดลำดับบัญชีรายชื่อสำรองของตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล (ชุดใหม่) ทดแทนบัญชีเดิมซึ่งได้เรียกใช้รายชื่อจากบัญชีสำรองไปจนครบ 100 รายแล้ว โดยได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สื่อมวลชน และประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในการหมุนวงล้อและเป็นสักขีพยานในการคัดเลือก

โดยก่อนหน้านี้ ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจและมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ยื่นความประสงค์เพื่อขึ้นบัญชีสำรองฯ ของจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 13 – 17 กรกฎาคม 2569 และได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นที่มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกฯ ในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นที่มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกจำนวน 15,850 ราย
การคัดเลือกในครั้งนี้ ใช้วิธีการหมุนวงล้อสุ่มจับหมายเลขประจำตัวของผู้สมัคร ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการสุ่มหมายเลขเพื่อออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ได้รายชื่อผู้มีสิทธิขึ้นบัญชีสำรองสำหรับการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจำหน่ายในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 100 ราย พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสด (Live สด) ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ “PR Chiangmai สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่“ ตลอดทั้งกิจกรรม เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใส และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับชม
สำหรับรายชื่อผู้มีสิทธิขึ้นบัญชีสำรองฯ จะมีอายุบัญชี 2 ปี นับตั้งแต่วันที่มีการรับรองรายชื่อ หรือจนกว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลง โดยจังหวัดเชียงใหม่จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ www.dopacm.go.th และปิดประกาศ ณ ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ และที่ทำการปกครองอำเภอทุกอำเภอ

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในแหล่งท่องเที่ยวแม่ริม เชียงใหม่

รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในแหล่งท่องเที่ยวแม่ริม กำชับยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
วันนี้ (16 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอแม่ริม โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกแม่สาและน้ำตกตาดหมอก พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด โดยในการลงพื้นที่ มีนายประเสริฐศักดิ์ บุตรสา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอแม่ริม นายกันต์ธร ทรงฤกษ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที หากเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ตรวจสอบความพร้อมของระบบแจ้งเตือนภัย อุปกรณ์เตือนภัย ตลอดจนเครื่องมือสำหรับการช่วยเหลือและกู้ภัย ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ยังคงประกาศปิดน้ำตกแม่สาเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จนกว่าสถานการณ์น้ำป่าและสภาพพื้นที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยขอให้นักท่องเที่ยวและประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

“พยัคฆ์ล้านนา” เตรียมพร้อมเปิดฤดูกาล นัดแรกพบกับ“เชียงราย ทีเอสซี” “ประธานสโมสร”มั่นใจเลื่อนชั้นลีก 2

“พยัคฆ์ล้านนา” สโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ เอฟซี เปิดตัวขุนกำลังนักเตะ สตาฟโค้ช รวมทั้งพันธมิตร และสปอนเซอร์หลัก ย้ำลุยสู้ศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ ฤดูกาล 2026/27 พร้อมตั้งเป้าหมายคว้าตั๋วไทยลีก 2 ในฤดูกาลหน้า มั่นใจเลื่อนชั้นได้ในฤดูกาลเดียว

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. ณ โครงการ Think Park อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ เอฟซี จัดงานเปิดตัวสู้ศึกไทยลีก 3 ฤดูกาลใหม่อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี คุณตัน ภาสกรนที ที่ปรึกษา และผู้สนับสนุนหลัก พร้อมด้วย “โค้ชเปา” นายอนันต์ อมรเลิศศักดิ์ ประธานสโมสร รวมทั้งผู้สนับสนุน สปอนเซอร์ กองเชียร์แฟนบอล เข้าร่วมงานในบรรยากาศคึกคัก

