มช.จับมือผู้นำภาคเอกชน เปิดเวทีผนึกพลังการศึกษาและความยั่งยืน ขับเคลื่อนอนาคตประเทศในงาน “CMU Sustainability in Action 2025”

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงาน “CMU SUSTAINABILITY IN ACTION: Transformation Through Collaboration Leadership Dinner” เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องเดอะ แม่ปิง แกรนด์ บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจและผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้าน “การศึกษาและความยั่งยืน” ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ

การจัดงานครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเชื่อมโยงผู้นำจากสองภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนรูปแบบการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work-Integrated Education: CWIE) ตลอดจนการพัฒนาแนวทางและหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกันในอนาคต อันจะนำไปสู่การผลิตบัณฑิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพมีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในมิติด้านความยั่งยืนตามแนวคิด ESG ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21

ในการนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวเปิดงานและมอบนโยบายในหัวข้อ “บทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างพลเมืองโลกเพื่อความยั่งยืน” โดยเน้นย้ำว่า มหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบันมิได้มีบทบาทเพียงถ่ายทอดองค์ความรู้ หากแต่ต้องเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม สร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรับผิดชอบต่อโลก และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับบริบทของชุมชน สังคม และประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์และบทบาทในฐานะ “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” โดยมุ่งขับเคลื่อนพันธกิจด้านการสร้างคนให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ และตอบรับต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังคงได้เน้นย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในเวทีนานาชาติ ที่ได้รับการจัดอันดับที่ 44 ของโลก จาก “THE University Impact Rankings 2025” ซึ่งเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการบูรณาการองค์ความรู้ การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมในทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม

CMU Sustainability in Action 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของการศึกษาไทย และยกระดับสังคมไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานของความร่วมมือ ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกต่อส่วนรวม โดยภายในงานได้มีการบรรยายและการเสวนาจากผู้นำองค์กรภาคธุรกิจและผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการบริหารจัดการองค์กรในประเด็นที่สำคัญผ่านบทบาทของการศึกษาและภาคธุรกิจ ต่อการขับเคลื่อนความยั่งยืน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาบัณฑิตในอนาคต

ในโอกาสเดียวกันนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้ร่วมแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย และทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้จักสถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านาน

ซันสวีท–ทวีทอง เปิดเวทีนวัตกรรมเกษตรครั้งแรกในสุโขทัย มุ่งสู่เกษตรอัจฉริยะ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ทวีทองการเกษตร จำกัด จัดงาน “นวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรซันสวีทและทวีทอง ครั้งที่ 1” ณ สำนักงานทวีทอง สาขาหนองกลับ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมีเกษตรกรกว่า 400 รายจากหลายพื้นที่เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐและท้องถิ่น เช่น รักษาการเกษตรจังหวัดสุโขทัย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรอำเภอสวรรคโลก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลับ และกำนันตำบลหนองกลับ สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งของทุกภาคส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวโพดหวานไทยอย่างยั่งยืน

นางอัมพันธ์ สุริยัง ผู้อำนวยการฝ่ายห่วงโซ่อุปทาน บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การยกระดับรายได้ให้เกษตรกรจากการปลูกข้าวโพดหวานเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นราว 20–25% ต่อปี โดยบริษัทเดินหน้าส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดความสูญเสีย และลดต้นทุนการเพาะปลูก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ SUN ในการสร้างระบบเกษตรกรรมที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาวให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ SUN ยังตั้งเป้าพัฒนาไร่คู่กับความร่วมมือไปสู่ “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ผ่านการนำเครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เซนเซอร์ IoT สำหรับวัดสภาพดิน–น้ำ–อากาศ, โดรนเพื่อการพ่นปุ๋ย–สำรวจแปลง, ภาพถ่ายดาวเทียม, ระบบ AI วิเคราะห์สภาพแปลง และ Big Data สำหรับวางแผนการผลิต มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก ลดต้นทุนแรงงาน และเพิ่มความแม่นยำในการจัดการไร่
เป้าหมายดังกล่าวเชื่อมโยงกับการขยายพื้นที่เพาะปลูกกว่า 5,000–6,000 ไร่ต่อปี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ และผลักดันอุตสาหกรรมข้าวโพดหวานไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน

ภายในงาน มีบริษัทคู่ค้ากว่า 26 แห่งร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย วัสดุเกษตร ระบบควบคุมแปลงเพาะปลูก และโซลูชันการเกษตรสมัยใหม่ อาทิ แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์, ซินเจนทา ซีดส์ (ประเทศไทย), เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์, อีสท์ เวสท์ ซีด, ไบเออร์ไทย, เกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม และลิสเซิลฟิลด์ โดยร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพให้เกษตรกร ทั้งการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การจัดการน้ำอย่างแม่นยำ การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารต้นทุนในไร่ และการใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนการเก็บเกี่ยว

งานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีด้านเทคโนโลยีเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบเกษตรกรรมในพื้นที่สู่ Agri-Tech Model ที่ทันสมัยและยั่งยืนมากขึ้น ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ปรับตัวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว เกิดเป็นความเข้มแข็งของชุมชนเกษตร และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชียกับ Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมดุลให้ทุกการเดินทาง

