SUN จัดประชุมประจำปี 2568 เร่งสปีดปี 2569 ตั้งเป้าขยายตลาด พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของการเติบโตแบบก้าวกระโดด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN จัดการประชุมประจำปี 2568 นำโดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการบริษัท พร้อมด้วยคณะกรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหาร และผู้จัดการ เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานใหญ่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสรุปผลการดำเนินงานและกำหนดทิศทางธุรกิจปี 2569 เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและเป็นระบบมากขึ้น

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ SUN” โดยบริษัทเร่งยกระดับศักยภาพทั้งระบบ ตั้งแต่ธุรกิจหลัก เทคโนโลยี การผลิต บุคลากร ไปจนถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืน รวมถึงพัฒนาธุรกิจหลักผลิตภัณฑ์ข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์พร้อมทาน (RTE) ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความมั่นคงและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ

สำหรับปี 2569 SUN ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิต เร่งขยายตลาดส่งออกยุโรป–เอเชีย และพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมเดินหน้าส่งมอบคุณค่าให้สังคมอย่างต่อเนื่อง ตามเป้าหมายการเป็นองค์กรอาหารเกษตรสมัยใหม่ที่เติบโตอย่างยั่งยืน

เริ่มแล้วอย่างเป็นทางการ “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 12” The Monsters’ Journey “Blooming Inspiration

เทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 12” เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Monsters’ Journey “Blooming Inspiration” ผจญภัยไปกับเหล่าผู้พิทักษ์ป่าดอยตุง สานต่อแรงบันดาลใจจากฟากฟ้า

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับพันธมิตรหลัก โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย คุณปวิณ ชำนิประศาสน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการการพัฒนาชุมชน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คุณศุภวงศ์ เกื้อสังข์ ผู้จัดการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคเหนือ พร้อมด้วยผู้สนับสนุนกิจกรรมหลัก ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ การบินไทย จำกัด มหาชน จัดพิธีเปิดงานเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 12” อย่างเป็นทางการ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด The Monsters’ Journey “Blooming Inspiration” ผจญภัยไปกับเหล่าผู้พิทักษ์ป่าดอยตุง สานต่อแรงบันดาลใจจากฟากฟ้า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2568 25 มกราคม 2569 ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00 – 18.00 น.

นายประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ ประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “เทศกาลสีสันแห่งดอยตุงจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 นับตั้งแต่ปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนเผ่า เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนให้พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนเมืองและชุมชนดอยตุง”

“เทศกาลยังคงให้ความสำคัญกับการเป็น งานปลอดคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ผ่านการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติก จัดการขยะอย่างเป็นระบบ และใช้ Reusable Container ภายในงาน เป็นการสืบสานแนวคิด “การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน” และสำหรับปีนี้ ไฮไลต์พิเศษคือ คาแรกเตอร์ “พี่โต” และ “หมานหมาน” ผลงานสร้างสรรค์ร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ถ่ายทอดเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมในรูปแบบน่ารักร่วมสมัย รวมถึงกิจกรรมมากมายที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชนเผ่าในพื้นที่” นายประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า “

ทกจ.ชม. พาเที่ยวประวัติศาสตร์ “การค้าโบราณล้านนา และเส้นทางวัวต่างม้าต่าง” เส้นทางเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน

หากพูดถึง วัวต่าง ม้าต่างนั้น ปัจจุบันไม่ได้มีการพบเห็นแล้ว ต่างจากอดีต “ต่าง” คือการนำภาชนะที่ใช้ในการบรรทุกสินค้า พาดอยู่บนหลังวัวหรือม้า นั่นเอง สิ้นสุดการใช้“วัวต่าง” หรือ“ม้าต่าง” นั้นเกิดขึ้นจาก เมืองมีการพัฒนาเส้นทางถนน และมีรถยนต์ จึงทำให้เกิดการขนส่งเปลี่ยนไป และสิ้นสุดเมื่อถนนเชียงใหม่-เชียงรายสร้างแล้วเสร็จในปี 2520

