เปิดตัว “ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา” สถาปัตยกรรมโคโลเนียลสุดหรูแห่งใหม่ริมแม่น้ำปิง ใจกลางเชียงใหม่

เชียงใหม่ – ปิงปุระ ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (Ping Pura Riverside Resort & Spa) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะที่พักระดับลักชูรีแห่งใหม่

ล่าสุดของจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำเสนอเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์โคโลเนียลที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว

ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพริมฝั่งแม่น้ำปิงอันเงียบสงบ ห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เพียง 15 นาที มอบประสบการณ์พักผ่อนที่เป็นส่วน

ตัวแต่ยังคงความสะดวกสบายในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ย่านเมืองเก่า ไนท์บาร์ซาร์ และดอยสุเทพ

ไฮไลต์สำคัญของปิงปุระ:ห้องพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ: ให้บริการห้องชุด (Suites) เพียง 24 ห้อง ตั้งแต่ห้อง Deluxe Suite (65 ตร.ม.) ไปจนถึง Presidential Suite (220ตร.ม.) ที่เป็นที่สุดแห่งความหรูหรา

สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน: ครบครันด้วยสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ , ปิงปุระ สปา (Pura Spa) ระดับโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอินเดีย ,และฟิตเนสที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง

ดื่มด่ำกับอาหารท้องถิ่นและนานาชาติจากร้านอาหารซิกเนเจอร์ 2 แห่ง พร้อมชมวิวแม่น้ำปิงแบบพาโนรามาที่บาร์สุดเก๋ทั้ง 3 แห่งของรีสอร์ทปิงปุระ พร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับนักเดินทางที่แสวงหาความผ่อนคลายและการบริการที่เหนือระดับในภาคเหนือของประเทศไทย

การเดินทางสะดวกมาก! เพียง 15 นาทีจากสนามบินเชียงใหม่ Rooms: ห้องพักขนาดใหญ่ เริ่มต้นที่ 65 ตร.ม. ไปจนถึง 220 ตร.ม. ตกแต่งอย่างประณีตทุกรายละเอียด พร้อมผ่อนคลายไปกับสระว่ายน้ำระบบเกลือ และ ‘Pura Spa’ สปาระดับโลก Dining: อิ่มอร่อยกับร้านอาหารซิกเนเจอร์ และบาร์วิวแม่น้ำที่สวยที่สุดในเชียงใหม่

ไม่ว่าจะมาพักผ่อนในวันหยุด จัดงานอีเวนต์ส่วนตัว หรือการประชุมสัมมนา ทีมงานของเราพร้อมดูแลคุณด้วยบริการระดับพรีเมียมตลอด 24 ชั่วโมง

 

📢 สำรองห้องพักหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: 📞 โทร: 053 270555 📧

อีเมล: info@pingpurahotel.com 🌐 เว็บไซต์: www.pingpura.com

📍 ที่ตั้ง: 555 หมู่ 5 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่

#PingPura #ปิงปุระ #ChiangMaiResort #LuxuryHotelChiangMai #RiversideResort #ChiangmaiTravel #รีวิวเชียงใหม่ #ที่พักเชียงใหม่ริมน้ำ

 

“มาดามหยก” นำทัพพรรคก้าวอิสระ เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ ชูโมเดลการเมืองจิตอาสา ไม่แบ่งสี ไม่แบ่งฝ่าย

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ พรรคก้าวอิสระได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 2/2568 เพื่อกำหนดทิศทางพรรคและเปิดตัวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญ โดยมี “มาดามหยก” หรือ น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำการประชุมท่ามกลางสมาชิกพรรคที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวอิสระรวม 15 ท่าน ประกอบด้วย น.ส.กชพร เวโรจน์ (หัวหน้าพรรค), นายมาโนช อุณหกาญจน์กิจ, นายไพโรจน์ อัครหิรัญภักดิ์, นายกิตติวินท์ แก้วคำภา, นายณัฐพล ทองคำ, นายจิรายุ แก้วพะเนาว์ (ทั้งหมดดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค), นายชาญชัย โตพฤกษา (เลขาธิการพรรค), นางสาวลภัสนันท์ หมื่นจิตย์ (เหรัญญิกพรรค), นายรุ่งโรจน์ รุ่งณรงค์รักษ์ (นายทะเบียนสมาชิกพรรค), นายอิศราชัย เจริญกิจวิวัฒน์ (โฆษกพรรค) พร้อมด้วยกรรมการบริหารอีก 5 ท่าน ได้แก่ นายนเรศร์ เกิดดี, นางสาวฐิติพร ประวัติศรีชัย, นายธเนศร์ พิทักษ์วงศ์สกุล, ว่าที่ ร้อยเอก ไกรภพ นครชัยกุล และ นายสิทธิพร พลนิเทศ นอกจากนี้ยังมีนายนัยนภนต์ โพธิ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าสาขาพรรคลำดับที่ 013 กรุงเทพฯ และนายอิศราชัย เจริญกิจวิวัฒน์ ลงสมัคร ส.ส. เขต 27 กรุงเทพฯ

ในส่วนของคณะกรรมการสรรหาพรรค มีรายชื่อดังนี้: น.ส.กชพร เวโรจน์, นายมาโนช อุณหกาญจน์กิจ, นายชาญชัย โตพฤกษา, นายกิตติวินท์ แก้วคำภา, นางสาวนงลักษณ์ นพรัตน์, นายนัยนภนต์ โพธิ์สุวรรณ, นางสาวสุวรรณี ถนอมเมือง, นายจักรี ศรีหมอก และนายธนิต ศิริโยธา

ไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 3 คน ได้แก่ 1. น.ส.กชพร เวโรจน์ 2. นายชาญชัย โตพฤกษา และ 3. นายอชิรวิทย์ ทนุก้ำ ซึ่งมาดามหยกเน้นย้ำว่าทุกคนคือ “คนธรรมดาที่มีหัวใจจิตอาสา” และพร้อมจะนำพลังบริสุทธิ์เข้ามาขับเคลื่อนประเทศโดยไม่เน้นความขัดแย้ง โดยทางพรรคเตรียมมุ่งเป้าพัฒนาพื้นที่ “เชียงใหม่โมเดล” และให้ความสำคัญกับพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ สู่ระดับประเทศ

โดย น.ส.กชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ กล่าวว่า

“พรรคก้าวอิสระเป็นการรวมตัวของจิตอาสาทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลา เราเป็นพรรคแรกและพรรคเดียวที่หลอมรวมจิตอาสาเข้ามาทำงานเมือง ตัวหยกเองทำจิตอาสามาเป็นปีที่ 29 แล้ว และมองว่าประเทศต้องเปลี่ยน เราไม่อยากทำสถาบันการเมืองแบบเดิมๆ จึงชวนทีมจิตอาสาที่มีความเสียสละเป็นทุนเดิมมาทำงานร่วมกัน เป็นการ ‘ทำการเมือง’ ไม่ใช่ ‘เล่นการเมือง’ เราจะไม่มีการแบ่งสี แยกฝ่าย หรือเลือกข้างค่ะ”

เมื่อถามถึงในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคมีความคาดหวังหรือกลยุทธ์อย่างไรในการสู้กับพรรคใหญ่? “ยอมรับตรงๆ ค่ะว่าการส่ง ส.ส. แบบแบ่งเขต เราอาจไม่มีกำลังพอไปสู้กับพรรคใหญ่ และเราก็ไม่คิดจะไปสู้กับใคร เพราะเราตั้งใจเข้ามาเพื่อร่วมทำงาน ตอนนี้มีหลายเขตที่เสนอตัวเข้ามา เช่น ในเชียงใหม่ที่หยกอยากให้เป็น ‘เชียงใหม่โมเดล’ รวมถึงพื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา หยกขอแค่คะแนนพรรค เพื่อให้พวกเราได้เข้าไปทำงานตรงนั้นและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงประเทศไปทีละนิดค่ะ”

“และแม้ก่อนหน้านี้จะชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่า แต่หยกมองว่าในปี 2026 ประเทศต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราไม่กล้าก้าวออกมา คนที่ตามหลังเราอยู่เขาก็คงไม่กล้า จึงอยากขอแรงจาก ‘พลังเงียบ’ หรือพลังบริสุทธิ์ทุกคน อย่าคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เพราะถ้าเราปล่อยให้สิ่งไม่ดีดำเนินต่อไป เราจะเริ่มอะไรใหม่ๆ ไม่ได้เลย หยกอยากให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในปีใหม่ปีหน้านี้ค่ะ” กล่าวปิดท้าย

#พรรคก้าวอิสระ #มาดามหยก #การเมืองสร้างสรรค์ #จิตอาสา #แคนดิเดตนายก #เชียงใหม่โมเดล

ได้เวลาแอ่วเหนือรับลมหนาว! ส่อง 5 ไฮไลต์ม่วนใจ๋ใน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2025” วันนี้ – 31 ม.ค. 69 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

เชียงราย – ชวนมาแอ่วเจียงฮาย เมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม ที่กำลังคึกคักรับฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ผนึกพันธมิตรภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย, สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดเชียงรายองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, เทศบาลนครเชียงราย, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกสัมผัสเสน่ห์เมืองเหนือภายใต้คอนเซปต์ ‘The Magic of Chiang Rai’ ผ่าน 5 อีเวนต์ไฮไลต์สุดม่วนใจ๋ในงาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2025” เพื่อเติมสีสันช่วงไฮซีซั่นคึกคัก พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพเชียงรายในฐานะ “เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design)” ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO พิเศษ! เพียงช้อปในศูนย์การค้าฯ ครบ 5,000 บาท รับฟรี! แพ็กเกจ Happy Journey ดอยตุง 1 ใบ และช้อป 8,000 บาท รับแพ็กเกจ Happy Journey ดอยตุง 2 ใบ จำนวนจำกัด 100 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ พร้อมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูสุดพิเศษจากร้านอาหารแบรนด์ดังภายในศูนย์ฯ ที่มีเฉพาะในเทศกาลสีสันกาสะลองเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ที่ ลานกาสะลอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

เช็กอินให้ครบ 5 ไฮไลต์สุดม่วนใจ๋! ในงาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2025”
1)ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา: ไฮไลต์ห้ามพลาด! เซ็นทรัล เชียงราย จับมือ ‘ดอยตุง’ สร้างปรากฏการณ์งานคราฟต์มาสเตอร์พีซหนึ่งเดียวในไทย เนรมิตต้นคริสต์มาสไม้ไผ่สาน ขนาดสูง 15 เมตร และรายล้อมด้วย 6 ต้นคริสต์มาส ในคอนเซ็ปต์ ‘The Magic of Chiang Rai’ ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งล้านนาและอัตลักษณ์ของ 4 ชนเผ่าจากยอดดอยสูงที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ผสมผสานเป็นงานคราฟต์ โดยใช้วัสดุไม้ไผ่สานย้อมสีธรรมชาติ ตกแต่งด้วยเครื่องประดับ ลูกปัด และงานหัตถกรรมท้องถิ่น ผสานกับแสงไฟ LED ที่ระยิบระยับหลากสีสัน ที่พร้อมส่งต่อความภาคภูมิใจสู่หัวใจคนทั่วโลก
2)สีสันกาสะลองไนท์มาร์เก็ต: สายกินต้องมา! อร่อยกับเมนูพิเศษที่รังสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติท้องถิ่น ลิ้มลองเมนูหาทานยากจากพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง และอาหารพื้นเมืองสไตล์ล้านนา อร่อยแบบดั้งเดิม ได้ฟีลเหนือแท้ๆ
3)The Magic Stage เวทีแห่งศิลปวัฒนธรรม ชมโชว์พิเศษและการแสดงศิลปวัฒนธรรมเอกลักษณ์แห่งล้านนาและชนเผ่าในเชียงราย ที่จะสร้างความประทับใจตลอดงาน และกิจกรรมดนตรีเปิดหมวกและวงดนตรีโฟร์คซองกว่า 120 การแสดง พิเศษ! ร่วมย้อนวันวาน ผ่านบทเพลงไพเราะ กับการกลับมาของวงดนตรีรุ่นเก๋า THE COTTAGE ที่พร้อมขึ้นเวทีในรูปแบบ Mini Concert มอบความสุขและความอบอุ่นช่วงปลายปีให้กับแฟนเพลง (17 ธ.ค. 68)
4)ส่งท้ายปีสุดพิเศษกับ The Magical Stars คาแรกเตอร์ระดับโลกจากดิสนีย์ ที่จะมาสร้างสีสันและถ่ายทอดเรื่องราวในจินตนาการ เติมรอยยิ้มและความสุขให้ทุกคนตลอดเทศกาล
5)KIDS DAY 2026: ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติกับ MERMAIDVERSE The Future Skills In the Ocean พาดำดิ่งสู่โลกแห่งอนาคต และ อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ใต้น้ำ เรียนรู้ผ่านความสนุกและจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด!

กับเทศกาลสีสันกาสะลอง ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ที่ ลานกาสะลอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

นบ.ยส.35 จัดปฐมนิเทศกำลังพลประจำปี69 อย่างเป็นทางการเพื่อเสริมความพร้อม ยกระดับการปฏิบัติในพื้นที่ชายแดนให้ปลอดภัย

 

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ บก.นบ.ยส.35 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จัดการปฐมนิเทศให้กับกำลังพลประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พล.ท. ชายแดน กฤษณสุวรรณ รอง ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือเป็นประธาน มีผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 และกำลังเจ้าหน้าที่จากฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหารเข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลทุกนายมีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ ความปลอดภัย และความเข้าใจในบทบาทของตน ในการปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นยาเสพติดชายแดนภาคเหนืออย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามนโยบายระดับชาติ

การปฐมนิเทศครั้งนี้ครอบคลุมบทบาท ภารกิจ และทิศทางการทำงานของ นบ.ยส.35 แนวทางการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2569 งานด้านการข่าว การข่าวกรองชายแดน รวมทั้งการประสานงานระหว่างหน่วยและข้อมูลเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ที่สำคัญในครั้งนี้มีการอบรมและทดสอบการใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจค้นและตรวจสอบ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2569 เกิดควาต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจน และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติด
ทั้งนี้ตั้งแต่ห้วงวันที่ 1 – 10 ธันวาคม 2568 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) มีผลการสกัดกั้นและปราบปรามต่อเนื่อง โดยยึดยาบ้าได้จำนวน 24,064,000 เม็ด ไอซ์ 452 กก. ผู้ต้องหา 2 คน เกิดเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ 60 เหตุการณ์ ปะทะกับกลุ่มขบวนการ 15 ครั้ง ตรวจยึดจับกุม 45 ครั้ง
ขณะที่ ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 10 ธันวาคม 2568 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) มีผลการสกัดกั้นและปราบปรามหลายเหตุการณ์ สามารถยึดยาบ้าได้จำนวน 124,298,000 เม็ด ไอซ์ 2,767 กก. เฮโรอีน 67 กก.และ คีตามีน 155 กก.ผู้ต้องหา 45 คน เสียชีวิต 8 ศพ
สำหรับสถิติการนำเข้า/จับกุมยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือในความรับผิดชอบของนบ.ยส.35 เปรียบเทียบห้วง 1 ตุลาคม 2567 – 10 ธันวาคม 2568 พบว่ามียาบ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 69,629,913 เม็ด ขณะที่ ไอซ์ ,เฮโรอีนและ คีตามีน ลดลง


#นบยส35 #ปฐมนิเทศ #สกัดกั้นยาเสพติด #กองทัพภาคที่3

สุกี้-บอย-สมเกียรติ สานต่อความสุข จัดคอนเสิร์ตใหญ่ “B.DAY Forever Concert” ยกศิลปินค่าย Bakery Music & Dojo City บุกเชียงใหม่

B.DAYForeverConcert ยกศิลปินค่าย Bakery Music & Dojo City บุกเชียงใหม่ ใน SINGHA LIFE Presents “B.DAY After Party Festival: Life After Live” พบกัน 10 มกราคม 2569 เปิดขายบัตรแล้วทาง ThaiTicketMajor

หลังจากคอนเสิร์ตใหญ่ “B.DAY Forever Concert” (5-8 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี) จบลงและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เป็นงานใหญ่แห่งปีที่ถูกพูดถึงในโลกโซเชี่ยล กับกระแสตอบรับจากชาวเบเกอเรี่ยนอย่างล้นหลาม หลายคนที่พลาดโอกาสการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ครั้งสำคัญนี้

สามบอสแห่ง Bakery Music นำทีมโดย สุกี้-กมล สุโกศล แคลปป์, บอย-โกสิยพงษ์ และสมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ผู้บุกเบิกค่ายเพลงทันสมัยแนวเพลงอินดี้ ที่มาเปลี่ยนวิธีฟังเพลงไทยไปตลอดกาล และ Dojo City ค่ายเพลงป๊อปแดนซ์สีสันสดใส ร่วมกับ ผู้จัด CI Showbiz ขอสานต่อความสุขและพลังของเสียงดนตรี รวมพลนำศิลปินบุกขึ้นไปต่อที่เชียงใหม่ เป็นการปิดโชว์ครั้งสุดท้ายแบบครบศิลปินของ Bakery Music & Dojo City ในงาน SINGHA LIFE Presents “B.DAY After Party Festival: Life After Live” งานดนตรีกลางแจ้งครั้งยิ่งใหญ่ที่แฟนเพลงไม่ควรพลาด ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ บ้านสวนรถไฟรีสอร์ท (Royal Train Garden Resort) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ งานนี้จะพาแฟนเพลงออกเดินทางสู่ภาคเหนือ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและบรรยากาศเป็นกันเอง ให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวความสุข สร้างความทรงจำใหม่ และดื่มต่ำไปกับเสียงเพลงอีกครั้ง

SINGHA LIFE Presents “B.DAY After Party Festival: Life After Live”

จะมอบบรรยากาศที่อบอุ่น ให้แฟนเพลงได้สัมผัสความสนุกอย่างเต็มอิ่ม พร้อมใกล้ชิดกับศิลปินจาก Bakery Music & Dojo City ครบทุกยุคทุกสมัย ได้แก่ B5 / BE PEERAPAT / BOYD KOSIYABONG / CRESCENDO/FLURE/GROOVE RIDERS/H/JOEΥΒΟΥ / KRISTIN / MODERNDOG/MR.SISTER /MR.Z/NADIA/NIECE/NONG PIMLUCK/NOP PONCHAMNI / OIL SHOCKING PINK/ ORNAREE/P.O.P/PAUSE / PRU/RIK/RUDKLAO AMRATISHA / SAICHOL RADOMKIT/SEPIA / SOUL AFTER SIX / TEA FOR THREE / THEE CHAIYADEJ / TRAI BHUMIRATNA/TRIUMPHS KINGDOM / YOKEE PLAYBOY ศิลปินแต่ละวงเตรียมจัดเต็มเพื่อแฟนๆ ให้ได้ดื่มต่ำบทเพลงฮิต สร้างความทรงจำร่วมกัน ในบรรยากาศสบายๆ ที่คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเดียวกับครอบครัว Bakery Music

ใครที่พลาดงาน B.DAYForever Concert และยังอิ่มไม่จุใจ ชาวเบเกอเรี่ยนไม่ต้องเสียใจ เจอกันในงาน Outdoor Music Festival “B.DAY After Party Festival: Life After Live” วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ บ้านสวนรถไฟรีสอร์ต (Royal Train Garden Resort) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถซื้อบัตร ได้แล้ววันนี้ ราคาบัตร VVIP 6,000 บาท / VIP 3,500 บาท / Regular 1,900 บาท ที่ www.thaiticketmajor.com และ Thaiticketmajor ทุกสาขา หรือ TTM.Call center 02-2623456

คิวท์เกินต้าน! MINISO เปิดแล้วที่สาขาเมญ่าฯ เชียงใหม่

คิวท์เกินต้าน! MINISO เปิดแล้วที่สาขาเมญ่าฯ เชียงใหม่พร้อมสองสาวอย่าง น้ำหนึ่ง–เนย ที่จะมาสร้างสีสัน และยังมีคอลเลกชันสุดน่ารักเพียบ!

MINISO แบรนด์ดังจากประเทศจีนจัดเต็มไอเท็มน่ารักสุดมินิมอล คอลเลกชันลิขสิทธิ์ของแท้จาก Sanrio และ Disney ราคาเริ่มต้นเพียง 19 บาท ไม่ว่าจะเป็น ของใช้, ของตกแต่ง, เครื่องเขียน, เครื่องสำอาง และอีกมากมาย มาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจ

นอกจากนี้ ยังมีสองสาวสุดปังอย่าง น้ำหนึ่ง และ เนย มาร่วมฉลองเปิดร้านและทักทายแฟนๆ อย่างใกล้ชิด ในงาน Grand Opening MINISO สาขาเมญ่าฯ เชียงใหม่ โดยทั้งคู่ได้มาสร้างรอยยิ้ม เติมความสดใส และเพิ่มความคึกคักแบบสุดพิเศษ ให้กับทุกคน

โปรโมชั่นสุดพิเศษ! ช้อปครบ 800 บาท รับส่วนลดทันที 100 บาท ในวันที่ 6 ธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ ณ ร้าน MINISO ชั้น 3 ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์

อรสิริน กรุ๊ป ผุดโปรเจค 2 โครงการใหญ่ แห่งใหม่ ย่านถนนมหิดล

THE FIRST REPLETE OF ORNSIRIN ON MAHIDOL DISTRIC อรสิริน กรุ๊ป ผุดโปรเจคเชื่อมโยงการใช้ชีวิต บน ถ.มหิดล เพียบพร้อมทั้ง THE BACKYARD MAHIDOL คอมมูนิตี้มอลล์ และ HABITAT MAHIDOL โครงการบ้านระดับ A LIST

วันนี้ (6 ธันวาคม 2568) อรสิริน กรุ๊ป ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่เติบโตมากับธุรกิจอสังหาฯ ใช้ประโยชน์จากที่ดินและทราฟฟิก ยกระดับจังหวัดเชียงใหม่พัฒนาพื้นที่ย่านถนนมหิดล อีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพของเมืองเชียงใหม่ เอาใจทั้งสายช้อปปิ้งและคนรักบ้าน กับ 2 โครงการใหญ่ อย่าง “THE BACKYARD MAHIDOL” คอมมูนิตี้มอลล์ แห่งใหม่ สะท้อนแนวคิด ที่จะทำให้คุณได้มาพบปะและใช้ชีวิตในแบบ NEIGHBORHOOD MALL และ “HABITAT MAHIDOL” โครงการบ้านระดับ A LIST เชื่อมโยงทุกการใช้ชีวิต ทั้งสองโครงการกำหนดเปิดตัวพร้อมกันอย่างเป็นทางการ ก.พ. 69!! นี้

มาเริ่มกันที่โครงการ THE BACKYARD MAHIDOL คอมมูนิตี้มอลล์ แห่งใหม่ สะท้อนแนวคิด ที่จะทำให้คุณได้มาพบปะ และใช้ชีวิตในแบบ “NEIGHBORHOOD MALL” เพราะที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่การมา “ช้อป” แต่สามารถรองรับทุกความสุขของทุกคนในครอบครัว มาร่วมจอย มาร่วมแจม ในไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง บนพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เชื่อมโยงคุณกับการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ชูการสร้าง VALUE EXPERIENCE เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเข้าถึง กับแนวคิด CONNECTION WITH AUDIENCE เชื่อมโยงการใช้ชีวิต เติมเต็มความสุขในทุกวัน

สำหรับคอมมูนิตี้มอลล์อย่าง THE BACKYARD MAHIDOL ได้จัดให้มีกิจกรรม ON GROUND ACTIVITY ในคอนเซปต์ “HEART OF NEIGHBORHOOD” สร้างความสุขเชื่อมโยงผู้คนอย่างยั่งยืน สู่การเป็น ORNSIRIN FAMILY กับกิจกรรมแจกดอกไม้คอลเลคชั่นพิเศษและกระเป๋ากระสอบสุด UNIQUE พิเศษสุด สำหรับลูกบ้านอรสิรินและนักเรียนโรงเรียน MILLHILL ร่วมกิจกรรม WORKSHOP ศิลปะฟรี!! ตลอดเดือนธันวาคม 2568 นี้ ท่ามกลางบรรยากาศกลางสวนที่ทุกคนในครอบครัวมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งด้วยกันได้ทั้งสวนสาธารณะ อบจ. และถนนคนเดินวัวลาย โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00น. – 19.00 น. หมุนเวียนเปลี่ยนสวนสร้างสีสันวันหยุดตลอดเดือนธันวาคม 2568 อาทิ วันที่ 6-7 ธ.ค. และ 13-14 ธ.ค. 68 สวนสาธารณะ อบจ. / วันที่ 20 และ 27 ธ.ค. 68 ถนนคนเดินวัวลาย

มาต่อกันที่โครงการระดับ A LIST ทางอรสิรินพร้อมเปิดตัว “HABITAT MAHIDOL” ซึ่งอยู่บนพื้นที่เดียวกันกับ THE BACKYARD MAHIDOL นับได้ว่าเป็นอีกก้าวของการพัฒนาที่ดินให้ได้ประโยชน์สูงสุด เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยยกระดับให้ชาวเชียงใหม่บนเส้นถนนมหิดล พร้อมเชื่อมโยงทุกการใช้ชีวิต โดยเปิดให้จองได้ในช่วงต้นปีหน้า

โครงการ HABITAT MAHIDOL เป็นที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีใจกลางเมือง ชูจุดเด่นด้านทำเลที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนท่ามกลางทิวทัศน์ภูเขา สัมผัสความงามเหนือกาลเวลาผ่านการออกแบบสไตล์ NEOCLASSIC ที่รังสรรค์เพื่อผู้นำชีวิตมีระดับ เปิดประตูสู่ชีวิตที่สง่างาม กับบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานสถาปัตยกรรมยุโรปคลาสสิก ผสานความหรูหราและเรียบง่ายไว้อย่างลงตัวในสังคมคุณภาพและเป็นส่วนตัวเพียง 29 ยูนิต พร้อมสัมผัสความอลังการของ CLUBHOUSE และสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับอย่างครบครัน

• THE BACKYARD MAHIDOL ติดต่อจองพื้นที่เริ่มต้นธุรกิจของคุณก่อนใคร โทร 064 339 7666 , LINE OA: @ornsirin , Facebook Page: The Backyard Mahidol

• HABITAT MAHIDOL สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร 096-3355-656 , LINE OA: @ornsirin , Facebook Page: ornsirin plc

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

#TheBackyardMahidol #อรสิริน #OrnsirinFamily #NeighborhoodMall
#HabitatMahidol #NEOCLASSIC #ย่านมหิดล #โครงการบ้านถนนมหิดล

CEA ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่เปิด “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568” ปีที่ 11 ยกระดับท้องถิ่นสู่สากลด้วยแนวคิด “โลคัลพลัส” ต่อยอดพลังท้องถิ่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยศิลปิน นักสร้างสรรค์ ชุมชน และเครือข่ายพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศ ร่วมเปิด “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568” หรือ “Chiang Mai Design Week 2025” (CMDW2025) อย่างเป็นทางการ เป็นปีที่ 11 ภายใต้ธีม “Local Plus: Creativity, Technology, Sustainability ร่วมมือกันสร้างสรรค์เติบโต” ตลอด 9 วันของเทศกาลฯ มีนักสร้างสรรค์จากภาคเหนือและภูมิภาคอื่น ๆ ร่วมจัดงานรวมกว่า 166 คน และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ต่างประเทศ 15 ประเทศ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท จากเดิมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอด 10 ปี กว่า 5,700 ล้านบาท พร้อมดึงดูดผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติกว่า 1 ล้านคน

เทศกาลฯเชื่อมโยงนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการท้องถิ่นของภาคเหนือร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อเดินหน้าต่อยอด“ทุนจากวัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “ทุนเศรษฐกิจ” ที่ดึงดูดนักลงทุนและโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ตอกย้ำบทบาทของเทศกาลฯ ในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภาคเหนือสู่ระดับนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 14 ธันวาคม 2568 ณ ย่านกลางเวียง, ช้างม่อย – ท่าแพ และสันป่าข่อย จังหวัดเชียงใหม่  สำหรับพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คุณ    ไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมด้วย ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้เกียรติร่วมพิธีในวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ณ TCDC เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่เป็นงานที่สะท้อนพลังของคนเชียงใหม่และเสน่ห์ของเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง จังหวัดเชียงใหม่มีนโยบายการสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding) ให้เป็นที่ยอมรับและจดจำในระดับนานาชาติ ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยว ‘12 เดือน 12 ธีม’ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนสามารถสัมผัสประสบการณ์ของเชียงใหม่ครบทุกมิติ ทั้งภูมิประเทศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม ธุรกิจท้องถิ่น ประเพณี และวิถีชีวิต โดยเดือนธันวาคม ถูกกำหนดให้เป็นเดือนแห่ง Creativity & Design โดยมีเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่จะทำให้เห็นว่าศิลปะ การออกแบบ และวัฒนธรรมท้องถิ่น สามารถเชื่อมโยงโอกาสทั้งจากการท่องเที่ยวและการลงทุนในระดับโลกได้จริง เทศกาลฯ นี้ไม่เพียงสร้างเสน่ห์ให้เมืองในฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ยังตอกย้ำว่าเชียงใหม่คือเมืองที่เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน และพร้อมเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และยกระดับให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของภูมิภาค”

คุณไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาคเหนือเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย CEA ตั้งเป้าให้เทศกาลฯ เติบโตจาก ‘เทศกาลงานออกแบบ’ ไปสู่การเป็น ‘เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์เมือง (City Branding)’ ที่สำคัญของเชียงใหม่ เพื่อช่วยให้เมืองนี้ก้าวข้ามภาพจำเดิมจาก ‘เมืองท่องเที่ยว’ ไปสู่การเป็นเมืองที่ ‘Crafting Wellness from Local Essence, Inspiring Asia’ และกลายเป็นจุดหมายของนักสร้างสรรค์และนักลงทุนจากทั่วโลกในหลากหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพและความงาม (Wellness), การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, หัตถกรรม, ดนตรี, อาหาร แฟชั่น และดิจิทัลคอนเทนต์ ตลอดจนสะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการผลักดันเชียงใหม่และภาคเหนือให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติ”

“นอกจากนี้ CEA ยังคงเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนืออย่างต่อเนื่องและครอบคลุม ทั้งการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้านทักษะสร้างสรรค์ เช่น การจัดตั้ง TCDC แห่งใหม่ใน 4 จังหวัดของภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย, แพร่, อุตรดิตถ์ และพิษณุโลกโดยมีแผนจะเปิดให้บริการปี2569การขยายเครือข่ายนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการเสริมศักยภาพนักสร้างสรรค์ผู้ประกอบการ และเยาวชน รวมทั้งผลักดันภาคเหนือให้เติบโตเป็น ‘Creative Region’ ที่แข็งแกร่งในทุกมิติ”

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลฯ มี 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1. การเฉลิมฉลองนักสร้างสรรค์คืนถิ่น (Homecoming) สนับสนุนการกลับมาร่วมสร้างเมืองของคนเชียงใหม่รุ่นใหม่ 2. การสืบสานวิถีท้องถิ่นที่ยั่งยืน (Local Sustainable Living) เสริมความเข้มแข็งของทุนทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และ 3. การสร้างพื้นที่แห่งโอกาสใหม่ (New Opportunities) เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ มีพื้นที่เติบโตและขยายสู่ตลาดใหม่ โดยมีเครือข่ายจาก 15 ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรปเข้าร่วมเทศกาลฯ ในปีนี้ ร่วมจัดแสดงผลงาน รวมถึงสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในอนาคต สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของเทศกาลฯ ที่ไม่ใช่แค่การจัดอีเวนต์ แต่ยังเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจท้องถิ่นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น สังคมไปต่อได้ และเศรษฐกิจขยายตัว ช่วยผลักดันเชียงใหม่ให้เติบโตในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

Local Plus: ต่อยอดพลังท้องถิ่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนเทศกาลฯ ปีนี้ถ่ายทอดแนวคิด “Local Plus” ที่ถูกถ่ายทอดผ่าน 5 สัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่

เครื่องหมาย บวก (+): พลังร่วมของคนสร้างสรรค์ องค์กร และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ร่วมกันทำให้เชียงใหม่และเมืองอื่น ๆ ในภาคเหนือ ยกระดับเมืองให้พร้อมสำหรับโอกาสใหม่ ๆ ของคอมมิวนิตี้สร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ เช่น งานคราฟต์ (Craft), ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) ฯลฯ

เครื่องหมาย คูณ (×): ต่อยอดผลงานสู่มาตรฐานสากล ที่ “พลัส” พลังความร่วมมือกับนานาชาติกว่า 15 ประเทศ

เครื่องหมาย หาร (÷): แบ่งปันความรู้และนวัตกรรมในประเด็นที่ท้าทายบริบทโลก เช่น การรับมือกับภัยพิบัติในยุค “New Norm” ฯลฯ

เครื่องหมาย ลบ (-): ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเทศกาลฯ ถือเป็นต้นแบบของการจัดงานหรืออีเวนต์ ที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สัญลักษณ์อินฟินิตี้ (∞): เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด ส่งเสริมภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

โปรแกรมไฮไลต์สะท้อน “พลัง Local Plus” ตลอด 9 วันของเทศกาลฯ เทศกาลฯ นำเสนอโปรแกรมสร้างสรรค์กว่า 150 กิจกรรม ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ กลางเวียง, ช้างม่อย – ท่าแพ, สันป่าข่อย และพื้นที่อื่น ๆ ดังนี้ 

-Make Scents, Make Sense สถานที่ TCDC เชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น. นิทรรศการที่เปิดมุมมองใหม่เรื่อง “กลิ่นหอม” ในหลากหลายมิติ ทั้งประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกันสำรวจศักยภาพของพืชพรรณท้องถิ่นภาคเหนือซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และพร้อมต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางด้านกลิ่นของไทย เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Wellness ด้วยพลังแห่งกลิ่นหอมจากธรรมชาติ

-The Homecoming Club สถานที่ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย เวลา 10.00 – 22.00 น.กิจกรรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กลับบ้าน เล่าผ่านเรื่องราวของคนคืนถิ่น ถูกถอดรหัสออกมาเป็นคลับที่มีพื้นที่ต่าง ๆ รอให้ได้สำรวจ พร้อม “คู่มือการปิ๊กบ้าน” ในแบบฉบับของตัวเอง

-Days in Rainy Summer สถานที่ TCDC เชียงใหม่  เวลา10.00 – 22.00 น. นิทรรศการที่ชวนมาสัมผัสประสบการณ์เหนือจริงที่ “ลม” จะถูกนำเสนอในฐานะผู้เล่าเรื่อง ดำดิ่งสู่โลกของกระดาษสาทำมือจากสยามพรหมประทาน ที่ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนา ผ่านแสง เสียง และการเคลื่อนไหวของลม

-Toy Laung (Art Toy)  สถานที่ หอพื้นถิ่นล้านนา เวลา 10.00 – 22.00 น. นิทรรศการ Art Toy Exhibition และตลาดจำหน่ายผลงานจากศิลปินเชียงใหม่และทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “Land: Masks of Art – พื้นที่ หน้ากาก ศิลปิน” พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสร้าง Art Toy ทั้งในรูปแบบดิจิทัลและงานปั้นมือ 

-เส้นทางใหม่หางโจว สถานที่ หอกลางเวียง เวลา 10.00 – 22.00 น. นิทรรศการเส้นทางใหม่หางโจวจากประเทศจีน เส้นทางแห่งจินตนาการที่เชื่อมงานหัตถกรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “The New Hangzhou Line” มาพร้อมกับเวิร์กช็อปสุดพิเศษที่จะพาสำรวจโลกของงานฝีมือแบบหางโจว ผสานมรดกวัฒนธรรมสู่การถักทอความคิดสร้างสรรค์สู่อนาคต

-CRAFTed to TASTE สถานที่ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น. สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และ CEA สำนักภาคเหนือ ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือด้านศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านโครงการศิลปินพำนักระหว่างศิลปินเซรามิกจากฝรั่งเศสและไทย เพื่อสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่เชื่อมโยงงานหัตถกรรมกับอาหารพื้นเมือง (Indigenous Food) ไปสู่เชิงพาณิชย์ พร้อมผลักดันภูมิปัญญาไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

-Russian Soul: modern heritage สถานที่ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เวลา 10.00 – 22.00 น. สภาธุรกิจรัสเซียไทย (Russian-Thai Business Council) ร่วมกับดีไซเนอร์จากรัสเซีย จัดนิทรรศการ “Russian Soul: modern heritage” ที่สะท้อนวัฒนธรรมระหว่างมรดกดั้งเดิมและดีไซน์ร่วมสมัย จากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเวิร์กช็อปโดยผู้เชี่ยวชาญจาก HSE Art and Design School เพื่อถ่ายทอดรัสเซียในมุมมองใหม่ และสร้างความร่วมมือสู่เวทีนานาชาติ

-นิทรรศการศิลปะไฟนีออน โดย สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย สถานที่ ห่าน สตูดิโอ เวลา 10.00 – 22.00 น.“Fractured Galaxy” นิทรรศการศิลปะไฟนีออนโดยไจลส์ไรเดอร์ (Giles Ryder) ศิลปินผู้หลงใหลและผูกพันกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน  ศิลปินนำเสนอผลงานผ่านศิลปะจากแสงไฟนีออน วัสดุ และแสงสะท้อนในฐานะเครื่องมือเล่าบริบทสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากความเป็นสมัยใหม่ ตลอดจนบอกเล่าพื้นที่แห่งประสบการณ์และความผูกพันระหว่างศิลปินที่มีต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

-North East India (Asthalakshmi) Pavilion สถานที่ หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ เวลา 10.00 – 22.00 น.องค์กรพัฒนางานหัตถกรรมและผ้าทอมือแห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ NEHHDC จากประเทศอินเดีย นำช่างฝีมือและผู้ประกอบการร่วมนำเสนอผลงานหัตถกรรมหลากหลายประเภท ตั้งแต่งานผ้าทอ งานจักสาน เครื่องประดับทำมือ การแสดงผลงานผ้าไหม Eri และผลงานการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้มรดกวัฒนธรรมและงานคราฟต์ของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่รู้จักในเวทีนานาชาติ

 -ด้วยวิถีและดวงดาว สถานที่ หอกลางเวียง เวลา 10.00 – 22.00 น. นิทรรศการที่ชวนผู้ชมมาสัมผัสความนิ่งจากจิตใจ ความสงบที่สร้างแรงบันดาลใจและความมั่นคงภายใน โดยถ่ายทอดผ่านศิลปะ 2 มิติ ที่แปลงภาพนิ่งเป็นภาพเคลื่อนไหว พร้อมสำรวจความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน วิถีชีวิต และสิ่งรอบตัว

-ดอกไม้เริงระบำ สถานที่ มัก. ซีเอ็นเอ็กซ์ เวลา 16.00 – 23.00 น. นิทรรศการศิลปะการจัดดอกไม้ที่นำแรงบันดาลใจจากการเต้นรำ มาถ่ายทอดเป็นงานจัดดอกไม้ที่มีลีลาราวกับการเต้นรำ โดย โอภาส ยาคำมี (อัน) ศิลปินและนักจัดดอกไม้ชาวเชียงใหม่ พร้อมกับศิลปินจากฟินแลนด์ ฮ่องกง อินเดีย อิหร่าน เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ที่มาร่วมจัดดอกไม้ให้เริงระบำ ทว่างดงามในแบบฉบับของตนเอง

-Chiang Mai Street Jazz Festival 2025 สถานที่ โอลด์เชียงใหม่ (ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่) เวลา 17.00 – 23.00 น. (เวทีใหญ่ วันที่ 7 ธันวาคม 2568) เทศกาลดนตรีแจ๊สประจำปีสุดยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรพลาด รวมศิลปินจากเครือข่ายเทศกาลดนตรีทั่วเอเชียและยุโรป มาร่วมสร้างพลังแห่งความสร้างสรรค์ผ่านเสียงดนตรี เทศกาลนี้คือสัญลักษณ์ของการรวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ วัฒนธรรม ผ่านพลังของเสียงดนตรีแจ๊สและดนตรีร่วมสมัย เพื่อจุดประกายการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์

-Chiang Mai Ho Zix สถานที่ Uniserv CMU เวลา 16.30 – 23.00 น. (วันที่ 8 – 11 ธันวาคม 2568) 

เทศกาลดนตรีที่รวมศิลปินท้องถิ่นเชียงใหม่ไว้มากที่สุดแห่งปี กว่า 40 วง ถ่ายทอดเสียงแห่งตัวตนผ่านดนตรีหลากหลายแนว ตั้งแต่ลูกทุ่ง, Pop, Alternative Rock, Dream Pop, Rock & Roll, Blues, เพลงกำเมือง, Fusion Jazz ไปจนถึง Instrumental ตลอด 4 วันเต็มของเทศกาลฯ จะทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสพลังดนตรีสด ที่สะท้อนวิถีชีวิตและบรรยากาศสร้างสรรค์ของเมืองเชียงใหม่ได้อย่างแท้จริง

 

-LABBFest.2025 สถานที่ คลับ คร้าฟวิ่ง ซี.เอ็น.เอ็กซ์ เวลา 10.00 – 22.00 น.  (วันที่ 6 – 7 ธันวาคม 2568)  การแสดงดนตรีสด (Live Performance) จากศิลปินไทยและต่างชาติ ที่ผสานเสียงดนตรีเข้ากับภาพเคลื่อนไหว เปิดโอกาสให้ศิลปินในเชียงใหม่ได้นำเสนอผลงานและแสดงศักยภาพกับเหล่าโปรโมเตอร์จากหลากหลายประเทศ

-CMDW Design Showcase | International & Thai Designers สถานที่ เอส.วี. เฟอร์นิเจอร์ เวลา 10.00 – 22.00 น. การจัดแสดงผลงานจากนักออกแบบทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ ที่ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบร่วมสมัยในหลายสาขา ตั้งแต่งานออกแบบผลิตภัณฑ์ แฟชั่น ไปจนถึงศิลปะเชิงทดลอง พร้อมเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ ที่สะท้อนศักยภาพของวงการออกแบบไทยสู่นานาชาติ

-กาดต่อนยอน ตอน หนัว สถานที่ โหล่งฮิมคาว  เวลา 10.00 – 22.00 น. (วันที่ 5 – 8 ธันวาคม 2568) 

“กาดต่อนยอน ตอน หนัว” ร่วมเฉลิมฉลอง 10 ปีชุมชนโหล่งฮิมคาว กับแฟชั่นโชว์งานหัตถกรรม ร้านค้า กิจกรรมเวิร์กช็อป อาหาร เครื่องดื่ม และนิทรรศการพิเศษ “10 ปี ชุมชนโหล่งฮิมคาว: There’s No Place Like Home” พร้อมเสวนาแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ผู้มาเยือนหลงรักชุมชนแห่งนี้มากยิ่งขึ้น

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2568 คือเวทีพิสูจน์ศักยภาพเมืองสร้างสรรค์ ที่จะตอกย้ำแบรนด์เชียงใหม่ และสะท้อนพลังสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วนที่จะขับเคลื่อนเชียงใหม่และเมืองอื่น ๆ ในภาคเหนือให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ พบกันวันที่ 6 – 14 ธันวาคม 2568 ณ ย่านกลางเวียง, ช้างม่อย – ท่าแพ, สันป่าข่อย และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่

“มาดามหยก” เปิดตัวหัวหน้าสาขาพรรคก้าวอิสระ คนใหม่ !(จ.เชียงใหม่) หัวใจจิตอาสาสู้ศึกเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 “มาดามหยก” นางสาวกชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ จัดการประชุมเลือกตั้งกรรมการสาขาพรรคก้าวอิสระ ลำดับที่ 010 จังหวัดเชียงใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ มติเป็นเอกฉันท์ การสรรหาหัวหน้าพรรคสาขา และกรรมการสาขาพรรคคนใหม่ทดแทนตำแหน่งที่ว่าง  ได้แก่ น.ส.นงลักษณ์ นพรัตน์ หรือ “น้องอิม”นักศึกษาสาขาวิศวกรรมการแพทย์ปี 2 มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคสาขาก้าวอิสระ เชียงใหม่ ร่วมกับคณะกรรมชุดใหม่ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ปี 69 ต่อไป

นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือ “มาดามหยก”หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ เปิดเผยว่า พรรคก้าวอิสระพร้อมเปิดโอกาสและสนับสนุนคนรุ่นใหม่ทุกเพศทุกวัย ที่มีใจเป็นจิตอาสาเข้ามีบทบาทในการเมือง ทั้งนี้  การประกาศความพร้อมนำทัพผู้สมัครลุยศึกเลือกตั้งปี 69 คาดหวังปาร์ตี้ลิสต์ 10 – 15 ที่นั่ง ส่วน สส. 400 เขตนั้น มีผู้สนใจสมัครร่วมกับพรรคฯ กว่า 200 เขตทั่วประเทศ ทั้งนี้ การที่มีคนสมัครเข้าร่วมพรรคยังคงต้องรอการพิจารณาคุณสมบัติตรงตามความเหมาะสมของพรรค เพื่อช่วยกันช่วยเหลือสังคมทั่วประเทศ

นอกจากนี้ หากเกิดยุบพรรคก่อนกำหนด หลังวันที่ 31 มกราคมนั้น ตนและพรรคสามารถพร้อมขับเคลื่อนการเมืองต่อไปได้โดยไม่ได้ติดขัดอะไร อนื่องจากพรรคเรายังคงยืดมั่นในการทำความดีต่อสังคม ร่วมอุดมการณ์ใจจิตอาสาช่วยสังคม ช่วยประชาชน ทำการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยต่อไป ทั้งนี้ พรรคก้าวอิสระนอกจากจะช่วยเหลือสังคมแล้ว เรายังมองว่าการรักษาความมั่นคงของชายแดนยังเป็นอีกหนึ่งภาระกิจที่ควรกระทำเพื่อให้ชาติอยู่ในความสงบ และเศรษฐกิจปากท้องถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันปัญหาอุทกภัยที่ส่งผลให้ชาวเกษตรกรประสบปัญหาตามๆ กัน เราต้องการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความสุขบนพื้นฐานประชาธิปไตยเท่าเทียมกัน

เชียงใหม่ร่วมใจทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ
เช้าวันนี้ (5 ธ.ค. 68) ที่ลานพระบรมราชาอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
หลังจากพิธีทำบุญตักบาตร จังหวัดเชียงใหม่ยังได้จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งรัชสมัย