โดยภายในงานมีการเปิดตัวนักเตะของสโมสร สตาฟโค้ช ผู้ฝึกสอน และผู้สนับสนุน พร้อมเปิดตัวชุดแข่งใหม่ จำนวน 3 ชุด 1. ชุดเหย้าสีน้ำเงิน 2.ชุดเยือนแบบที่ 1 สีเหลือง 3.ชุดเยือนแบบที่ 2 สีขาว ภายใต้แบรนด์ AI SPORT พร้อมสโลแกน “TimeToHunt” (ได้เวลาออกล่า) ปลุกกระแสแฟนบอลท้องถิ่นให้กลับมาคึกคัก และยังเป็นการส่งสัญญาณถึงคู่แข่งในโซนเหนือว่า พยัคฆ์ตัวนี้พร้อมลุยทุกนัด โดยยังคงยึด สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นป้อมปราการหลัก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศการเชียร์ที่กดดันทีมเยือนเสมอ

ด้าน นายอนันต์ อมรเลิศศักดิ์ ประธานสโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ เอฟซี เปิดเผยว่า สำหรับการเตรียมทีมสู้ศึกไทยลีก 3 โซนภาคเหนือในฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงนี้ ได้มีการวางโครงสร้างทีมใหม่ ผสมผสานนักเตะรุ่นเก๋า พร้อมผลักดันนักเตะดาวรุ่ง ชูระบบอะคาเดมี่ เน้นขุมกำลังท้องถิ่น ดันนักเตะดาวรุ่งจากอะคาเดมี่ในเชียงใหม่และภาคเหนือขึ้นสู่ชุดใหญ่ เพื่อสร้างฐานแฟนบอลและตัวแทนของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ผสมผสานกับนักเตะตัวเก๋า และนักเตะต่างชาติให้ลงตัว เสริมทัพแน่นในตำแหน่งสำคัญด้วยผู้เล่นที่มีประสบการณ์เข้ามาควบคุมจังหวะเกม และช่วยประคองรุ่นน้องในสนาม

นอกจากนี้ ทีมยังมีความพร้อมเรื่องเงินทุน โดยการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก อาทิ อิชิตัน กรุ๊ป (นำโดย คุณตัน ภาสกรนที), นายวรพจน์ กาญจน ผู้บริหารของ สกาย บีช, นายณภัทร  ประเสริฐดี, และอื่นๆ ที่เข้ามาช่วยเสริมความมั่นคงด้านงบประมาณพร้อมทีมงานการบริหารจัดการ

“เป้าหมายเดียวแชมป์โซนเหนือ และตั๋วรอบแชมเปี้ยนส์ลีก หลังจากฤดูกาลที่ผ่านมาจบในลำดับต้นๆ ของตาราง ภารกิจหลักในฤดูกาล 2026/27 คือการยกระดับฟอร์มการเล่นให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะเกมเยือน การลุ้นแชมป์โซนภาคเหนือเพื่อคว้าสิทธิ์ลุยรอบแชมเปี้ยนส์ลีก (Champions League) จึงไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้เพื่อแฟนบอล “พยัคฆ์ล้านนา” ที่ยังคงเคียงข้างสโมสรอย่างเหนียวแน่นกว่า 100,000 คนบนโซเชียลมีเดีย “นายอนันต์ กล่าว

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ ของสโมสรฟุตบอลเชียงใหม่ เอฟซี จะเริ่มต้นนัดแรกในวันที่ 19 กันยายน 2569 โดยออกไปเยือนสโมสรฟุตบอลเชียงราย ทีเอสซี ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสโมสรได้ในเพจ Official Chiangmai Football Club

17-23 สิงหาคมนี้ ชวนเที่ยวงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ “NARIT SCIENCE WEEK 2026” จัดใหญ่พร้อมกันทุกภูมิภาค

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนเที่ยวงาน NARIT Science Week 2026 สัปดาห์วิทยาศาสตร์สำหรับคนรักดวงดาว 17-23 สิงหาคม 2569 จัดเต็ม 5 แห่งที่เชียงใหม่ โคราช ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เรียนรู้และสนุกกับกิจกรรมดาราศาสตร์เต็มอิ่มตลอดสัปดาห์ พาออกเดินทางสู่โลกแห่งดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอวกาศ ผ่านกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ เยาวชน ครอบครัว และผู้สนใจทุกวัย ได้เรียนรู้และลงมือทำไปพร้อมกัน พร้อมชวนติดตามเรื่องราวภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกของไทย กับอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย “CE-7 MATCH” ที่เตรียมเดินทางขึ้นสู่อวกาศในเดือนสิงหาคมนี้