เชียงใหม่, ประเทศไทย – วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นำโดยคุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ ร่วมงานแสดงเปิดตัว Volvo ES90 รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ที่นำมาให้ผู้สนใจในจังหวัดเชียงใหม่ได้สัมผัสคันจริง ณ โชว์รูมวอลโว่เชียงใหม่ สวีเดนมอเตอร์ส โดยมีคุณยงยุทธ นิตยเมฆินทร์ กรรมการผู้จัดการ บจก.เชียงใหม่สวีเดนมอเตอร์ส และตัวแทนผู้จำหน่ายวอลโว่ในจังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับ

Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชียที่มาพร้อมกับนิยามใหม่แห่งความอเนกประสงค์ และนวัตกรรมการขับขี่อันล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว ผ่านรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งเกิดจากการนำเอาจุดเด่นในแง่ของความเรียบหรู สง่างามของรถซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถที่มีหลังคาลาดเทต่อเนื่องไปจนถึงท้ายรถ (fastback) พื้นที่ภายในกว้างขวางพร้อมความสูงใต้ท้องรถที่ยกสูงขึ้นแบบรถ SUV ทำให้ Volvo ES90 เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อมอบความลงตัวให้ทุกการเดินทางบนท้องถนนไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว หรือกับครอบครัว ในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิต
คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า “Volvo ES90 ผสานความทันสมัยของเทคโนโลยี ดีไซน์การออกแบบอันเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน และความกว้างขวางสะดวกสบายของห้องโดยสารไว้ในรถเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบพรีเมี่ยมตามแบบฉบับวอลโว่ Volvo ES90 ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าของเราได้อย่างดีเยี่ยมผ่านการออกแบบที่ควบคุมการทำงานของรถด้วยซอฟต์แวร์ และการประมวลผลผ่านชิปเซ็ตที่ทรงพลัง ทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มผลิตภัณฑ์รถวอลโว่ในประเทศไทย ปัจจุบันวอลโว่อยู่คู่กับคนไทยมามากกว่า 50 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การขับขี่ มอบความปลอดภัยในการเดินทาง และร่วมสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความไว้ใจที่ลูกค้าวอลโว่ในประเทศไทยมีต่อแบรนด์เสมอมาจากรุ่นสู่รุ่น”
ความทันสมัย ความโดดเด่น และใช้งานได้คล่องตัว
ดีไซน์การออกแบบภายนอกของ Volvo ES90 สะท้อนได้ถึงความทันสมัย ความโดดเด่น อย่างชัดเจน รวมถึงความสูงจากพื้นของท้องรถซึ่งทำให้สมรรถนะ และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี เส้นหลังคาที่ลาดลงด้านท้ายรถผสานความทันสมัย และความสง่างามไว้อย่างลงตัวในทุกมุมมอง นอกจากนั้นช่วยเสริม แอโรไดนามิกแก่ตัวรถทำให้การจัดสรรพลังงานแบตเตอรี่ดีขึ้น จึงให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น
ไฟหน้าดีไซน์ Thor’s Hammer คงเอกลักษณ์ของวอลโว่ ไฟท้าย LED จัดวางเรียงตามทรงลาดท้ายของหลังคาเชื่อมกับไฟท้ายรูปทรงตัว C ที่เสริมความโดดเด่นให้ท้ายของตัวรถ พร้อมแพทเทรินการแสดงไฟสัญลักษณ์เพื่อต้อนรับและอำลาตามแบบฉบับของวอลโว่ ตัวรถมาพร้อมสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี รวมถึงสีใหม่อย่าง สีเงิน Aurora Silver
ท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และลาดลงในสไตล์ fastback ให้ความโดดเด่นสะดุดตา และยังให้พื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระที่กว้างสำหรับทุกกิจกรรมของครองครัว โดยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังสามารถจัดเก็บได้ถึง 446 ลิตร และขยายกว้างได้ถึง 904 ลิตร หากพับเบาะผู้โดยสารแถวสองลง อีกทั้งเบาะผู้โดยสารแถวสองของรถยังสามารถพับลงแบบแยกจากกันได้อย่างอิสระ (40/20/40) นอกจากนี้ยังมีที่จัดเก็บสัมภาระด้านหน้ารถหรือ FRUNK ขนาด 27 ลิตร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับจัดเก็บสายชาร์จรถ

สะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ในทุกที่นั่ง
การออกแบบภายในของห้องโดยสารสะท้อนความสะดวกสบาย และความพรีเมี่ยม ด้วยวัสดุไม้จริงที่ใช้ตกแต่งแดชบอร์ด ประตู และด้านหลังที่นั่ง พร้อมการออกแบบที่คำนึกถึงถึงการใช้งานจริงเป็นสำคัญตามแนวคิดการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนของวอลโว่ ฐานล้อขนาด 3.1 เมตร ให้พื้นที่โดยสารแถวสองที่กว้าง จึงให้การโดยสารที่สบายทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ธีมไฟบรรยากาศภายในรถสามารถเลือกปรับได้ถึง 6 ธีมสีตามความต้องการผู้ใช้รถ พร้อมเบาะที่นั่งที่เลือกได้ทั้งในแบบหนัง Nappa สีดำ Charcoal และขาว Dawn

หลังคาพาโนรามิกแบบอิเล็กโทรโครมิกที่สามารถปรับความโปร่งแสงได้เพื่อผู้ใช้งานจะสามารถปรับความเข้มของแสงที่สะท้อนเข้าถึงตัวรถ รวมถึงความเป็นส่วนตัว ได้เพียงแค่การกดปุ่มปรับตั้งค่า ตัวหลังคายังมาพร้อมคุณสมบัติในการกรองแสงยูวีได้มากถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์

ระบบปรับอากาศในห้องโดยสามารถควบคุมได้อย่างอิสระทั้งสี่ที่นั่ง พร้อมระบบฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่นละอองระดับ PM2.5 ได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และกรองละอองขนาดเล็ก ละอองเกสรดอกไม้ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ได้มากถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์

Volvo ES90 คือหนึ่งในรถวอลโว่ที่ถูกออกแบบให้ห้องโดยสารมีความเงียบ เพื่อทั้งผู้ขับ และผู้โดยสารจะดื่มด่ำไปกับเครื่องเสียงระดับพรี่เมียมแบรนด์ Bowers & Wilkins ผ่านลำโพงคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi 25 ตัว รวมถึงบนหลังคา และบริเวณพนักพิงศรีษะที่ตำแหน่งเบาะโดยสารแถวหน้า ให้กำลังขับสูงถึง 1,610 วัตต์ เพื่ออรรถรสการฟังทั่วห้องโดยสารรอบทิศทางกับระบบเสียง Dolby Atmos® และพิเศษกับโหมดเสียงที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากห้องอัดเสียงจากลอนดอนระดับตำนานอย่าง Abbey Road Studios

ระบบอินโฟเทนเมนต์ใน Volvo ES90 รองรับการใช้งาน Google built-in เพื่อการใช้บริการ Google Maps เพื่อการนำทาง, Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวที่ใช้เสียงในการสั่งงาน หรือใช้บริการแอปอื่น ๆ ที่ดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play ตัวรถยังรองรับการใช้งานสัญญาณเครือข่ายระดับ 5G ผ่านแพลตฟอร์มประมวลผล Snapdragon® Cockpit Platform จากบริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง Qualcomm Technologies ให้การใช้งานหน้าจอที่ลื่นไหลตอบสนองแม่นยำ ทำให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ขับแสดงผลผ่านจอขนาด 9 นิ้ว ด้านหน้าของผู้ขับได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการแสดงผลบริเวณ head-up display ที่กระจกหน้า
จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 14.5 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารสามารถเข้าถึงฟังก์ชัน เช่น ระบบนำทาง ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์, ฟังก์ชันควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ฟังก์ชันการโทรและรับสาย และอื่น ๆ และเพื่อช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น Volvo ES90 ยังมาพร้อมกล้องรอบคันแบบ 360 องศา ที่รองรับการแสดงผลแบบ 3 มิติใหม่ล่าสุด เพื่อมอบความอุ่นใจ และความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับในทุกครั้งที่ต้องจอดในที่แคบ

อัพเดทการใช้งานให้ดีขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ
Volvo ES90 ผลิตขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 ที่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของวอลโว่ Superset tech stack ที่รวมการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์โมดูล เข้าไว้ด้วยกันเพื่อรองรับการพัฒนาต่อยอดรถไฟฟ้าของวอลโว่ในอนาคต โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะทำให้ วอลโว่ คาร์ สามารถพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ของรถวอลโว่ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Superset ได้ตลอดอายุการใช้งานรถผ่านการอัพเดทในแบบ over-the-air
นอกจากนี้ ES90 ยังเป็นรถไฟฟ้าคันแรกของวอลโว่ที่มาพร้อมชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ทำให้รถมีพลังในการประมวลผลด้วย คอร์ คอมพิ้วติ้ง มากกว่าที่เคยมีมา ซึ่งประสิทธิภาพในการประมวลผลขั้นสูงนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และประสิทธิภาพของตัวรถให้เพิ่มขึ้นจากการผสานการทำงานระหว่างข้อมูล ซอฟต์แวร์ และ AI

ในแง่ของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Volvo ES90 มาพร้อมระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ใหม่ล่าสุด ช่วยเพิ่มความเร็วให้การชาร์จ และระยะทางในการขับขี่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม และระยะทางรวมสูงสุดถึง 755 กิโลเมตร* เมื่อชาร์จเต็มตามมาตรฐาน NEDC

พลังขับเคลื่อนของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ถูกควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักเบาจึงช่วยลดน้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิของตัวรถโดยรวมซึ่งรวมถึง อัตราเร่ง, ระยะทางการขับ
และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่เพียง 0.25 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 6.6 วินาที
สานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
นอกเหนือจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นของ Volvo ES90 คือความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนของวอลโว่ ผ่านวัสดุที่เลือกใช้ซึ่งไม่เพียงเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ แต่ยังเป็นวัสดุรีไซเคิลเพื่อลดปริมาณก๊าซ Co2 ในการผลิต และในส่วนของตัวรถก็มีการนำวัสดุรีไซเคิลอย่าง อะลูมินั่มราว 29% และเหล็กราว 18% โพลีเมอร์ราว 16% มาใช้ รวมถึงการใช้งานวัสดุชีวภาพ และวัสดุธรรมชาติอย่างไม้จริงที่มาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองโดย FSC

มาตรฐานความปลอดภัยระดับวอลโว่ ทั้งนอกและในรถกับ Safe Space Technology
เพราะความปลอดภัยคือหัวใจหลักของวอลโว่ Volvo ES90 จึงถูกออกแบบให้มาพร้อมการปกป้องทั้งภายในและนอกรถ ตามมาตรฐานความปลอดภัยของวอลโว่ คาร์ (Volvo Cars Safety Standard) ที่มีการทำการทดสอบ และศึกษาค้นคว้าตลอด 55 ปีที่ผ่านมาจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มากกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมโดยทั่วไป โดยเมื่อผสานการทำงานของระบบความปลอดภัยเข้ากับการทำงานที่ทรงพลังของระบบประมวลผลจาก คอร์ คอมพิ้วติ้ง แล้ว Volvo ES90 จึงเป็นรถที่สานต่อปฐมบทความปลอดภัยรูปแบบใหม่ของ วอลโว่ คาร์ อย่างแท้จริง
Volvo ES90 มีโครงสร้างตัวถังนิรภัยที่แข็งแกร่ง ระบบป้องกันการชนขั้นสูง รวมถึงมีพื้นที่ในการซับแรงกระแทกที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยในการขับขี่ แบบแอคทีฟผ่านการใช้งานเซนเซอร์ล้ำสมัยรวมถึงเรดาห์ 5 ตัว, กล้อง 7 ตัว และเซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว

โดยระบบเซนเซอร์เหล่านี้ให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นที่ไกลกว่าสายตาของคนจึงให้ประสิทธิภาพในการตรวจจับวัตถุเพื่อหลีกเลี่ยงการชน และอันตรายบนท้องถนนทำได้อย่างดีเยี่ยม Volvo ES90 ยังมาพร้อมระบบ driver understanding system ที่สามารถตรวจจับได้เมื่อผู้ขับขี่สูญเสียสมาธิจากถนน และเข้ามาช่วยสนับสนุนได้ทันที

Safe Space Technology ใน Volvo ES90 มอบการปกป้องไม่เพียงแค่ระหว่างการขับขี่ แต่ยังรวมถึงขณะจอดรถด้วยระบบแจ้งเตือนการเปิดประตู (door opening alert) ช่วยป้องกันอุบัติเหตุกับนักปั่นจักรยานและคนเดินถนนที่สัญจรผ่านขณะเปิดประตู

ราคา
Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range 2,990,000 ​ บาท
Volvo ES90 คาดว่าจะพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าในประเทศภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ หรือ ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569

ผู้สนใจสามารถมาสัมผัส และทดลองขับยนตรกรรมจากโชว์รูมวอลโว่เชียงใหม่ สวีเดนมอเตอร์ส ตั้งอยู่ที่
146 เชียงใหม่-ลำปาง ทางคู่ขนานถนน สายอ.แม่ริม เชียงใหม่-ลำปาง อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 053-222-904, 053-221-036 หรือ Line official: @Volvocm

อบจ. เตรียมจัดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้ ภายใต้แนวคิด “THE WORLD HERITAGE OF LANNA” หรือ “มนต์ เสน่ห์ล้านนา เมืองมรดกโลก”

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ราชการจังหวัด เชียงใหม่ (สวน อบจ.เชียงใหม่) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวงานมนต์ เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ในหัวข้อ “เชียงใหม่เมืองดอกไม้งาม” ตอกย้ำภาพลักษณ์ World Festival City Destination นายพิชัย เลิศ พงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวในหัวข้อ “กิจกรรม การจัดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม” และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เชียงใหม่ แถลงข่าวในหัวข้อ “เที่ยวเชียงใหม่ ปลอดภัย มีเสน่ห์” เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ปลอดภัย มี เสน่ห์ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และขับเคลื่อนจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองแห่ง เทศกาล งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม (CHARMING Chiang Mai Flower Festival) ในปีนี้จัด ภายใต้แนวคิด “THE WORLD HERITAGE OF LANNA” หรือ “มนต์ เสน่ห์ล้านนา เมืองมรดกโลก” กำาหนดจัดงานระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึง วันที่ 4 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ (สวน อบจ.เชียงใหม่) อำาเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณ ทิศตะวันออกของหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30 23.00 น. และไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ดังนี้

1) นิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ The Wonder Flower Land : เชียงใหม่ดินแดนแห่งดอกไม้ที่มีทั้งพันธุ์ไม้เขตหนาว พันธุ์ไม้เขตร้อน อาทิ ดอกทิวลิป, ลิลลี่, คาลล่าลิลลี่, บลูซันเวีย, มากาเร็ต ดอกไฮเดรนเยียร์, อาซาเลีย เวอร์บีน่า แกลดิโอรัส และบีโกเนียร์หลากสีสัน เป็นต้น และดอกไม้อีกหลากหลายสายพันธุ์ หลากหลายสีสัน นับล้าน ดอก

2) นิทรรศการกล้วยไม้ Orchid Land : การจัดแสดงกล้วยไม้ ไทยที่หาชมได้ยาก อาทิกล้วยไม้สกุลฟาแลน, กล้วยไม้สกุลแวนด้า, แอสโค, ออนซิเดี่ยม, ซิมบิเดี้ยม เป็นต้น ผสมผสานด้วยไม้คลุมดิน ตระกูลเฟิร์น และมอส ตกแต่งประดับประดา ด้วยไม้สกุลคาคบ เช่น เคราฤาษี, สับปะรดสี เป็นต้น

3) สีสันแห่งน้ำพุดนตรี Wonder Foutain Music Laser Show ประกอบมัลติมีเดียสุดยิ่งใหญ่ จุดเด่นการแสดงน้ำพุดนตรีประกอบ แสง สี เสียง และพลุเอฟเฟคสุดตระการตา ที่สวยที่สุดในประเทศ จัด แสดงวันละ 4 รอบ ช่วงเวลา 19.00 น., 20.00 น., 21.00 น. และ 22.00 น.

4) ทุ่งไฟประดับที่ใหญ่และสวยที่สุดยามค่ำคืน สวนแสง อัจฉริยะ THE WORLD HERITAGE OF LANNA หรือ “มนต์เสน่ห์ ล้านนา เมืองมรดกโลก” ตั้งแต่เวลา 17.00 – 23.00 น.

Zone A: THE WORLD HERITAGE “เมืองมรดกโลก” สะท้อนความรุ่งเรือง และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเน้นการดึงเอา องค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมล้านนา มาประยุกต์ในการ ออกแบบ ใช้สีหลักคือ สีทอง ที่สื่อถึงความรุ่งเรื่องและพุทธศิลป์ รวมถึง ความบริสุทธิ์ของพระพุทธศาสนา และความเรืองรองของแสง ยังสื่อถึง แสงแห่งแรงศรัทธา ในการประดับไฟ เพื่อเนรมิตให้งานยามค่ำคืนเป็นเสมือนนครหลวงโบราณที่เปล่งประกาย โดยภาพรวมงานออกแบบจึงสื่อถึงสถาปัตยกรรมแห่งศรัทธาสไตล์ล้านนา นำมาเป็น 2 สื่อหลักในการตกแต่ง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ ในฐานะ เมืองที่มีชีวิต (Living Heritage) ที่เต็มไปด้วยความงามของ ศิลปะและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในระดับโลก

Zone B: THE LIGHT OF LIFT “ต้นไม้แห่งศรัทธา”

เป็นการผสมผสานระหว่างสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาและศิลปะล้านนา เพื่อสื่อถึงความเชื่อและชีวิตจิตใจของชาวเชียงใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจ จากองค์ประกอบหลักสองส่วนคือ “พระธาตุและปราสาท” ถ่ายทอดสู่ โครงสร้างสีทอง และ “ดอกไม้” ถ่ายทอดผ่านลวดลายประดับ ซึ่งรวมกัน เป็นสัญลักษณ์ของการกำเนิดชีวิต หรือ ต้นโพธิ์แห่งความศรัทธาในบริบท ของล้านนา

Zone C: LAND OF CELEBRATION : “สวัสดีปีใหม่ 2026” ได้รับแรงบันดาลใจ

จากการเฉลิมฉลองแบบสากลเข้ากับศิลปะล้านนา เพื่อสร้างจุดดึงดูดที่ยิ่ง ใหญ่และเป็นมงคลในการต้อนรับปีใหม่ การออกแบบนี้เป็นการตีความระหว่างต้นคริสต์มาส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ

การเฉลิมฉลองปีใหม่ในแบบสากล

รวมกับรูปแบบของยอดเจดีย์ ยอดปราสาทล้านนา มีกลิ่นอายเชียงใหม่ และความเป็นมรดกล้านนาแบบประยุกต์ ถือเป็นแลนมาร์กที่แสดงถึงความ ยิ่งใหญ่และสิริมงคล ด้วยสีทองอร่าม เพื่อสื่อถึงความรุ่งเรื่อง และความ พร้อมก้าวสู่ปี 2026 อย่างสง่างาม

Zone D: SIAM GOLDEN “ดินแดนอันล้ำค่า” เป็นโซน ที่นำเสนอศิลปะที่ประณีต

ของเมืองสยาม โดยนำเสนอผ่าน “แสง” ที่ลอดออกมาจากร่องฉลุแผ่น “ทองคำ” นับเป็นชิ้นงานประติมากรรมแสงสีทองแห่งดินแดนสยาม โดย โซนนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้สึกสง่างาม และเป็นมงคล เป็นสีหลัก โดยให้สีทอง สื่อถึงความมั่งคั่งทางศิลปะและวัฒนธรรมของอาณาจักรใน อดีต ผสานกับรูปทรงที่สื่อถึงความสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์

Zone E: BELLERINA TREE “ต้นไม้เต้นระบำ” โซนนี้

มุ่งเน้นไปที่การสร้างพื้นที่มหัศจรรย์ที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ และ จินตนาการจากศิลปะการเต้นบัลเลต์ ระบ่าปลายเท้า สื่อให้เห็นการออก แบบในมิติใหม่ ๆ ของงานประดับไฟ ที่เน้นความทันสมัยและมีความ เคลื่อนไหว ดุจการระบำของพฤกษาในป่าแห่งแสง โดยใช้เทคโนโลยี แสงสี เพื่อเนรมิตให้กลุ่มใบไม้ขนาดใหญ่ เหล่านี้ ดูมีชีวิตชีวาและ เคลื่อนไหวได้ในจินตนาการ จึงเป็นการผสมผสานระหว่างความอ่อนช้อย ของธรรมชาติ และความงดงามของศิลปะการเคลื่อนไหวเข้าด้วยกัน

บอลลูนหงส์สุดน่ารัก สัญลักษณ์ประจำหนองเขียว ณ สวน อบจ.เชียงใหม่ ความสูงกว่า 10 เมตร จํานวน 2 ตัว

5) การแสดง Light of Glory โชว์ศิลปะ วัฒนธรรมผสมสาน ประกอบแสง สี เสียง เป็นประจําทุกคืน วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เริ่มวันวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ไปจนถึง 4 มกราคม 2569 โดยแต่ละค่าคืน จัดให้มีการแสดงโขน จัดแสดงวันละ 2 รอบ ในเวลา 19.30 น. และ 21.30 น. พิเศษโดยในปีนี้ การแสดง Light of Glory จะจัดแสดงบนเวทีกลางน้ำ บริเวณจุดแสดงน้ำพุดนตรี และนอกจากนี้ ในวันที่ 5, 25 และ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568

และในปีนี้ อบจ.เชียงใหม่ น้อมสำนึกในพระ มหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรม ราชชนนีพันปีหลวง ประเทศชาติ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระปัญญา และประชาชนมาโดยตลอด ทั้งในด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริม อาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงร่วมบูรณาการกับวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ด้วยการนำ โขนมาแสดง และร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา วิทยาลัย อาชีวศึกษาเชียงใหม่ ออกแบบเมนูอาหารว่างและเครื่องดื่มภายในงาน

เพื่อส่งเสริมและสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในสาขาวิชาชีพ ทั้งนี้ยังได้ ร่วมกับโรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ นำนักเรียนมาแสดงดนตรีซิมโฟนี่ ออเครสตร้า ซึ่งสร้างชื่อเสียงและได้รับ รางวัลต่าง ๆ มากมาย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญนักท่องเที่ยวทุกท่าน มาสัมผัสความงดงาม ในงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่เมืองดอกไม้งาม (ฟรี!!) และขอเชิญส่วน ราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ จะมาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าว

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “One art, One music – Unity for all Ethnicities หนึ่งศิลปะ หนึ่งดนตรี เพื่อทุกคน เพื่อทุกชาติพันธุ์”

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลําพูน ลําปาง) ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสประสบการณ์ทางศิลปะวัฒนธรรม ในงาน “One art, One music – Unity for all Ethnicities หนึ่งศิลปะ หนึ่งดนตรี เพื่อทุกคน เพื่อทุกชาติพันธุ์” เทศกาลที่รวบรวมเสน่ห์ของศิลปะล้านนา ดนตรีพื้นเมือง และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย เพื่อนําเสนอพลังของ Soft Power ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างงดงามและร่วมสมัย

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 68 ที่ ห้องประชุมเล็ก หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ภานุทัต อภิชนาธง (ครูแอ๊ด เดอะสะล้อ) ศิลปนจังหวัดลําพูน และนายอนุวัตร แสงเจริญกูล ศิลปินจังหวัดลําปาง ร่วมแถลงข่าวเตรียมการจัดงาน “One art, One music – Unity for all Ethnicities หนึ่งศิลปะ หนึ่งดนตรี เพื่อทุกคน เพื่อทุกชาติพันธุ์” จัดโดยสํานักงานวัฒธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง) งานที่รวบรวมงานศิลปะและดนตรี ผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภูมิภาคล้านนาตะวันตก และสะท้อนความงดงามของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างของชาติพันธุ์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เพื่อส่งเสริมการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นรากฐานการขับเคลื่อนการท่องเที่ยว กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สร้างการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์สู่ท้องถิ่น ทัังยังส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าการตลาด มีเวทีสร้างองค์ความรู้และสร้างสรรค์ผลงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับการสร้างมูลค่าแก่สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์

ภายในงานพบกับ กิจกรรมการสาธิตอัตลักษณ์เครื่องดนตรีและศิลปะจากกลุ่มศิลปนจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กิจกรรมจําหน่ายของดีของชุมชนที่มีความเป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของจังหวัดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย/สินค้าชุมชน โดยภูมิปัญญาจากชุมชน กว่า 50 ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้าน ชมแฟชั่นโชว์เครืองดนตรีและอาภรณ์อัตลักษณ์จังหวัดดนตรีล้านนา” มีเวทีเสวนาวิชาการ Lanna Soft Power Music & Art สนุกกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ Work Shop & DIY เสน่ห์ศิลป ภาพระบายสีไม้ ศิลปะบนผืนผ้า ศิลปะสถาปตยกรรม ศิลปะร่วมสมัย กิจกรรมการออกร้านกาแฟ สาธิต แสดงและจําหน่าย Lanna Coffee Art & Music ซึ่งนําเสนอ ศิลปะการทํากาแฟ และกิจกรรมการสาธิต นําเสนอผลิตภัณฑ์ การบริการ ดนตรีบําบัด ศิลปะบําบัด สุนทรีย์ทางสุขภาพ หัวข้อ Lanna music & Art to Wellness & Heathy เพื่อสุขภาพ ทั้งยังเพลิดเพลินไปกับการแสดงคอนเสิร์ต “เสน่ห์ศิลป ดนตรีล้านนา” พบกับศิลปน “ครูแอ๊ด แอนด์ เดอะสะล้อ” และ “ไม้เมือง” พบกันวันที่ 17-18 ธันวาคท 2568 นี้ ที่สวนสาธารณะโพธิ์ร่มรื่น องค์การบริหารส่วนตําบลเวียงใต้ อําเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ส่งมอบโครงการเพิ่มศักยภาพการไหลของแม่น้ำปิง หวังแก้ปัญหาอุกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ในระยะยาว พร้อมปล่อยปลาลงแม่น้ำปิงฟื้นฟูระบบนิเวศ

วันนี้ (20 พ.ย. 68) ที่ บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ริมแม่น้ำปิง เชิงสะพานเม็งราย ต.วัดเกตุ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง หรือ “โครงการขุดลอกแม่น้ำปิง” เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ระยะเร่งด่วน ระหว่าง พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ส่งมอบโครงการให้กับ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมพิธี
โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำของแม่น้ำปิงที่ถูกตะกอน หิน ดิน และทรายทับถมกีดขวางทางน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงเดือนกันยายน ถึง ตุลาคม 2567 เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ภาคการเกษตร รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สร้างความเสียหายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท และยังต้องจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอีกจำนวนมาก
โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล โดยให้สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการเร่งด่วน แบ่งการดำเนินการเป็น 5 ตอน ขุดลอกแม่น้ำปิงครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 41 กิโลเมตร ตั้งแต่ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม ผ่านเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ลงถึงตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง ล่าสุด ได้ดำเนินงานแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำในเขตเมืองในปีนี้ได้เป็นอย่างดี

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะ ตลอดจนประชาชนชาวเชียงใหม่ ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาวและปลาสวาย 100,000 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงใหม่ ลงสู่แม่น้ำปิง เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวภายในงานว่า การขุดลอกดินตะกอนที่สะสมมานานกว่า 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร ในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางน้ำให้กลับคืนสู่พี่น้องชาวเชียงใหม่ พร้อมชื่นชมทุกหน่วยงานที่ทำงานอย่างเข้มแข็งและเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มความกว้าง ความลึกของแม่น้ำให้รับน้ำหลากได้มากขึ้น และลดปัญหาอุทกภัยของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนสร้างความมั่นคงในฤดูแล้งให้ประชาชนมีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ส่วนทรายที่นำขึ้นมาก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน ซึ่งช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐได้กว่า 700 ล้านบาท หลังจากนี้จะต้องบำรุงรักษาให้มีความต่อเนื่องและบริหารจัดการน้ำทั้งระบบครอบคลุมทั้งลุ่มน้ำปิงต่อไป อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบในทุกจังหวัดนั้นต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่เชื่อว่าจะมีความคุ้มค่ากว่าการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทุก ๆ ปี และเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว เพราะช่วยทำให้ประชาชนไม่ประสบกับปัญหาอุทกภัยอีก

CGM48 ยกทีมเสิร์ฟความน่ารัก! เปิดตัวซิงเกิลที่ 10

CGM48 ยกทีมเสิร์ฟความน่ารัก! เปิดตัวซิงเกิลที่ 10 พร้อมกิจกรรม Group Hi-Touch และบูธสินค้าสุดพิเศษที่เมญ่าฯ เชียงใหม่

CGM48 จัดเต็มทั้งเสียงเพลง ความใกล้ชิด และความน่ารักที่ละลายใจแฟนคลับทั่วเชียงใหม่อย่างแท้จริง! เมื่อ CGM48 ยกทัพสมาชิกทั้ง 17 คน ขึ้นเวทีในงาน “CGM48 1st Performance 10th Single & Group Hi-Touch” ภายในงานแฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับไอดอลขวัญใจผ่านกิจกรรม Group Hi-Touch สุดอบอุ่น พร้อมชมการแสดงเปิดตัว ซิงเกิลที่ 10 ที่ผสมผสานดนตรีร่วมสมัยกับกลิ่นอายความเป็นล้านนา ถ่ายทอดโดยสมาชิกทั้งวงด้วยพลังเต็มร้อย

นอกจากนี้ยังมี บูธจำหน่ายสินค้าสุดพิเศษจาก CGM48 ให้แฟนคลับได้เลือกซื้อของที่ระลึกและเก็บโมเมนต์แห่งความประทับใจกลับบ้าน โดยแฟนๆ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 4 และ Nimman Hill ชั้น 6 ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์

เซ็นทรัล เชียงใหม่ เปิดตัว “adidas Brand Center” สาขาแรกในภาคเหนือ

 

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ร่วมกับ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมกีฬาและแฟชันระดับโลก เปิดตัว “adidas Brand Center” สาขาแรกในภาคเหนืออย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และแฟชันของภาคเหนือ มอบประสบการณ์ใหม่แห่งการช้อปปิ้งสินค้าและเทคโนโลยีด้านกีฬา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Here To Create”

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก คุณสุมิตรา สุขสบาย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการค้าปลีก บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด, คุณพรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้อำนวยการ กลุ่มงานปฎิบัติการสาขา เขตภาคเหนือ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), คุณวีรโชติ ถิรวายามกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เขตภาคเหนือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมเหล่าเซเลบริตี้ นักกีฬา และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของภาคเหนือ ร่วมเฉลิมฉลองการเปิดร้านในบรรยากาศสุดคึกคัก

ที่สุดของประสบการณ์สปอร์ตครบทุกไลฟ์สไตล์ “adidas Brand Center” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอาดิดาสในประเทศไทย โดยสาขาเชียงใหม่ออกแบบภายใต้แรงบันดาลใจจากความเป็นล้านนา ผสมผสานกลิ่นอายของธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เข้ากับดีไซน์ทันสมัยและเทคโนโลยีล้ำยุค เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบพรีเมียมให้กับแฟน ๆ อาดิดาสในภาคเหนือ

ภายในร้านรวบรวมสินค้าครบทุกหมวดจาก 3 แบรนด์ย่อยหลักของอาดิดาส ได้แก่
•adidas Sport Performance – สินค้าและอุปกรณ์กีฬาที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพการออกกำลังกาย
•adidas Sportswear – เสื้อผ้าแนวแอคทีฟไลฟ์สไตล์ ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่
•adidas Originals – แฟชันสตรีทแวร์ที่ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกกับเทรนด์ร่วมสมัย พร้อมด้วยสินค้า “Brand Center Exclusive” ที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ adidas Brand Center เท่านั้น

เตรียมสัมผัสความมันครั้งใหม่ของวงการวิ่งเทรลในงาน “PAWFESSIONAL DOG TRAIL SPARTAN RACE 4K 2025” การแข่งขันวิ่งฝ่าสถานีสิ่งกีดขวางคู่กับสุนัขครั้งแรกของประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานวิ่งเทรลสุนัขครั้งแรกของประเทศไทย “Pawfessional Dog Trail Spartan Race 4 กิโลเมตร ครั้งที่ 1” ที่ร้านวอร์มอัพคาเฟ่ งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด หน้ายาว เอฟซี และจะจัดขึ้นในวัน เสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 บนเส้นทางธรรมชาติ บ้านเม็ดบัว 333 สนามยิงปืน ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
locationhttps://maps.app.goo.gl/n19KVqSccBwgS78T8?g_st=il

โครงการนี้เกิดจากประสบการณ์การฝึกสุนัขยาวนานเกือบ 20 ปี มีจุดมุ่งหมายยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ พร้อมส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของการทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยง และผลักดันให้สถานที่สาธารณะต่างๆ เปิดรับสุนัขที่ผ่านการดูแลและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม

งานนี้เปิดพื้นที่ให้นักวิ่งและคนรักสุนัขร่วมผจญภัยบนเส้นทางเทรลระยะทาง 4 กิโลเมตร ผ่านฐานท้าทายกว่า 23 จุด รวมถึงสถานีอุปสรรคและซิปไลน์ที่เพิ่มความเร้าใจ วิวโดยรอบยังคงความงดงามของธรรมชาติในช่วงหน้าหนาว ทำให้ทั้งเจ้าของและน้องหมาได้สนุกและออกกำลังกายไปพร้อมกัน ผู้เข้าร่วม ไม่จำเป็นต้องมีสุนัข ก็สามารถลงแข่งได้ หรือแม้ไม่ลงแข่งขันก็สามารถเข้ามาเที่ยวชมงานและร่วมสนุกกับบรรยากาศกิจกรรมได้ตามใจชอบ โดยสามารถเลือกแพ็กเกจได้ตั้งแต่ บัตรเข้าชมราคา 250 บาท ไปจนถึงแพ็กเกจ VIP ราคา 4,500 บาท รายละเอียดแพ็กเกจและการสมัครดูได้ที่ เว็บไซต์กิจกรรม https://race.thai.run/pawfessional หรือสอบถามเพิ่มเติมทาง Line ID: @817naaez

งานนี้ยังมี อินฟลูเอนเซอร์และนักผจญภัยชื่อดังหลายท่านเข้าร่วมแข่งขัน อาทิ แรมโบ้พาลุย และ หมอเปลพาลุย สร้างสีสันและแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วม พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษหลังการแข่งขัน ได้แก่ ดนตรีสด (Live Music) ฟู้ดทรัค (Food Trucks) กิจกรรมของรางวัล (Giveaways) โซนชิลล์เอาท์ ตลาดนัดอาหารทั้งของคนและของน้องหมา เวิร์คช็อปของน้องหมาจากโรงพยาบาลและร้านค้าชั้นนำในเชียงใหม่ ช็อปอุปกรณ์นักวิ่ง

กิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความสนุกและความท้าทายให้ผู้เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ส่งเสริมรายได้ชุมชน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและกีฬาอย่างยั่งยืน
และนี่คืออีกหนึ่งกิจกรรมที่คนรักสุนัขและสายลุยไม่ควรพลาด เพราะทั้งความสนุก ความท้าทาย และช่วงเวลาดีๆ ระหว่างคุณกับเพื่อนซี้สี่ขา ควบคู่ไปกับการส่งเสริมด้านกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจท้องถิ่น

SUN เผยผลประกอบการ 9 เดือน กำไร 159.10 ล้านบาท รวมรายได้ 9 เดือน 2,664.79 ล้านบาท ชี้ผลประกอบการน่าพอใจ เตรียมขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปอื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ “KC” รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 159.10 ล้านบาท และรายได้รวมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 2,664.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SUN เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ SUN ในไตรมาส 4 ยังคงมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะตลาดในประเทศ ที่ได้อานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้า Ready to Eat (RTE) ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงมีแผนขยายตลาดสินค้า Fresh ผักและผลไม้สดในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของยอดขายในประเทศ สำหรับตลาดต่างประเทศ SUN ได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า FHC Food & Hospitality China 2025 ระหว่างวันที่ 12–14 พ.ย. 2568 เพื่อขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ และเพิ่มสัดส่วนยอดขายในตลาดโลก ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้ในช่วงปลายปีให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและเครื่องจักรอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล พร้อมเสริมศักยภาพการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีจะยังคงเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ทั้งจากการขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ SUN ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป