บ.ชาญไพบูลย์ ฯ จัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ 9.9 Rasland Paini Beyond Style, Beyond Performance แบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำจากอิตาลี

เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ของ Painiแบรนด์ ก๊อกน้ำที่กล้ารับประกันตลอดอายุการใช้งาน ที่อยู่มาแล้วกว่า 70 ปี วันนี้ Paini กลับมาอีกครั้งด้วยสินค้าใหม่ยกเซ็ต ทั้งก๊อกน้ำ ก๊อกยืนอาบ ก๊อกลงอ่าง ก๊อกซิงค์ล้างจาน ฝักบัว เรนชาวเวอร์ สายฉีดชำระ ท่อน้ำทิ้ง สะดืออ่าง สต็อปวาล์ว จัดมาให้คุณได้สัมผัสสินค้าเป็นครั้งแรก! และที่แรกในประเทศไทย!

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 บริษัท ชาญไพบูลย์ เทรดดิ้ง (1972) จำกัด ก่อตั้งในปี 2515 โดย คุณชาญชัย ชาญชนาไพบูลย์ ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากเห็นคนไทยได้ใช้สุขภัณฑ์ระดับมาตรฐานสากล แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการทำธุรกิจภายในครอบครัว   เป็นตัวแทนนำเข้าอย่างเป็นทางการของ Paini, Aquaflex, Schell, Fornara, แฮคก้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งห้องน้ำแบรนด์ Rasland และ Ben ที่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย

 ปัจจุบัน ชาญไพบูลย์ เป็นผู้นำเข้าสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งห้องน้ำมาตรฐานสากล จำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และกำลังเติบโตในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

คอลเล็กชันใหม่ของ Paini ทั้ง 6 คอลเลกชัน ซึ่งแต่ละคอลเลกชันก็ มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป

เริ่มจากคอลเลกชันแรก Moderno (โม-เดิร์น-โน่)

คอลเลกชันที่โดดเด่นที่สุดของ Paini ซีซันนี้ ถ้าเปรียบเป็นมือถือ ก็เหมือนมือถือรุ่นแฟล็กชิปที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มเปี่ยมและดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา เรียกว่าอยู่ในห้องน้ำบ้านใครหรือว่าอยู่ในโครงการไหน ใครเห็นใครก็ต้องมอง ดีไซน์ตัวก๊อกมีความโค้งมน ให้ความรู้สึกโมเดิร์น ใครเห็นก็นึกถึงความเป็นอิตาลีอย่างแน่นนอน

คอลเลกชันที่ 2 Elegante (เอ-เล-แกน-เต้)                                                                                                        

ถ้าถามว่าคอล เลกชันไหนที่ดูหรูหราที่สุดของ Paini ซีซันนี้ เราขอยกให้รุ่น Elegante เพราะความโค้งมนของปากก๊อก และมือจับที่จับถนัดมือพอดี ทำให้ก๊อกทั้ง 2 ตัวไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ดูหรูหรามีระดับมากเป็นพิเศษ ถ้าลองหลับตา ก๊อก 2 ตัวนี้เหมาะจะอยู่ในโรงแรมหรู ซึ่งลูกค้าท่านไหนซื้อก๊อกรุ่นนี้ไปก็สามารถเนรมิตห้องน้ำที่บ้านให้กลายเป็นห้องน้ำสุดหรูได้ในพริบตา

คอลเลกชันที่ 3 Funzione (ฟัน-ซิ-โอ-เน่)

เมื่อพูดถึงก๊อกแล้ว จะพลาดก๊อกซิงค์ล้างจานไปไม่ได้ Paini ขอเชิญสัมผัส ประสบการณ์กับก๊อกซิงค์ล้างจานระดับไฮเอนด์ที่ไม่เหมือนใครด้วยรุ่นFuzione คอลเลกชันนี้มาพร้อมกับสินค้า 2 รุ่น ด้วยกัน คือก๊อกซิงค์สีโครเมียม และก๊อกซิงค์สีดำ ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีครัวฝรั่งหรือครัวเบาภายในบ้าน ใช้ล้างแก้ว ล้างจาน ที่ไม่ได้หนักหน่วงมาก แต่ทำความสะอาด ได้ถึงจุดดีไซน์ตัวก๊อกมาพร้อมความโค้งมนเข้ากับคอลเลกชันอื่นๆ งวงก๊อกตั้งฉาก ทำ ให้ครัวดูทันสมัยมากขึ้นไปอีกสเตป

คอลเลกชันที่ 4 Fredo (เฟร-โด้)

คอลเลกชันนี้มีทั้งก๊อก ขนาดใหญ่ ก๊อกขนาดเล็ก ก๊อกยืนอาบ ก๊อกลงอ่าง เรียกว่า ใครจะตกแต่งห้องน้ำ หรือรีโนเวตห้องน้ำ ใหม่ เปลี่ยนห้องน้ำด้วยคอลเลกชัน Fredo ทั้งเซ็ตก็เหมือนได้ห้องน้ำใหม่ คอลเลกชันนี้เราเน้นที่ความมินิมอล ขนาดก๊อกแต่ละตัวจึงถูก ออกแบบมาอย่างพอดี ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป เหมาะกับห้องน้ำ คอนโดมิเนียมหรือบ้านที่ต้องการความคุมโทน ญี่ปุ่น เซน แต่ก็ไม่น่า เบื่อด้วยดีไซน์ที่เป็นเหลี่ยมมุมของตัวก๊อก ทั้ง ยังจับกระชับ แข็งแรง ทนทานมากยิ่งขึ้น

คอลเลกชันที่ 5 Qualita (ควอ-ลิ-ต้า)

ชื่อก็บอกอยู่แยู่ ล้วว่าคือ คอลเลกชันแห่ง Quality หรือความคุ้มค่า ถ้าพูดถึงว่าคอลเลกชันไหนที่คุ้มค่าที่สุด บอดี้ใหญ่ กระชับ แข็งแรงที่สุดในซีซันนี้ เราขอยกให้ Qualitaเพราะ Qualita มาพร้อมบอดี้ที่ใหญ่ ทำให้สินค้าแต่ละชิ้นดูเฟิร์มเป็นพิเศษ แถมราคายัง คุ้มค่า เหมาะกับห้องน้ำที่เน้นการใช้งานมากเป็นพิเศษ แถม ยังมีทั้งก๊อกขนาดใหญ่ ก๊อกขนาดเล็ก ก๊อกยืนอาบ ก๊อกลง อ่าง เรียกว่าเหมาะกับห้องน้ำ ทุกสไตล์

คอลเลกชันที่ 6 Creativo (ครี-เอ-ทิ-โว่)

หากใครกำ ลังมอง หาก๊อกน้ำ สไตล์วินเทจ ขอให้พุ่งมาที่คอลเลกชัน Creativo เพราะก๊อกทั้ง 4 ตัวของคอลเลกชันนี้คือตัวแทนของความย้อนยุค ดีไซน์เน้นความกลมมนและปากก๊อกที่ยาวเป็นพิเศษ ทำให้ห้องน้ำ ย้อนไปสู่ยุค 60-70 ที่ตอนนี้เป็นเทรนด์การแต่งห้องน้ำ ที่ได้รับความนิยมสุดๆ หรือใครที่ต้องการ ความครีเอทีฟ แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ก็สามารถช้อปก๊อก คอลเลกชันนี้ไปตกแต่งห้องน้ำได้เลย

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะ Paini ซีซันนี้ยังมีสินค้าใหม่อย่างฝักบัวสายอ่อน สายฉีดชำ ระ สะดืออ่าง สต็อปวาล์วและเรนชาวเวอร์ ที่ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และประสิทธิภาพการใช้งานที่เหนือใครตามคอนเซปต์ Beyond Style, Beyond Performance และขอย้ำ ความมั่นใจอีกครั้งว่าสินค้าของ Paini ทุกรุ่นทุก ประเภท รับประกันตลอดอายุการใช้งาน

