“เซ็นทรัล แอร์พอร์ต” เปิดเพิ่มอีก 2 ร้านจากแบรนด์ดังทั้ง MINISO และ GENTLEWOMAN

MINISO กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมคอลเลกชันสุดพิเศษต้อนรับโฉมใหม่ใหญ่กว่าเดิม รวมทั้งของใช้ ตุ๊กตาสุดคิ้วต์ สาวกแฮรี่ Chiikawa ไม่ควรพลาด ฉลองเปิดร้านใหม่ ยิ่งซื้อยิ่งลด แล้วไปช้อปกันได้ ที่ชั้น 3 โซนอควาเรียม

GENTLEWOMAN แฟชั่นที่จะมาเติมความสนุกและสไตล์ให้ทุกลุค “Casual Fashion” ด้วยดีไซน์และสีสันหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกโอกาส มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ทุกลุค พบกับสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ กระเป๋าสะพายพิมพ์ลาย กระเป๋าเกี๋ยวที่เป็นกระแสยอดนิยม รองเท้า รวมไปถึง tumbler มีครบทุกไอเทมจบในที่เดียว ที่ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เชียงใหม่เปิดตัว “Chiang Mai Festival City : 12 เดือน 12 เทศกาล” มุ่งสู่การเป็น World Festival and Event City

เชียงใหม่ – วันที่ 22 กันยายน 2568 จังหวัดเชียงใหม่จัดกิจกรรม KICK OFF “Chiang Mai Festival City : 12 เดือน 12 เทศกาล” อย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำภาพลักษณ์เชียงใหม่ในฐานะ “เมืองเทศกาลโลก” (World Festival and Event City) ตามแนวคิดการยกระดับ Soft Power ผ่านเทศกาล วัฒนธรรม และวิถีชีวิตล้านนา

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประเพณีอันทรงคุณค่า ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากสมาคมงานเทศกาลนานาชาติ (IFEA) ตั้งแต่ปี 2022 ว่าเป็นเมืองที่มีเทศกาลหมุนเวียนตลอดทั้งปี ถือเป็นพลัง Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

ด้านนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กิจกรรมภายใต้โครงการนี้ประกอบด้วย จุดถ่ายรูป 12 จุดทั่วเมือง, กิจกรรม “Passport to Chiang Mai & E-Passport”, สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์เชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรม “แชะ เช็ค แชร์” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมโยงกับเทศกาลสำคัญตลอดปี เช่น เทศกาลดอกไม้เชียงใหม่, สงกรานต์ล้านนา, ยี่เป็งโคมไฟ และ Countdown Chiang Mai รวมถึงเทศกาลร่วมสมัยใหม่ ๆ เช่น Wellness & Wellbeing, Food Fun Fashion & Music และ Craft & Creative Design วันนี้ 22 กันยายน 2568 นี้ถือเป็นวัน KICKOFF กิจกรรมสร้างการรับรู้ท่องเที่ยว 12 เดือน 12 เทศกาล อย่างสร้างสรรค์ โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : Chiangmai Festival City 12 เดือน 12 เทศกาล หรือทาง Line : @chiangmaifest
กิจกรรม “Chiang Mai Festival City : 12 เดือน 12 เทศกาล” นับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เชียงใหม่ก้าวสู่การเป็น World Festival Destination อย่างแท้จริง สร้างทั้งการรับรู้ด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และทำให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนซ้ำ รวมไปถึงต่อยอดการพัฒนาแบบองค์รวมโดยใช้ทุนทางสังคมของเชียงใหม่เป็นฐานการพัฒนาอย่างแท้จริง

 

SUN เดินหน้าขยายธุรกิจ ปักหมุดสำนักงานใจกลางกรุงเทพฯ เสริมแกร่งธุรกิจและการตลาด

กรุงเทพ- 19 กันยายน 2568 บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย ข้าวโพดหวานแปรรูป และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ KC จัดพิธี Grand Opening สำนักงานแห่งใหม่ ณ อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการ ที่ปรึกษาบริษัท พันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า สถาบันการเงิน และตลาดหลักทรัพย์ เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า“การเปิดสำนักงานใหม่ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของซันสวีท ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ ขยายตลาดในประเทศ และเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”

พร้อมกันนี้ นายองอาจ ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการทำตลาดว่า“ซันสวีทให้ความสำคัญกับการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านกลยุทธ์ Marketing ที่ตอบสนองกระแสความนิยมและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง”

สำนักงานใหม่แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานและการประสานงานกับพันธมิตรธุรกิจในทุกภาคส่วน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของซันสวีทในการพัฒนาและสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

เชียงใหม่งานวันอะโวคาโดคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการบริโภค

วันที่ 19 กันยายน 2568 นายชัชวาลย์ ปัญญา เป็นประธานเปิดงานวันอะโวคาโดคุณภาพเพื่อการส่งเสริมการบริโภค โดยมีนายนายเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์การจัดงานเชิญชวนชม ชิม ช็อป อะโวกาโดคุณภาพเชียงใหม่ใน “วันอะโวคาโดคุณภาพเพื่อส่งเสริมการบริโภค” ตามโครงการยกระดับสินค้าเกษตรเกษตรเพิ่มมูลค่าสู่การเป็นเมืองสุขภาพระดับโลก โดยกำหนดจัดงานในวันที่19-20 กันยายน 2568 เริ่ม 11.00น.เป็นต้นไป ณ ลานกิจกรรม ชั้น G โซนลิฟต์แก้ว เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และผู้สนใจร่วมงานในครั้งนี้

จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งผลิตอะโวคาโดอันดับ 1 ของภาคเหนือ พันธุ์ที่มีการปลูกมาก คือปีเตอร์สัน, บัคคาเนียร์, บูท 7, พิงค์เคอร์ตัน และแฮส ซึ่งเป็นพันธุ์การค้าที่ตลาดมีความต้องการสูง จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ปลูกอะโวคาโด 14,704 ไร่ ผลผลิตประมาณ 18,000 ตัน/ปี ราคาเฉลี่ยคละหน้าสวน 30 บาท/กิโลกรัม สร้างมูลค่าให้แก่เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 360 ล้านบาท
การจัดงานวันอะโวคาโด เพื่อส่งเสริม การบริโภคดำเนินการภายใต้โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โครงการยกระดับสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่า สู่การเป็นเมืองสุขภาพระดับโลก กิจกรรมการจัดงานวันอะโวคาโดคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการบริโภค

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการจัดเวทีเสวนาทิศทางการผลิตอะโวคาโดคุณภาพ และจัดการอบรมในหัวข้อ การผลิตและการตลาดอะโวคาโดคุณภาพ ทิศทางและแนวโน้มความต้องการอะโวคาโดของผู้บริโภคในอนาคต กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด จาก 12 อำเภอ จำนวนรวม 60 ราย มีการออกบูธจัดแสดงและออกร้านจำหน่ายผลผลิต อะโวคาโดบริโภคสดและแปรรูป จากเกษตรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวม 13 บูธ จัดกิจกรรมการประกวดผลผลิตอะโวคาโดคุณภาพ และการแข่งขันประกอบอาหารที่มีส่วนผสมของอะโวคาโด ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตอะโวคาโดคุณภาพจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นที่รู้จัก และเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตอะโวคาโด เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร

ทรู สร้างมิติใหม่ดูแลลูกค้า ส่งมอบเครื่อง iPhone 17 Pro และ iPhone Air เหนือกว่าทุกสัมผัส

ทรู สร้างมิติใหม่ดูแลลูกค้า ส่งมอบเครื่อง iPhone 17 Pro และ iPhone Air เหนือกว่าทุกสัมผัส ล้ำกว่าทุกประสบการณ์ พร้อม “โปรข้ามเวลา” 0 บาทที่เป็นจริง และครั้งแรกในไทยกับ Immersive Experience ข้ามมิติสู่โลกอนาคต ในงาน “Stay True, Journey to the Future with the Latest Generation of iPhone”
กรุงเทพฯ 19 กันยายน 2568 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำผู้นำเทเลคอมเทคคอมปานีไทย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าเหนือระดับ ส่งมอบ iPhone 17 Pro & iPhone Air แก่ลูกค้ากลุ่มแรกของทรู-ดีแทค ภายในงาน “Stay True, Journey to the Future with the Latest Generation of iPhone” เหนือกว่าทุกสัมผัส ล้ำกว่าทุกประสบการณ์กับไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยสัญญาณแห่งความสุขบนเครือข่ายทรู 5G ที่ดีที่สุด ครอบคลุมที่สุด ผสานกับระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจรที่พร้อมเชื่อมทุกมิติบริการและไลฟ์สไตล์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมชูไฮไลท์ที่เหนือกว่ากับนวัตกรรม “โปรข้ามเวลา” ที่มอบโอกาสให้ลูกค้าซื้อเครื่อง iPhone 17 กับทรูดีแทค ได้อัปเกรด iPhone รุ่นใหม่ 0 บาทในปีต่อไป เติมความสุขให้ลูกค้า เป็นตัวจริงด้านดีลที่คุ้มค่า โปร่งใส และแตกต่างอย่างแท้จริง พร้อมการันตีลูกค้าทรู ดีแทค ซื้อ iPhone 17 ที่ทรู ราคาดีที่สุด สร้างปรากฏการณ์ยอดจองเกินความคาดหมาย
ภายในงานที่จัดขึ้น ณ ทรูแบรนดิ้งช็อป สยาม ซอย2 ลูกค้าทรู-ดีแทค เจ้าของเครื่องกลุ่มแรกจะได้สัมผัสปรากฎการณ์ Immersive Experience ครั้งแรกในไทยที่พาข้ามมิติก้าวสู่โลกอนาคต ตั้งแต่การข้ามเวลาผ่าน Laser wall สู่ประตูแห่งอนาคตเพื่อพบกับ iPhone 17 Pro และ iPhone Air ครบทั้ง 4 รุ่น พร้อมสัมผัส Experience Zone “Snap moment, Stay TRUE” “โพสไหนก็ไม่ธรรมดา” และ “Stay True… Stay style” ที่ถูกออกแบบให้สะท้อนความเป็น Unexpected Trend ถ่ายทอดความบันเทิงกับคอนเทนท์ที่หลากหลายในสเกลยักษ์ มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ตื่นตาตื่นใจกับ Immersive Room: Into the Future ประตูมิติที่พาผู้เข้าร่วมสัมผัส “ดีลโปรข้ามเวลา” ผ่าน Immersive Experience เต็มรูปแบบ ปิดท้ายด้วย Photo Spot สุดล้ำ ที่มาพร้อมแคปชั่น “Got the Future… iPhone 17” ให้ผู้ร่วมงานแชร์ความประทับใจบนโซเชียลหรือเก็บเป็นที่ระลึกได้ทันที โดยในงานยังได้รับความสนใจจากบรรดา เซเลบริตี้ แฟชั่นไอคอน อินฟลูเอ็นเซอร์ ตัวจริงเสียงจริงแห่งกระแส แวะเวียนมารับเครื่อง และร่วมกิจกรรมไม่ขาดสาย อาทิ โอปอล สุชาตา Miss World 2025 คนแรกของไทย พี่เหว่ง เทพลีลา ยูทูปเบอร์และคอนเทนครีเอเตอร์ชื่อดัง จั๋ง วิกร, กฤติน กฤติน, ปาล์ม พีรวิชญ์ และน้องเล็ก ปลั๊กกี้ ธรากร วง PERSES (เพอร์เซส) บอยกรุ๊ปหน้าใหม่วงการ T-POP และอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ด ที่พลาดไม่ได้ กับจิมมี่ จิตรพล และ ซี ทวีนันท์ ที่จะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์การรับเครื่อง iPhone 17 จากทรู ดีแทค ในช่วงเย็น
คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และมีเดีย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ ทรูเชื่อว่า ‘ความสุข’ ของคนไทยสามารถยกระดับไปอีกขั้นได้ เมื่อเรากล้าที่จะคิดและปรับเปลี่ยนมุมใหม่ การส่งมอบ iPhone 17 Pro และ iPhone Air ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวเครื่องรุ่นล่าสุด แต่เป็นความตั้งใจของทรูที่จะส่งมอบความสุข ที่เหนือกว่าทุกสัมผัส ล้ำกว่าทุกประสบการณ์ ทั้งผ่านเครือข่ายทรู-ดีแทค5G สัญญาณความสุขที่ครอบคลุมที่สุด และระบบนิเวศดิจิทัลที่ครบ

วงจร พร้อมความเหนือกว่า ยั่งยืนกว่ากับ ‘โปรข้ามเวลา’ ซื้อ iPhone 17 เครื่องใหม่ปีนี้ อัพเกรดรุ่นใหม่ 0 บาท ปีหน้า ซึ่งเกิดขึ้นจริงแล้วในปีนี้ โดยไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอสุดคุ้ม แต่ยังเป็นนิยามใหม่ของการเป็นเจ้าของ iPhone ประเทศไทย ทรูไม่ได้นำแค่เทรนด์ แต่เป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนตลาดและยกระดับความสุขของคนไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างแท้จริง
คุณอรรคพงศ์ ลินพิศาล หัวหน้าสายงานธุรกิจค้าปลีก ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ใส่ใจทุกความต้องการของลูกค้า มุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเทียบชั้นมาตรฐานโลกให้กับลูกค้าชาวไทย และวันนี้เราภูมิใจที่จะได้มอบสุดยอดประสบการณ์ iPhone 17 Pro และ iPhone Air บนเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดจากทรูและดีแทค นอกเหนือจากโปรข้ามเวลา ซึ่งจัดเป็นดีลแห่งอนาคตที่ดีที่สุด เรายังการันตีว่า ลูกค้าทรูดีแทค ที่ซื้อ iPhoneกับเรา จะได้ราคาที่ดีที่สุด ด้วยส่วนลดสูงสุด 19,700 บาท โดยนำเอาอายุการใช้งานมาเป็นส่วนลดเพิ่ม การ trade in นำเครื่องเก่ามาแลกเครื่องใหม่ การใช้ True Point หรือ Dtac coin แลกส่วนลดเพิ่ม บริการ Financing ผ่อนสูงสุดนาน 36 เดือน หรือผ่อนสบายๆ 48 เดือน บริการTrue Mobile Care ที่พร้อมดูแลiPhone ของคุณตั้งแต่วันแรก รวมถึงส่วนลดอุปกรณ์เสริม รับฟรี Apple service นาน 3 เดือน และสิทธิประโยชน์อีกมากมาย เรียกว่า เป็นแพคเกจที่คุ้มค่าที่สุดที่พร้อมจะดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดไป”
สำหรับ “โปรข้ามเวลา” ที่ทรูสร้างสรรค์ขึ้นเป็นรายแรก และรายเดียวในไทย นับเป็นแพ็กเกจที่คุ้มค่าที่สุดและได้เปิดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยมอบข้อเสนอให้ลูกค้าทรู – ดีแทคที่จองและซื้อ iPhone 17 Pro และ iPhone Air วันนี้ พร้อมรับสิทธิ์อัปเกรดเป็นรุ่นใหม่ในปีหน้าในราคาเริ่มต้นเพียง 0 บาท ซึ่งในปีนี้ก็ได้เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าลูกค้าที่เลือกใช้โปรข้ามเวลากับทรู ดีแทคในปีที่ผ่านมาได้รับสิทธิประโยชน์รับจริง แลกได้จริง สะดวกสบายและความคุ้มค่า ด้วยการอัปเกรดเครื่องใหม่ iPhone 17 ซีรีส์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 0 บาท ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้ตอกย้ำพันธกิจของทรู–ดีแทค ในการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคนทั่วประเทศ”
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและการใช้งาน iPhone 17 Pro และ iPhone Airที่ https://www.true.th/promotion/devices/iphone-17-pro
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.true.th
ดูรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Apple ที่ www.apple.com/th.

21 กันยายนนี้ “ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี”

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)​ หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผย 21 กันยายน 2568 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 1,279 ล้านกิโลเมตร ส่งผลให้ดาวเสาร์ปรากฏสว่างมาก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสังเกตการณ์ได้ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า สดร. เตรียมจัดส่องดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ 5 จุดสังเกตการณ์หลัก ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่ และหอดูดาวภูมิภาค นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมชวนติดตามชมการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ผ่านทาง เฟซบุ๊ก และยูทูบของ NARIT

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า วันที่ 21 กันยายน 2568 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) หมายถึง ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์ เรียงกันในแนวเส้นตรง โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และดาวเสาร์ ส่งผลให้ดาวเสาร์มีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 1,279 ล้านกิโลเมตร และในวันดังกล่าวจะเริ่มสังเกตดาวเสาร์ได้ทางทิศตะวันออก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ปรากฏสว่างเด่นชัดตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า และหลังจากนี้ ดาวเสาร์จะยังคงปรากฏบนท้องฟ้าไปจนถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2569

สำหรับคืนวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 สดร. เตรียมจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ “ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี” ตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:00 น. ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 5 แห่ง ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือชม LIVE ปรากฏการณ์ได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ  https://www.facebook.com/NARITpage หรือทางยูทูบ NARIT Thailand https://www.youtube.com/@NARIT_Thailand

นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ เนื่องจากดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ ทำให้ได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่ สามารถมองเห็นได้ง่ายและมีรายละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเห็นดวงจันทร์บริวารที่สว่างที่สุดอย่าง ไททัน (Titan) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์และมีชั้นบรรยากาศหนาแน่น และหากสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดกลางตั้งแต่ 8 นิ้ว ขึ้นไปจะสามารถเห็นดวงจันทร์อื่น ๆ เช่น ดวงจันทร์รีอา (Rhea) ทีทิส (Tethys) ไดโอนี (Dione) ไอแอพิตัส (Iapetus) ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่วงแหวนดาวเสาร์มีมุมเอียงน้อยที่สุด ผู้สังเกตบนโลกจึงมองเห็นดาวเสาร์เสมือน “ไร้วงแหวน” เนื่องจากมุมเอียงของวงแหวนดาวเสาร์จะเปลี่ยนแปลงไปตามการโคจรของดาวเสาร์รอบดวงอาทิตย์ หนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 29.4 ปี ส่งผลให้ดาวเสาร์จะปรากฏเสมือนไร้วงแหวน เมื่อมองจากโลกในทุก ๆ 15 ปี ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการศึกษาการเปลี่ยนแปลงมุมเอียงและโครงสร้างของวงแหวนดาวเสาร์ในระนาบต่าง ๆ และด้วยระนาบการเอียงที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ทำให้วงแหวนดาวเสาร์ปรากฏแตกต่างไปตามมุมมองที่มองจากโลก จึงเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของการสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่น่าติดตาม อย่างไรก็ตาม ในคืน 21 กันยายนนี้ ดาวเสาร์จะไม่ได้ปรากฏเสมือนไร้วงแหวนแล้ว แต่ระนาบวงแหวนยังคงมีมุมเอียงที่น้อย จึงจะเห็นดาวเสาร์พร้อมกับวงแหวนบาง ๆ

สำนักงาน กกพ. ชูแนวคิดการขับเคลื่อนอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน ในเวที Gastech 2025

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กกพ. ได้นำเสนอแนวคิด “การขับเคลื่อนอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน” (Powering a sustainable energy future) ภายใต้บทบาทเชิงรุกของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการ กำกับและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติให้มีความเป็นสากล สร้างความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่ไปกับ การแข่งขันที่โปร่งใส พร้อมทั้งสร้างสมดุลและความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยแนวคิดดังกล่าว ถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในเวที Gastech 2025 ซึ่งเป็นการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติที่สำคัญระดับโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 12 กันยายน 2568 ณ กรุงมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสำนักงาน กกพ. ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวนโยบายของประเทศต่างๆ ในกิจการพลังงานโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และ แนวทางการกำกับดูแลกิจการพลังงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กร กำกับดูแลพลังงานจากทั่วโลก ตลอดจนเป็นเวทีในการเผยแพร่ความก้าวหน้าของประเทศไทยในการเปลี่ยน ผ่านสู่พลังงานสะอาดและนวัตกรรมด้านพลังงานที่ยั่งยืน

“สำนักงาน กกพ. หวังว่าในการเข้าร่วมงาน Gastech จะเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทิศทางและความสำเร็จในการกำกับกิจการพลังงานของไทยในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ไม่ว่าจะ เป็นความพร้อมในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าสีเขียว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติให้มี ความมั่นคง ทันสมัย และรองรับเทคโนโลยีใหม่ ควบคู่ไปกับการจัดทำโครงการนำร่องที่เปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการภาคเอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดขายตรงให้กับผู้ใช้รายใหญ่ผ่านโครงการ Direct PPA Pilot Project หรือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าโดยมีการส่งมอบผ่านระบบข่ายไฟฟ้า (Third Party Access: TPA) ซึ่งถือเป็นการสร้างความโปร่งใสและเปิดเสรีในการแข่งขันในตลาดพลังงาน

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกสู่ประชาคมโลกว่าไทยมีความพร้อมในการ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ เช่น ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center ที่ใช้พลังงานสูง และการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือและสร้างเครือข่ายพันธมิตร (Partnership) ทางธุรกิจด้านพลังงานกับองค์กรชั้นนำทั่วโลก เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับเป้าหมาย การพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งจะช่วยขยายศักยภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจของไทยในระดับ ภูมิภาคและโลกอย่างมีนัยสำคัญ” ดร.พูลพัฒน์ กล่าว

สำหรับเวที Gastech 2025 ซึ่งเป็นเวทีด้านพลังงานระดับสากล ที่มีการนำเสนอนวัตกรรมทางด้านพลังงาน เวทีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลากหลายแง่มุมด้านพลังงานระหว่างประเทศ โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหาร ระดับสูงด้านพลังงานเอกชน ผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานทั่วโลกเข้าร่วมงาน รวมทั้งมีนิทรรศการด้านพลังงาน เพื่อเสนอองค์ความรู้ ผลงาน แนวคิด ด้านพลังงานสมัยใหม่จากนานาประเทศ ที่เข้าร่วมงาน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้ากลยุทธ์สร้าง “พื้นที่ความสุขทุกชุมชน” เสริมสุขภาพและรายได้อย่างยั่งยืน

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจ ‘แม็คโคร-โลตัส’ เดินหน้าสนับสนุนชุมชน พัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน เสริมสุขภาพ สร้างรายได้ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ผ่านโมเดล Happy Mall ที่ยกระดับการเป็นศูนย์การค้า ด้วย ‘พื้นที่ความสุขของชุมชน (Happy Community)’ รวมศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนและชุมชน ด้วยกิจกรรมเติมเต็มคุณภาพชีวิตรอบด้าน ล่าสุด โลตัส ประกาศความสำเร็จตามคำเรียกร้อง ขยายกิจกรรม “แอโรบิกเพื่อชุมชน” ครบ 100สาขาทั่วประเทศ หลังเปิดตัวครั้งแรกในปี 2566และเพิ่มพื้นที่ตลาดนัดชุมชน เปิดโอกาสให้เกษตรกรในท้องถิ่น ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชน นำสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาจำหน่าย สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความสุขให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี

การมีส่วนร่วมกับชุมชน นับเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักในการดำเนินธุรกิจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มุ่งสร้างการเติบโต และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นไปด้วยกัน ซึ่งการสร้างศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชุมชนเพื่อเชื่อมโยงผู้คนและชุมชนเข้าด้วยกันภายในพื้นที่โลตัสผ่านโมเดล ‘พื้นที่ความสุขของชุมชน (Happy Community)’ ในครั้งนี้ ได้ผนวกรวมกิจกรรมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน โดย ‘ตลาดนัดชุมชน’ เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และเกษตรกรในท้องถิ่นมาขายสินค้า ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างงาน สร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกรแล้ว ยังได้มอบทางเลือกให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ทุกการใช้จ่ายต้องคิดอย่างรอบคอบ กิจกรรมนี้จึงเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก สะท้อนความมุ่งมั่นในการเคียงข้างสังคมไทยอย่างแท้จริง

ในส่วนของกิจกรรมแอโรบิกที่จัดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ศูนย์การค้าโลตัสนั้น ได้เปิดโอกาสให้คนทุกวัย ทั้งวัยเด็ก วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ได้ออกกำลังกายร่วมกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้การดูแลของครูแอโรบิกมืออาชีพ บรรยากาศสนุกสนานและเป็นกันเอง ทำให้กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมของทั้งลูกค้าและคนในชุมชน โดยล่าสุดได้ขยายพื้นที่กิจกรรมแอโรบิกครบ 100 สาขาทั่วประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว

ซีพี แอ็กซ์ตร้า เชื่อมั่นว่าศูนย์การค้าโลตัสเป็นมากกว่าสถานที่จับจ่าย แต่ศูนย์การค้าโลตัสเป็น Happy Mall ที่ยกระดับเป็นพื้นที่แห่งความสุข สุขภาพ และการเชื่อมโยงของผู้คน ที่กลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่ครบครันทั้งกิน ช้อป ใช้ชีวิต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

SUN ตอกย้ำผู้นำเกษตรและอาหารครบวงจร จัดพิธีบวงสรวงพระพิรุณและเสริมพลังเครือข่ายเกษตรกร ประจำปี 2568

เชียงใหม่ – วันที่ 9 กันยายน 2568 บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและส่งออกข้าวโพดหวานและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ภายใต้แบรนด์ “KC” จัดพิธีบวงสรวงพระพิรุณ เทพแห่งสายฝน ผู้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเกษตรกรไทย ณ ไร่ตะวันหวาน (Sun Valley) อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการดำเนินธุรกิจ การเพาะปลูก และชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การบวงสรวงพระพิรุณเป็นประเพณีที่ซันสวีทยึดถือมาโดยตลอด เพราะเราตระหนักดีว่าน้ำและธรรมชาติคือรากฐานสำคัญของการเกษตร พิธีนี้ไม่เพียงเสริมสิริมงคลแก่บริษัทและพนักงาน แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจและสร้างความมั่นคงให้กับเครือข่ายเกษตรกรของเรา” บริษัทจัดขึ้น เป็นประจำทุกปีในวันที่ 9 เดือน 9 อันเป็นวันมงคล โดยมีคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และเกษตรกรในเครือข่ายเข้าร่วมงาน เพื่อแสดงถึงการขอบคุณและสำนึกในพระคุณของธรรมชาติที่เกื้อหนุนการเพาะปลูก

ภายหลังพิธีบวงสรวง ได้มีกิจกรรมพบปะเกษตรกรและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ รวมถึงการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน และรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม SUN ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเกษตรไทยสู่สากล ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างคุณค่าแก่ผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน และสังคม” ต่อไป

สืบชะตาหลวงแบบล้านนา ทำบุญอายุวัฒนมงคล 80 ปี พระพรหมเสนาบดี ฯ ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ

พิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวงแบบล้านนา ทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบ 80 ปี พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.๓๗) ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 17 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 โดย 4 คณะสงฆ์ มีเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ เป็นประธานในพิธีสงฆ์ และพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาส วัดสระเกศ พระพรหมมงคลวัชโร   ดม  วัดจองคำ/ลำปาง พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ วัดไทยพุทธคยา/    อินเดีย คณะศรัทธา พร้อมกันบริเวณมณฑลพิธี เจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวงแบบล้านนา และมีนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคุณกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และในฐานะที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานชมรม Change Together byมาดามหยก และ INDY TEAM ร่วมเป็นประธานในพิธี ถวายเพลพระ 150 รูปในครั้งนี้