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สดร. กำหนดจัดงาน “NARIT Science Week 2026” สัปดาห์วิทยาศาสตร์ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม 2569 ระดมทีมจัดกิจกรรมดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์พร้อมกัน 5 แห่งทั่วประเทศ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา ตั้งแต่เวลา 09:00-16:00 น. ชวนชมท้องฟ้าจำลอง และภาพยนตร์ดาราศาสตร์ ระบบฟลูโดมดิจิทัล สนุกกับนิทรรศการดาราศาสตร์แบบ Interactive พร้อมพาเหรดกิจกรรมเวิร์คช็อป

พบกับไฮไลต์สำคัญของปีนี้ ครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ทำความรู้จักกับ “อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH” ที่จะติดตั้งไปกับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนในโครงการฉางเอ๋อ 7 ภายใต้โครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) 1 ใน 7 เครื่องมือวิทยาศาสตร์จากนานาชาติที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมภารกิจนี้ และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยจะไปปฏิบัติภารกิจโคจรรอบดวงจันทร์ มีกำหนดปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่อวกาศในวันที่ 24 สิงหาคม 2569

กิจกรรมที่น่าสนใจในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ของแต่ละแห่งมีดังนี้

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ : พบกับภารกิจไล่ล่ารหัสลับพาน้อง ๆ ลงมือทำ ทดลอง และค้นพบความสนุกของวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง กับกิจกรรม ROCKET CHALLENGE และ ROVER LAB มาเปลี่ยนจินตนาการให้เป็นผลงานชิ้นเดียวในโลกกับกิจกรรม DIY สุดคูล เช่น เข็มกลัดดาราศาสตร์ กำไลข้อมือเรืองแสง และโคมไฟกลุ่มดาว ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงที่พาไปค้นพบความมหัศจรรย์ของแสงและอวกาศ เวิร์คช็อปการทดลองสุดสนุกธีมอวกาศที่อัดแน่นด้วยความรู้กับการประดิษฐ์และปล่อยจรวดขวดน้ำ พร้อมลุ้นรับของรางวัลทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 084-0882261

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา : หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนแห่งแรกของ NARIT ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พบกับกิจกรรมพิเศษจัดเต็ม อาทิ จรวดขวดน้ำ การสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ ภารกิจพลิกแรงโน้มถ่วงปฏิบัติการกู้คืนแคปซูลอวกาศ โชว์วิทยาศาสตร์สุดตื่นเต้นกับคลื่นล่องหน สอบถามรายละเอียด โทร. 086-4291489

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น : หอดูดาวภูมิภาคสำหรับชาวอีสานฝั่งเหนือ พบกับพาเหรดเวิร์คช็อปสุดเจ๋ง อาทิ ประดิษฐ์พวงกุญแจจักราศี Zodiac Keychain ภารกิจปล่อยจรวจสู่อวกาศ ปล่อยพลังไปกับ Walk Rally ล่าแต้มหาขุมทรัพย์ ชวนมาหรรษาสุด Exclusive ใน KIDS ZONE กับกิจกรรม กำไลดวงดาวพราวแสง สีสันจักรราศี แต่งแต้มจักรวาล ซุ้มดวงดาว เทียนเจลดาราศาสตร์ สอบถามรายละเอียด โทร. 063-8921854

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา : แหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ พบกับหลากหลายกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นเฉพาะสัปดาห์วิทยาศาสตร์เท่านั้น ได้แก่ ชิงชัยแข่งขันรถพลังงานลม และกิจกรรมเวิร์คช็อปสารพัดของกุ๊กกิ๊กดาราศาสตร์ อาทิ พวงกุญแจเรซิน เข็มกลัด DIY และโชว์วิทยาศาสตร์ สอบถามรายละเอียด โทร. 084-0882264

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา : หอดูดาวแห่งภาคใต้ ตั้งอยู่บนเขารูปช้างใจกลางเมืองสงขลา ชวนมาดูความสวยงามของวิวทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา พบกับเวิร์คช็อปและกิจกรรมดาราศาสตร์ อาทิ บิงโกดาราศาสตร์ การสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ และสำรวจดาวอังคาร จรวดขวดน้ำ ประกอบกล้องโทรทรรศน์อย่างง่าย โชว์วิทยาศาสตร์สุดพิเศษ สอบถามรายละเอียด โทร. 095-1450411

พิเศษคืนวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 ชวนดูดาวฟรีกับกิจกรรม NARIT Public Night เวลา 18:00-22:00 น. สัมผัสประสบการณ์ดูดาวจริงผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากหลายชนิดได้ที่หอดูดาวทุกแห่ง

สำหรับโรงเรียนที่ประสงค์นำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม NARIT Science Week 2026 เป็นหมู่คณะ ติดต่อประสานงานโดยตรง และจองรอบท้องฟ้าจำลองล่วงหน้าได้ทางเบอร์โทรศัพท์ของหอดูดาวที่แจ้งไว้ข้างต้น ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นการเข้าชมท้องฟ้าจำลอง มีค่าธรรมเนียม เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือเพจเฟซบุ๊กของหอดูดาวแต่ละแห่ง

ดาวน์โหลดสื่อประชาสัมพันธ์และภาพกิจกรรมเพิ่มเติม :  https://drive.google.com/drive/folders/1NbNAcVj-cY0KbMMOQSVxNJ8K7mjP6swH?usp=sharing

AOT เปิดเวที “INNOLUTION 2026” ชวนคนไทยร่วมสร้างนวัตกรรม ยกระดับอนาคตสนามบินไทย ชิงรางวัลรวมกว่า 450,000 บาท

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดพื้นที่ให้บุคลากรด้านนวัตกรรม นิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการ Startup และประชาชนทั่วไป ร่วมเสนอแนวคิดและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการสนามบิน การให้บริการผู้โดยสาร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันแนวคิดที่มีศักยภาพสู่การพัฒนาและใช้งานจริงในอนาคต โดยเปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสนามบินของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการในอนาคต ซึ่งการประกวด
แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่
– Performance & Efficiency นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ AOT
– Passenger Experience นวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร
– Sustainability นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
สำหรับบุคคลทั่วไป เช่น นิสิต นักศึกษา Startup ผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนที่สนใจ สามารถสมัครได้ 2 หัวข้อ ได้แก่ Passenger Experience และ Sustainability ส่วนพนักงานและลูกจ้าง AOT สามารถสมัครเข้าร่วมได้ทั้ง 3 หัวข้อ ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดจะได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 450,000 บาท พร้อมโล่รางวัลเกียรติยศจาก AOT และผลงานอาจได้รับโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาและใช้งานจริง
ผู้สนใจสามารถสมัครเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสนามบินของประเทศไทยสู่อนาคต ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 23.59 น. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้ที่ https://s.airportthai.co.th/nqm2hns และสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://aotinnovation.airportthai.co.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายกลยุทธ์นวัตกรรม โทรศัพท์ 0 2535 6538 และ 0 2535 6532

ศุลกากรภาค 3 จับบุหรี่ต่างประเทศกว่า 1.5 ล้านมวน มูลค่ากว่า 7.6 ล้านบาท ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 เดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การกำกับของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนโยบายกรมศุลกากร โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศที่หลีกเลี่ยงภาษีและไม่ผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง
โดยเมื่อวันที่ 4 และ 7 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 เข้าตรวจค้นบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หลังพบสิ่งของต้องสงสัยจำนวนมาก ซึ่งไม่มีหลักฐานการนำเข้าหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง จึงอายัดไว้เพื่อตรวจสอบ

จากการเปิดตรวจพบของกลางเป็น บุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศและบุหรี่ที่ผลิตเพื่อส่งออก รวม 7,647 คอตตอน หรือ 1,529,400 มวน มูลค่ากว่า 7,647,000 บาท โดยไม่พบอากรแสตมป์และหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และนำส่งด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “NEXT DRIVE CUSTOMS: ศุลกากรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ใส่ใจสังคม” โดยมุ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ Social Protector เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
กรมศุลกากรยืนยันจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าบุหรี่และสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำข้อมูลข่าวกรองและเทคโนโลยีมาใช้ในการสกัดกั้นการกระทำผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่สุจริต