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ มีการผลักดันกิจกรรมพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวการค้าโบราณในประวัติศาสตร์ล้านนา ภายใต้โครงการซอฟพาวเวอร์เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และสร้างความรับรู้เกี่ยวกับเส้นทางโบราณ “วัวต่าง ม้าต่าง” ให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ นำคณะฯ สำรวจเส้นทาง “วัวต่าง ม้าต่าง” ร่วมกันพัฒนาเส้นทางการค้าโบราณ อาทิเส้นทางเชียงใหม่ – สบเมย- แม่สะเรียง ที่มีจุดแวะพักคนเดินทางค้าขายระหว่างกันที่วัดหางดง แม่ท่าช้าง อำเภอหางดง เส้นทางล่องเรือแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่สามแลม อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมรับรู้ถึงเส้นทางวัดต่อแพอดีตที่เคยมีเรื่องเล่าถึงคาราวาน พ่อค้าวัวต่างม้าต่างอีกด้วย

สมาคมภาพยนตร์ฯ มอบรางวัลผลการประกวดภาพยนตร์สั้น CIFF Short Film Award 2025 ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568

เมื่อเร็วๆ นี้ ผลการประกวดภาพยนตร์สั้น CIFF Short Film Award 2025 ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 มีทีมเข้าส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 100 ผลงาน คัดเลือกในรอบสุดท้ายให้เหลือเพียง 5 ทีมพร้อมรับเงินสนับสนุนในการผลิต ทีมละ 100,000 บาท โดยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมเจอร์ในรอบตัดสิน

ผลการตัดสินจากคณะกรรมการและการโหวต ..
รางวัลชนะเลิศ WINNER GOLDEN STAR
ภาพยนตร์สั้นเรื่อง พันธะ (Bond) โดย ปฐมกาล สตูดิโอ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโทรฟี่ CIFF

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 WINNER SILVER STAR
ภาพยนตร์สั้นเรื่อง ทิ้ง (THE EXPIRED) โดย Le Pain (เลอแปง) ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโทรฟี่ CIFF

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 WINNER BRONZE STAR 3 รางวัล
1. ภาพยนตร์สั้นเรื่อง บริษัทรับจ้างตาย (DieCorp Co., Ltd.) โดย หนังเกรดเอฟ
2. ภาพยนตร์สั้นเรื่อง INTERLINKED 2068 โดย ฟันแอนด์โนกู๊ด
3. ภาพยนตร์สั้นเรื่อง Log-Friend / เพื่อนร๊()ก โดย JOAR Team ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโทรฟี่ CIFF

รางวัลพิเศษ WINNER STAR AWARD (คะแนนโหวตจากผู้ชมภายในงาน) ภาพยนตร์สั้นเรื่อง บริษัทรับจ้างตาย (DieCorp Co., Ltd.) โดย หนังเกรดเอฟ
ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโทรฟี่ CIFF
โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
#เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่
#CIFF2025
#สมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ
#กระทรวงวัฒนธรรมรม
#ททท #TAT #AmazingThailand

ผ่านไปแล้วกับงานวิ่งที่ท้าทาย “Chaing Mai Night Safari Cross-Country Run 2025 ” ที่ไนท์ซาฟารี (เชียงใหม่)

ทีมงาน Five Sports Creator เล็งเห็นว่ากิจกรรมการวิ่งเพื่อการท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น สร้างรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงกีฬามาร่วมทำกิจกรรมและท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ กระจายรายได้ในช่วง Hi Season ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมจะรวมท้ัง ชาวไทยและชาวต่างชาติ และจะมีการโปรโมทและทําการตลาดผ่านพันธมิตรที่เป็น Running Clubs ไปยังกลุ่มเป้าหมายในจังหวัด อื่นๆ เป็นต้น