บีเจซี บิ๊กซี จัดการแข่งขันโครงการ “Big C ดนตรีไทย ปีที่ 4 ” รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการแข่งขันโครงการ Big C ดนตรีไทย ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “โสตศิลป์สืบสานดนตรีไทย เพราะดนตรีไทยคือสมบัติของแผ่นดิน” ณ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาเชียงใหม่ 2 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ส่งเสริมศักยภาพและทักษะทางดนตรีไทยของเยาวชนและครูดนตรี ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในรอบคัดเลือก มีเยาวชนส่งผลงานเข้าร่วมแข่งขันกว่า 1,900 ทีมทั่วประเทศ โดยโครงการดังกล่าวถือว่าได้เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถสู่สาธารณชน ณ ห้างบิ๊กซี เพื่อชิงแชมป์ในระดับภูมิภาค และเป็นตัวแทนในการเข้าแข่งขันระดับประเทศเพื่อชิง 12 ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาและรางวัลรวมมูลค่ากว่า 850,000 บาท จำนวน 188 รางวัล

ซึ่งในปีนี้ บิ๊กซี จัดการประกวดแข่งขันในบิ๊กซี 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ณ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาเชียงใหม่ 2 ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ บิ๊กซี สาขาราชดำริ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ บิ๊กซี สาขาขอนแก่น 1 ภาคใต้และภาคตะวันตก ณ บิ๊กซี สาขาสุราษฎร์ธานี

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วภูมิภาคเหนือได้แสดงความสามารถในประเภทต่าง ๆ ทั้ง ประเภทเดี่ยวและคู่ (รุ่นอายุ 6-12 ปี และ 13 -19 ปี) และ ประเภท Trio (รุ่นอายุ 6-15 ปี และ 16-25 ปี) ซึ่งเป็นรายการใหม่ที่ผสมผสานเครื่องดนตรีไทยร่วมกับเครื่องดนตรีสากล ผู้ชนะจะเป็นตัวแทนของภาคเหนือ

เพื่อเข้าแข่งขันในรอบชิงแชมป์ระดับประเทศ ชิง 12 ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเดือนตุลาคม 2568 นี้

 

” มาดามหยก “ สืบสานประเพณีล้านนา ร่วมทำบุญ 12 เป็ง และสลากภัต ณ วัดยางกวง เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 เจ้าอาวาสวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม ทำบุญ 12 เป็ง และการตานก๋วยสลากร่วมกับประชาชน ชาวบ้าน และลูกศิษย์ที่นับถือ

พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที เจ้าอาวาสวัดยางกวง จ.เชียงใหม่ ได้กล่าวถึงงานประเพณี 12 เป็ง และการตานก๋วยสลากที่วัดนั้น ได้รับเกียรติจากคุณกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก ถวายการตานก๋วยสลากร่วมกับคณะฯ และร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ พระวิหารลายคำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐ์ฐาน องค์พระพุทธรูป นามว่า พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญ ที่องค์พระยาเม็งรายมหาราช ได้ทรงสถาปนาขึ้นไว้

“ ประเพณี 12 เป็ง เป็นประเพณีของชาวล้านนาตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 เหนือ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ภาคกลาง) ที่เชื่อว่าพญายมราชจะปล่อยวิญญาณผู้ล่วงลับ (เปรต) จากนรกให้กลับมายังโลกมนุษย์เพื่อรับส่วนบุญกุศลจากญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ ในวันนี้ ชาวล้านนาจะพากันไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ และมีการทำบุญฟังเทศน์พระธรรม เพื่อให้เหล่าเปรตหลุดพ้นจากความทุกข์ ”

และสลากภัตคือทานที่ไม่เจาะจง ต่างคนต่างฝ่ายต่างบริสุทธิ์ที่มาทำบุญร่วมกัน เชื่อว่าจึงเป็นบุญที่มีอนิสงฆ์มาก เพราะไม่เจือโดยความโลภ ความโกรธ นั่นเอง

ทั้งนี้ คุณกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และในฐานะที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานชมรม Change Together byมาดามหยก และ INDY TEAM ได้พูดถึง การร่วมทำบุญประเพณี 12 เป็งแบบล้านนาที่วัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ว่า การจัดกิจกรรมแบบนี้ ถือเป็นการทำบุญให้แก่ผู้ลวงลับไปแล้วได้รับบุญกุศลจากญาติที่ร่วมทำบุญอุทิศไปให้ มองว่ากิจกรรมแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีทำให้เป็นการบำรุงศาสนา และให้ประชาชนระลึกถึงบรรพบุรุษ อีกด้วย นอกจากนั้น ยังเป็นการกลับมาดูแลพระวิหารลายคำ พระพุทธรูปองค์สำคัญ ของวัดครั้งที่เคยสนับสนุนการปัจจัยบูรณะปฏิสังขรณ์

กิจกรรมวันนี้ มาดามหยกได้นำอาหาร อาทิไก่ทอด หมูทอด ส้มตำ ข้าวเหนียวและอื่นๆ ร่วมถวายทานในกิจกรรม 12 เป็งครั้งนี้ ทั้งนี้ ยังฝากถึงคนรุ่นใหม่ ไม่ใช้แต่คนรุ่นหลังให้ระลึกถึงประเพณีที่ดีงามแบบนี้ คงคู่กับชาวล้านนาของเราต่อๆ ไป ซึ่งมองว่าวัฒนธรรม ประเพณีของชาวล้านนา เรามีเสน่ห์ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้

ทรู คอร์ปอเรชั่น สนับสนุนภาครัฐและกองทัพไทยเสริมสัญญาณสื่อสาร 5G-4G-3G บนภูมะเขือ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 – ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสนับสนุนภารกิจภาครัฐและกองทัพไทย ขยายสัญญาณ 5G-4G บนคลื่น 700 MHz และเสริม4G-3G บนคลื่น 2100 MHz ไปยังภูมะเขือได้สำเร็จซึ่งทำให้ปัจจุบันเจ้าหน้าที่บนภูมะเขือสามารถสื่อสารได้ด้วยสัญญาณทรู จากการส่งสัญญาณด้วยเสามือถือทรูที่ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ไปถึงพื้นที่บนภูมะเขือ พร้อมเร่งเดินหน้าสำรวจพื้นที่ร่วมกับภาครัฐ กองทัพ และกสทช. เพื่อติดตั้งเสาสื่อสารบนภูมะเขืออย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารในพื้นที่ชายแดนและสนับสนุนกองทัพไทย

สำหรับการขยายสัญญาณแบบเร่งด่วน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ทำการเชื่อมเครือข่ายดังกล่าวด้วยการปรับทิศทางการรับส่งสัญญาณจากเสาสัญญาณที่ติดตั้ง ผามออีแดง โดยนำคลื่น 700 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ต่ำ (Low-band) มีประสิทธิภาพสูงในการกระจายสัญญาณได้ไกลสามารถรองรับ 5G และ 4G พร้อมกับนำคลื่น 2100 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่กลาง (Mid-band) มาเปิดเสริม 4G และ 3G ให้ครอบคลุมพื้นที่สูงบนภูมะเขือ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารและใช้งานวอยซ์และอินเทอร์เน็ตในกรณีเร่งด่วนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้สนับสนุนตามคำขอของภาครัฐในการเพิ่มสัญญาณเพื่อภารกิจความมั่นคงและปฏิบัติควบคู่ไปกับมาตรการควบคุมเสาสัญญาณของ กสทช.

พร้อมกันนี้ สำหรับแผนระยะยาว ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ กองทัพ และ กสทช. ในการลงพื้นที่สำรวจเพิ่มเติมร่วมกันสำหรับวางแผนตั้งเสาสัญญาณมือถือบนภูมะเขืออย่างยั่งยืนในระยะต่อไป เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารดิจิทัลในพื้นที่ชายแดนให้มั่นคงตามคำขอภาครัฐ

นายประเทศ ตันกุรานันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยระบบสารสนเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ทรูมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและกองทัพ ด้วยศักยภาพเครือข่ายที่ทันสมัยและครอบคลุม เพื่อให้ภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการส่งสัญญาณจากสถานีฐานผามออีแดงถึงภูมะเขือนับเป็นการสนับสนุนเฉพาะกิจแบบเร่งด่วน และเรากำลังเดินหน้าร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ กองทัพ และกสทช. เพื่อติดตั้งเสาสัญญาณอย่างยั่งยืนบนภูมะเขือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ปฏิบัติตามมาตรการกสทช. อย่างเข้มงวดในการควบคุมสถานีฐานบริเวณชายแดนตลอดมา ซึ่งรวมถึงการดำเนินการรื้อเสา ถอดอุปกรณ์ และปรับลดความสูงตามกำหนด เพื่อไม่ให้นำสัญญาณโทรศัพท์มือถือไปใช้นอกเขตประเทศไทย

นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังนำระบบ AI-CODC (Cell Outage Detection & Compensation) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ตรวจสอบสัญญาณสถานีฐานมาใช้งาน โดยระบบนี้เป็น SelfHealing Network ใช้ปัญญาประดิษฐ์บริหารจัดการเครือข่ายและมอนิเตอร์ได้แบบเรียลไทม์เมื่อสถานีฐานขัดข้อง ระบบจะปรับจูนสัญญาณอัตโนมัติจากสถานีใกล้เคียงมาชดเชย ทำให้ยังคงใช้บริการได้ต่อเนื่องและลดความเสี่ยงของทีมเน็ตเวิร์กในพื้นที่ชายแดนที่ยังมีความขัดแย้ง

ท่าอากาศยานเชียงใหม่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม

วันที่ 4 กันยายน 2568 นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) มอบถุงยังชีพจำนวน 50 ชุด พร้อมน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ซึ่งพนักงานท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมขึ้น เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายเมธาพันธ์ ภุชกฤษดาภา กำนันตำบลสุเทพ ในฐานะประธานเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับมอบ

การมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของท่าอากาศยานเชียงใหม่ในการยืนหยัดเคียงข้างชุมชนในยามประสบภัย ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “สนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน” (Corporate Citizenship Airport)

SUN เปิดบ้านต้อนรับคณะ TopX 1 และ TopX 2 เยี่ยมชมบริษัท

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์ “KC” ได้เปิดบ้านต้อนรับคณะ TopX 1 และ TopX 2 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำระดับสูง (Top Executive Program) จากหลากหลายองค์กรชั้นนำของประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจ

คณะผู้บริหาร TopX ได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของ SUN ทั้งในส่วนของ ข้าวโพดหวานแปรรูป ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานตรา KC การดำเนินงานด้านพลังงานทดแทน Biogas และการเกษตรครบวงจรที่ ไร่ตะวันหวาน (Sun Valley) เพื่อเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการเกษตรสมัยใหม่ และการสร้างคุณค่าธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม

การต้อนรับครั้งนี้ นำโดย นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัท ที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับคณะ TopX เกี่ยวกับการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารแห่งอนาคต ความท้าทายในอุตสาหกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับผู้นำจากภาคธุรกิจต่าง ๆ ต่อไป

ศูนย์อุตุฯ ภาคเหนือ เผย เดือนกันยายนนี้ ภาคเหนือยังมีฝนตกชุกและพายุหมุนเขตร้อน

ศูนย์อุตุฯ ภาคเหนือ เผย เดือนกันยายนนี้ ภาคเหนือยังมีฝนตกชุกและพายุหมุนเขตร้อนยังมีโอกาสเคลื่อนผ่าน ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติฉุกเฉิน
วันนี้ (2 ก.ย. 68) ดร.สุกฤษณ์ เกิดแสง ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้เปิดเผยข้อมูลภายในการแถลงข่าวสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 23 ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยพายัพ เกี่ยวกับสภาพอากาศและการคาดหมายลักษณะอากาศในช่วงเดือนกันยายน 2568 นี้ โดยระบุว่า ในปี 2568 จังหวัดเชียงใหม่มีฝนตกเยอะตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าปกติถึง 34.4 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีปริมาณฝนมากกว่าเดือนสิงหาคมปีที่แล้วถึง 12 เปอร์เซ็นต์ และในภาพรวมตลอดทั้งเดือนมีฝนตกถึง 22 วัน
สำหรับในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือได้คาดการณ์ว่า จะยังมีฝนตกชุกต่อเนื่องจากช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเฉลี่ยอยู่ร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ ซึ่งในช่วงวันที่ 4-8 กันยายน จะมีปริมาณฝนลดน้อยลงอยู่ที่ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุดอกฟ้าอ่อนกำลังลง แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่วันที่ 9 กันยายนเป็นต้นไป ฝนจะเริ่มกลับมาตกชุกอีกครั้ง โดยจะมีฝนหนักถึงหนักมากในบางวัน จำนวนวันที่ฝนตกรวมทั้งเดือน 18 – 21 วัน ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีปริมาณฝนรวม (เฉลี่ย) อยู่ที่ประมาณ 190-230 มิลลิเมตร จะมากกว่าค่าฝนปกติอยู่เล็กน้อย
สำหรับของข้อควรระวัง คือ ในช่วงเดือนกันยายนนี้ยังเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่น และยังคงเป็นช่วงที่พายุหมุนเขตร้อนมีโอกาสเคลื่อนตัวผ่านเขตภาคเหนือได้อยู่ อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณเหตุการณ์ที่พายุหมุนเขตร้อนเริ่มเกาะตัว และมีแนวโน้มเข้าข่ายเคลื่อนตัวในลักษณะอากาศรุนแรงเกิดขึ้น ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือจะรีบออกประกาศเตือนให้ประชาชนได้ทราบก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน เพื่อให้มีเวลาเตรียมพร้อมรับมือต่อภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฝนตกหนักและหนักมากในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย น้ำท่วมขังในเขตเมือง และดินโคลนถล่ม

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ ร่วมเปิดกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ที่ศูนย์ราชการ กรุงเทพฯ

วันนี้ (2 ก.ย. 68) ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารกรุงเทพมหานคร นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวรายงานในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธานในพิธีเปิดฯ ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิภาคสู่สากล กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สินค้าอัตลักษณ์ของชาวล้านนาจาก 4 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารมุ่งหวังให้ผลิตภัณฑ์ OTOP จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างการรับรู้และขยายตลาดได้อย่างยั่งยืนทั่วประเทศ

“SUN” ร่วมส่งกำลังใจนำทีมจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม เชียงใหม่

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตร ภายใต้แบรนด์ “KC” ร่วมกับพนักงานจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัยครั้งใหญ่จากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นคาจิกิ ซึ่งส่งผลให้เกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ภัยพิบัติครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายรุนแรงต่อบ้านเรือนและวิถีชีวิตของประชาชน เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน บริษัทฯ และพนักงาน SUN ได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปมอบให้กับผู้ประสบภัย อาทิ ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋องพร้อมทาน ตรา KC และน้ำแร่ ตราฟ้าใส โดย บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และรองเท้าบูท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

การเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SUN ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและชุมชนท้องถิ่น เชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน จะเป็นพลังสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

อบจ. เปิดงาน “ โครงการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่” เพื่อส่งเสริมรากฐานของวัฒนธรรมที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล รองนายก อบจ.เชียงใหม่ ประธานในพิธีกล่าวเปิดงานฯ ,นางวิทยาลักษณ์ สามใจ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และพันจ่าเอกวิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่วมกันเปิดงาน โครงการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

นายธีรพัฒน์ ต้นพิริยะกุล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่ากระผมได้รับมอบหมายจากท่านพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ให้มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ เป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และอุดมไป ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า ภูมิปัญญาเหล่านี้ไม่เพียงเป็นรากฐาน ของวัฒนธรรม หากยังเป็นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจที่สามารถพัฒนา และต่อยอดได้ในปัจจุบัน การจัดโครงการครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้สืบสาน และเผยแพร่ให้ประชาชน เยาวชนรุ่นใหม่ให้เกิดความรู้สึก ภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นอัตลักษณ์ที่สร้างแรงดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ด้านพันจ่าเอก วิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นรากฐาน ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งด้านศิลปะหัตถกรรม ศิลปะการแสดง วิถีชีวิต และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

ด้วยเหตุนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้จัดทำโครงการ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ คู่สังคมไทย เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว ได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม สนับสนุนให้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถต่อยอดสู่เชิงสร้างสรรค์ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ของจังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดแสดง นิทรรศการ การสาธิตงานหัตถกรรมและงานศิลป์ การแสดง ทางวัฒนธรรม การสัมมนาเชิงวิชาการ ตลอดจนกิจกรรมสาธิต ภูมิปัญญาเพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้เรียนรู้และสัมผัส ประสบการณ์จริง