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  ,นายกริณย์พล ไชยยาพิบูล นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ และนางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยนักวิ่ง Chaing Mai Night Safari Cross-Country Run 2025 ที่ชื่นชอบความท้าทายด้วยการแข่งขันวิ่ง Cross-Country ระยะทาง 10km / 5km และ 1km (Kids Race – วิ่งถนน) ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของโครงการ  1. เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงกีฬามาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่เพื่อกระจายรายได้ในช่วง Hi Season

2. เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในจังหวัดเชียงใหม่

3. เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นําด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย

ทั้งนี้ กิจกรรม “Chiang Mai Night Safari CrossCountry Run 2025” ขึ้นในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและโปรโมทกิจกรรมวิ่งเทรลในอําเภอ หางดง จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมจะเป็นกลุ่มครอบครัว รวมถึงเยาวชนท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติใน พื้นที่อําเภอหางดง โดยจะมีการโปรโมทและทําการตลาดผ่านพันธมิตรที่เป็น Running Clubs ไปยังกลุ่มเป้าหมายในจังหวัด เชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง โดยคาดการณ์จํานวนผู้เข้าร่วมงานตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรมรวมท้ังสิ้น 1,000 คน  แยกเป็นชาวไทย 800 คน ต่างชาติ 200 คน (นักวิ่ง (1) + ผู้ติดตาม (1) ซึ่งเชื่อมั่นว่ากลุ่มนี้จะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัดไม่มากก็น้อยอีกด้วย

นายกสมาคมภาพยนตร์ฯ เหนือเปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้า เซนทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ,ดร.อดิศร สุดดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มกรุ๊ปโกลบอล มีเดีย จำกัด (MGM) และ บริษัท เอ็มจีวาย เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (MGY)  และนายกสมาคมภาพยนตร์ และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ (NTFD) แขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันเปิดงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1

ด้วยจังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและแสดงสินค้าระดับนานาชาติ (Mice City) และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก (tourism hub) อีกทั้งมีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม และโลจิสติกส์ มีโรงแรมและศูนย์ประชุมที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลาย โบราณสถานที่ทรงคุณค่างดงามด้วยศิลปะและวัฒนธรรม อุดมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม โดยได้ถูกถ่ายทอดเรื่องราวในหลากหลายมิติผ่านภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศมาแล้วมากมาย

ทางสมาคมภาพยนตร์สื่อและดิจิทัลภาคเหนือ จึงได้มีแนวคิดจัด “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่ ประจำปี 2568 Chiang Mai International Film Festival 2025” ขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคโดยได้บรูณาการความร่วมมือ องค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์

โดยในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 นั้นได้จัดการประกวดภาพยนตร์สั้น CIFF Short Film Award 2025 โดยมีผลงานส่งเข้ามามากกว่า 100 เรื่องราว พร้อมการสนับสนุนภาพยนตร์ Feature Film จากประเทศนานาชาติ เปิดเทศกาลโดย ภาพยนตร์เรื่อง ตาโขน จากประเทศไทย และยังมีภาพยนตร์จาก ประเทศจีน ประเทศอินเดียประเทศเวียดนาม เข้าร่วมในเทศการครั้งนี้อีกด้วย และยังมีกิจกรรม CIFF Talk & Forum , CIFF Exhibition, CIFF Red Carpet และอื่นๆอีกมากมาย ระหว่างวันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

#เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่

#CIFF2025

#สมาคมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลภาคเหนือ

#กระทรวงวัฒนธรรมรม

#ททท #TAT #AmazingThailand

อบจ.เปิดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม (Charming Chiangmai Flowers Festival) ชวน นทท.เข้าชมยาวๆ จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2569

อบจ.เชียงใหม่ จัดใหญ่งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม (Charming Chiangmai Flowers Festival) เปิดให้เข้าชมแล้วอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 4 มกราคม 2569

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม (Charming Chiangmai Flowers Festival) ซึ่งปีนี้ อบจ.เชียงใหม่ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The world heritage of lanna หรือ มนต์เสน่ห์ล้านนา เมืองมรดกโลก ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 4 มกราคม 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา(ด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เวลา 08:30 น. – 23:00 น. โดยมี นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ภายในงานจะได้พบกับ นิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ ที่จะเนรมิตสวนให้เป็นดินแดนแห่งดอกไม้ที่มีทั้งพันธุ์ไม้เขตหนาว พันธุ์ไม้เขตร้อน เช่น ดอกทิวลิป ลิลลี่ คาลล่าลิลลี่ บูลซันเวีย มากาเร็ต ดอกไฮเดรนเยียร์ อาซาเลีย เวอร์บีน่า แกลดิโอรัส และบีโกเนียร์ หลากสีสัน การจัดนิทรรศการกล้วยไม้หายาก การแสดงสีสันแห่งเส้นเสียงน้ำพุดนตรี ทุ่งไฟประดับที่ใหญ่และสวยที่สุดยามค่ำคืน สวนแสงอัจฉริยะ ซึ่งจะแบ่งเป็น 6 โซน ประกอบด้วย โซน The world Heritage เมืองมรดกโลก โซน The Light of Lift ต้นไม้แห่งศรัทธา โซน Lanna of celebration โซน Siam golden สวัสดีปีใหม่ 2026 โซน Bellerina tree ต้นไม้เต้นระบำ และบอลลูนหงส์สุดน่ารัก สัญลักษณ์ประจำหนองเขียวความสูงกว่า 10 เมตร จำนวน 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการแสดง Light of Glory โชว์ศิลปะวัฒนธรรมผสมผสาน ประกอบแสง สี เสียง เป็นประจำทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยแต่ละค่ำคืนจัดให้มีการแสดงโขน วันละ 2 รอบ ในเวลา 19:30 น. และ 21:30 น.

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความงดงามในงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่เมืองดอกไม้งาม ซึ่งสามารถเข้าชมงานได้ฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

 

โฮมสุขภัณฑ์ จัดหนัก จัดใหญ่ ส่งท้ายปี  ลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ “โฮมสุขภัณฑ์แฟร์ ปี 7” พร้อมดีลสุดคุ้มที่พลาดไม่ได้

 

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ โฮม สุขภัณฑ์  โดยนายนพ อนุรุทธิ์เนตรศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม สุขภัณฑ์ จำกัดพร้อม พาร์ทเนอร์ แบรนด์ต่างๆ จับมือกันลดกระหน่ำส่งท้ายปี  กับ“โฮมสุขภัณฑ์แฟร์ ปี 7″ เพียง 11 วันเท่านั้น ลดครั้งใหญ่ สูงสุด 90% สินค้ากระเบื้อง สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ห้องน้ำ ห้องครัว ก๊อกน้ำ ฝักบัว สุขภัณฑ์ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆรวมกว่า 1,500 รายการ จาก 21 แบรนด์ชั้นนำ สินค้านาทีทองเริ่มต้น 1 บาท เวลาบ่าย 2 โมง (ทุกวัน)

✨ ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม! ลุ้นรางวัลใหญ่ ✨

ลุ้นรับ iPhone 17 และของรางวัลอื่น ๆ มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท สะสมยอดซื้อตลอดแคมเปญ  รับเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ทั้งพัดลมและหม้อทอดไร้น้ำมัน

😀ฟรี!! ของแจก ของแถมเพียบตลอดงาน

😀ฟรี!! อาหารเครื่องดื่มแสนอร่อย ทุกวัน

ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. – 8 ธ.ค. 68 (รวม 11 วันเท่านั้น)

ที่โฮมสุขภัณฑ์เชียงใหม่ (หลัง ม.พายัพ) หมายเหตุ : สินค้ามีจำนวนจำกัด และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดมาเจอกันเยอะ ๆ ช้อปของดี ราคาโดนใจ แล้วลุ้นรางวัลกลับบ้านไปเลย งานนี้จัดใหญ่

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “EV Greenbus” รถโดยสารไฟฟ้าเจ้าแรกในภาคเหนือ และสถานีชาร์จรถไฟฟ้า “Fair Super Charge”

ตลอดเส้นทางกว่า 60 ปี กรีนบัสได้ทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงการเดินทางของผู้คนในภาคเหนือผ่านระบบรถโดยสาร พลังงานน้ำมันอย่างต่อเนื่อง แต่โลกในวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทุกภาคส่วนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคุณภาพ อากาศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ที่เผชิญกับความท้าทายด้านมลภาวะมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ กรีนบัสเชื่อว่า การเดินทางที่ดีไม่เพียงต้องสะดวก ปลอดภัย และตรงเวลา แต่ยังต้อง “เคารพสิ่งแวดล้อม” และ “คืนอากาศบริสุทธิ์ให้ชุมชน” จึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานเชิงยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และชัดเจน เพื่อก้าวสู่การขับเคลื่อนระบบคมนาคมที่เป็นมิตร ต่อโลกมากยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 กรีนบัส เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “EV Greenbus” รถโดยสารไฟฟ้าเจ้าแรกในภาคเหนือ โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัด  นายสมชาย ทองคำคูณ (กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือชัยพัฒนาเชียงใหม่) พร้อมผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมกันเปิดตัว “EV Greenbus”

EV Greenbus : ก้าวสำคัญสู่ระบบคมนาคมสะอาดของภาคเหนือ

วันนี้ถือเป็นหมุดหมายใหม่ของกรีนบัส ด้วยการเปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ “EV Greenbus” จำนวน 12 คัน เจ้าแรกของภาคเหนือ ลงทุนโดย บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ด้วยมูลค่าการลงทุนสูงเกือบ 100 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการลงทุนระยะยาว เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบ ขนส่งสู่พลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ในเฟสแรก ให้บริการในเส้นทางสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่-เชียงราย และเชียงใหม่-พะเยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทาง ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และผลักดัน ระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาดและยั่งยืน รถโดยสารไฟฟ้า 12 คัน ในเส้นทาง เชียงใหม่-เชียงราย และ เชียงใหม่-พะเยา สามารถ ให้บริการรวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านกิโลเมตรต่อปี ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลได้ประมาณ 1 ล้านลิตรต่อปี ผลจากการ เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงประมาณ 960 ตันต่อปี หรือคิดเป็นการลดคาร์บอน เฉลี่ย 56.7 กิโลกรัมต่อเที่ยวการเดินทาง (ระยะทาง 181 กิโลเมตรต่อเที่ยว) ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 96,000 ต้นต่อปี ทุกบาทที่เราลงทุน คือก้าวย่างที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยบรรเทาปัญหา PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้อง ภาคเหนือมาอย่างยาวนาน เราหวังว่าการเริ่มต้นครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบ ของระบบขนส่งสีเขียวที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด ESG – Environment, Social, and Governance ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการที่โปร่งใส

การเปลี่ยนผ่านจากรถโดยสารพลังงานน้ำมันสู่รถโดยสารไฟฟ้าในครั้งนี้ของเรา ไม่เพียงยกระดับคุณภาพการเดินทาง ให้ผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบาย ทันสมัย และมีความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานใหม่ให้กับระบบ ขนส่งสาธารณะของภาคเหนือ ด้วยการลดมลพิษทางอากาศ เพิ่มความเงียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อชุมชนอย่างยั่งยืน และอีกหนึ่งสิ่งที่เราอยากให้ทุกท่านได้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด คือแถบพลังงานบนโลโก้ Greenbus จากเดิมที่เป็น สีแดงแทนพลังงานน้ำมัน วันนี้ได้เปลี่ยนเป็นแถบพลังงานสีฟ้าที่ใช้กับรถ EV Greenbus เพื่อสะท้อนการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ของพลังงานไฟฟ้าอย่างแท้จริง

Fair Super Charge : โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต

ควบคู่กันนี้ แฟร์แฟร์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ยังได้ลงทุนก่อสร้าง สถานีชาร์จพลังงานสะอาด “Fair Super Charge” พร้อมหัวชาร์จไฟฟ้าจำนวน 6 หัว ชาร์จเร็วสูงสุด 720 KWH เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าและระบบคมนาคมสีเขียวในจังหวัดเชียงใหม่ รองรับการเติบโต ของยานยนต์ไฟฟ้าและระบบคมนาคมสีเขียวในภูมิภาค ไม่เพียงสำหรับรถ EV Greenbus เท่านั้น แต่ยังเปิดให้ผู้ใช้รถ EV ทั่วไป สามารถเข้ามาชาร์จได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย

การลงทุนในอนาคต : ขยายการเดินทางสีเขียวให้เชื่อมโยงทั้งภูมิภาค

2 โปรเจคที่เราลงทุน “EV Greenbus” และ “Fair Super Charge” ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท และบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อยกระดับเส้นทางคมนาคมสีเขียวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ในอนาคตมีแผนขยายจำนวนรถโดยสารไฟฟ้า EV Greenbus พร้อมทั้งเตรียมขยายสถานีชาร์จรถไฟฟ้า Fair Super Charge ไปยังจังหวัดสำคัญในภาคเหนือ อาทิ เชียงราย และจังหวัดศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานรองรับทั้งการเดินทางของประชาชน รวมถึงการเติบโต ของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต การลงทุนนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายการเดินทางสีเขียวที่สมบูรณ์ เชื่อมโยงเมืองหลัก-เมืองรอง และสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

“Greenpark Chiang Rai” คอมมูนิตี้มอลล์เพื่อชุมชน เสริมเศรษฐกิจเชียงรายอย่างยั่งยืน

ภายใต้การบริหารของบริษัท คำพรพัฒนา จำกัด “บริษัทในเครือฯ” โครงการออกแบบโดยผสมผสานธรรมชาติ เสน่ห์ ท้องถิ่น และความทันสมัย จากแรงบันดาลใจของบ้านชาวเขา เสริมด้วยพื้นที่สีเขียวและพื้นที่พักผ่อน เพื่อให้เป็นศูนย์กลาง การใช้ชีวิตของครอบครัว ชุมชน และนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตไปพร้อมกับร้านค้าชั้นนำ ระดับประเทศ บนแนวคิด “คอมมูนิตี้มอลล์ที่ยั่งยืน” ที่ผสมผสานความสะดวกสบาย และใส่ใจสิ่งแวดล้อมไว้ด้วยกัน โดยจะเปิด ให้บริการเฟสแรกในเดือนมกราคม 2569 และเปิดเต็มรูปแบบภายในไตรมาส 4 ปี 2569

พวกเราเชื่อมั่นว่า ความตั้งใจในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของระบบคมนาคมสะอาดของภาคเหนือ ช่วยลดมลพิษ ลดคาร์บอน และสร้างเมืองที่น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกคน…. วันนี้ EV Greenbus ไม่ได้เป็นเพียง “บริการเดินทาง” แต่คือการพาทุกคน ออกเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน “A New Journey Toward Sustainability.”

SUN ผนึกหลายภาคส่วน ส่งข้าวโพดหวานกระป๋อง KC ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้หลายชุมชนถูกน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนเสียหาย ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพและขาดแคลนอาหารอย่างเร่งด่วน

SUN ได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง ตรา KC เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้ได้รับอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอในระยะเร่งด่วน การส่งมอบจัดขึ้นผ่านความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กรมประมง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เพื่อสนับสนุนด้านการลำเลียงสิ่งของไปยังพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และมอบพลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยความเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม SUN ยืนยันความมุ่งมั่นในการยืนเคียงข้างพี่น้องชาวใต้ในช่วงเวลายากลำบาก และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป