ท่าอากาศยานเชียงใหม่ยกระดับมาตรการคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

วันที่ 24 มกราคม 2569 นายการันต์ ธนกุลจิรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสนิปาห์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศอินเดียนั้น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ประสานความร่วมมือกับ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดำเนินมาตรการเชิงรุกในรูปแบบเดียวกับการเฝ้าระวังโรค COVID-19 และ MERS โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การคัดกรองอุณหภูมิ โดยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศทุกรายด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน การแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) ให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่หากพบความผิดปกติ และประสานกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่ระบาดในช่วง 14-21 วันที่ผ่านมา

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่กล่าวด้วยว่า แม้ปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่จะไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศอินเดีย แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากอาจมีผู้โดยสารที่เดินทางต่อเครื่องมาจากประเทศอื่น หากตรวจพบผู้ที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุขเพื่อส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการพื้นที่และอุปกรณ์คัดกรอง เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานสากล

นิ่มลีสซิ่งฉลองครบรอบ 40 ปี เดินหน้าจัดกิจกรรมจับรางวัลครั้งที่ 3 ซีซั่น 3 มอบโชค

นิ่มลีสซิ่งฉลองครบรอบ 40 ปี เดินหน้าจัดกิจกรรมจับรางวัลครั้งที่ 3 ซีซั่น 3 มอบโชคอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แคมเปญ “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ ซีซั่น 3” รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ตอกย้ำการส่งเสริมวินัยทางการเงินควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมสนับสนุนโครงการ “เกษตรกรยิ้มได้” สร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
โดยในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 บริษัท นิ่มลีสซิ่ง จำกัด ได้ทำการจับรางวัล แคมเปญ  “จ่ายดีมีโชค มอบโชคใหญ่แทนคำขอบคุณ”ซีซั่น 3 ครั้งที่ 3 ให้แก่ลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568  โดยมีคุณชวลิต  สุวิทย์ศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานในการจับรางวัล ที่โครงการนิ่มซิตี้เดลี่ ห้อง Convention Hall   รางวัลที่ 1 จำนวน 3 รางวัลได้แก่ รถจักรยานยนต์ HONDA WAVE 110 มูลค่ารางวัลละ 52,500 บาท รางวัลละ 1 คัน รวมมูลค่าเป็นเงิน 157,500 บาท ,รางวัลที่ 2   จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง มูลค่ารางวัลละ 17,000 บาท รางวัลละ 1 เส้น รวมมูลค่าเป็นเงิน 85,000 บาท ,รางวัลที่ 3 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ HONDA มูลค่ารางวัลละ 9,500 บาท รางวัลละ 1 เครื่อง รวมมูลค่าเป็นเงิน 19,000 บาท ,รางวัลที่ 4 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ เครื่องตัดหญ้า HONDA มูลค่ารางวัลละ 9,300 บาท รางวัลละ 1 เครื่อง รวมมูลค่าเป็นเงิน 18,600 บาท ,รางวัลที่ 5 จำนวน 20 รางวัล ได้แก่ บัตรของขวัญโลตัส มูลค่ารางวัลละ 1,000 บาท มูลค่ารางวัลละ 1 บัตร รวมมูลค่าเป็นเงิน 20,000 บาท (บัตรดังกล่าวสามารถชำระค่าสินค้าได้ทุกสาขายกเว้นสินค้าประเภทสุรา บุหรี่ และยาสูบ)
รวมของรางวัลครั้งที่ 3 ซีซั่น3 มีจำนวน 32 รางวัล มูลค่าเป็นเงิน 300,100 บาท

สำหรับเกณฑ์การตัดสิน
1.ให้สิทธิลูกค้าที่ชำระค่างวด เพื่อจับรางวัลประจำไตรมาส โดยนำคูปองแต่ละไตรมาส นำมาลุ้นจับรับ รางวัลใหญ่ ทั้งนี้ลูกค้าที่มีสิทธิลุ้นรับรางวัลใหญ่ประจำปีนั้นจะต้องเป็นลูกค้าปัจจุบันและไม่ติดค้างค่า งวดเป็นลูกค้าปกติ
2. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลมูลค่า จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัลตามคำสั่งกรมสรรพกร
3. ผู้ที่โชคดีได้รับของรางวัลจะประกาศผลภายใน 2-5 วัน ทำการหลังวันสิ้นสุดกิจกรรมทางช่องทางดังนี้
• Facebook : https://web.facebook.com/nimleasing
• LINE@Nimleasing
• www.nimleasing.com
4. ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องเข้ามารับรางวัลด้วยตัวเองที่บริษัท ภายใน 30 วัน หากไม่มารับรางวัลภายในเวลาที่ กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์
5. ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องแสดงหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน (พร้อมรับรองสำเนา) จำนวน 1 ฉบับ ในการรับ รางวัล
6. บริษัทขอสงวนสิทธิผู้ที่ได้รับรางวัลสูงสุด เพียง 1 รางวัลเท่านั้น ต่อรอบการจับรางวัลในแต่ละครั้ง
7. ของรางวัลไม่สามารถโอนสิทธิ์ แลก หรือเปลี่ยนรางวัลอื่นหรือเงินสดได้
8. พนักงานบริษัทฯ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้
9. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนดและหากมีการเปลี่ยนแปลงทางบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ ล่วงหน้า ลูกค้าสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2569 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทุกสาขาและติดตามข่าวสารกิจกรรมพร้อมทั้งรายชื่อผู้โชคดีได้ทาง
• Facebook : https://web.facebook.com/nimleasing
• LINE @ Nimleasing
• www.nimleasing.com
• หมายเลข Call center 0973458888

 

”มาดามหยก“ เดินหน้าศึกเลือกตั้ง งัดกลยุทธ์ ปากท้องประชาชน ช่วยเหลือจิตอาสา ชูระบขนส่งมวลชนต้องดี

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 กชพร เวโรจน์ “มาดามหยก” หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้พบปะสมาชิกรถรับจ้างรถตุ๊กตุ๊กกว่า 50 คัน เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรถตุ๊กตุ๊ก

โดยรถตุ๊กตุ๊กถือเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีอายุกว่า 50 ปี เช่นเดียวกับรถม้าจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัส เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน ลดมลพิษ และอนุรักษ์มรดกทางวิถีชีวิตและสังคม ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ทั้งนี้ หากอนาคตเชียงใหม่จะมีระบบขนส่งมวลชนที่ดีเกิดขึ้นนั้น ตนมองว่า แนวทางการลดมลพิษ หรือฝุ่น PM2.5 นั้น อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเปลี่ยนจากพลังงานน้ำมันและแก๊ส มาเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือการชาร์จแบตเตอรี่ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล เพราะพลังงานสะอาดจะช่วยลดโลกร้อนและโรคทางเดินหายใจ

นอกจากนี้แล้ว โครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน มองว่าหากนำมาใช้ในเมืองเชียงใหม่ ดูจะไม่เหมาะสม แต่หากเป็นรถไฟฟ้าบนดินที่อยู่นอกเมืองแทน เพื่อสามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนระหว่างจังหวัดและภูมิภาคได้ สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวการขนส่งหรือภาคการเกษตรต่างๆจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกช่องทางหนึ่ง

มาดามหยก ร่วมเสวนาฯ ชูสวัสดิการ กู้ชีพ กู้ภัยและจิตอาสาจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน

เชียงใหม่- เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ณ ห้องสัมมนา พล.อ.อ.วีระ กิจจาทร อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สิรินธร มหาวิทยาลัยพายัพ แม่คาว มาดามหยก คุณกชพร เวโรจน์ ร่วมงานเสวนาเรื่อง สวัสดิการ กู้ชีพ กู้ภัยและจิตอาสาจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยมี จิตอาสาเชียงใหม่ ลำพูน ร่วมเสวนา อาทิ สมาคมกู้ภัยกุศลสงเคราะห์ ,สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ และสมาคมกู้ชีพ กู้ภัยลำพูน เข้าร่วมเพื่อรวมกลุ่ม ปรึกษาและพูดคุยกล่าวถึง ปัญหาในการดำเนินงาน และแนวทางการแก้ไข โดยเป็นการแสดงความคิดเห็นร่วมกัน หลายๆฝ่าย

ทั้งนี้ มาดามหยก คุณกชพร เวโรจน์ กล่าวว่า Indy team และ ชมรม change together ทำกิจกรรมสนับสนุน กิจกรรมเพื่อสังคม มามากกว่า 30 ปี พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้ทุกการนำเสนอของพี่ๆ จิตอาสาเป็นจริง ทั้งสวัสดิการและการช่วยเหลือ ในการทำงานต่างๆ

กรีนพาร์คเจียงฮาย คอมมูนิตี้มอลล์ในเครือ Greenbus แห่งที่ 2 เปิดให้บริการแล้ว ด้วยแนวคิดพัฒนาเมือง และชุมชนอย่างยั่งยืน

กรีนพาร์คเจียงฮาย พร้อมเปิดให้บริการเฟสแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มกราคม 2569โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท คำพรพัฒนาจำกัด และอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ในนามผู้บริหารโครงการ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความคืบหน้าการพัฒนาโครงการ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ในจังหวัดเชียงราย

นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท คำพรพัฒนา จำกัด ประธานคณะกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด ให้ข้อมูลว่า “กว่า 30 ปีที่ที่ดินหัวมุม แยกประสพสุข จังหวัดเชียงราย ถูกใช้สำหรับจอด “รถเมล์เขียว” หรือ “Greenbus” ซึ่งใช้รองรับผู้โดยสาร เส้นทางเชียงใหม่-เชียงรายและเส้นทางอื่นๆที่เชื่อมต่อภาคเหนือเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นจุดส่งของ ที่คนเชียงรายคุ้นเคย เมื่อกาลเวลาผ่านไป พื้นที่แห่งนี้ได้อยู่ในศูนย์ กลางการขยาย ตัวของเมืองเชียงราย และกลายเป็นทำเลทอง ที่มีศักยภาพเกินกว่าจะเป็นแค่ที่จอดรถ นั่นคือจุดที่ผู้บริหารของ Greenbus ในรุ่นปัจจุบันเริ่มเล็งเห็นว่า นอกจากบทบาทการขนส่งผู้คน จากเมืองหนึ่งสู่เมืองหนึ่งแล้ว ควรมีบทบาทในการ ช่วยพัฒนาเมือง และชุมชนด้วย ที่ดินผืนนี้จึงได้ถูกพัฒนาเป็น Greenpark Community Mall พื้นที่แห่งความมีชีวิตชีวาที่ผู้คนหลากหลายจะได้พบปะ พักผ่อน ใช้ชีวิต และมีประสบการณ์ร่วมกัน

นายกฤษฎิภาชย์ ระบุว่า หลังจากประสบความสำเร็จกับ Greenpark Community Mall สาขาแรกในเชียงใหม่ ซึ่งกลายเป็นจุดพบปะและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในชุมชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยว ทั้งไทย และต่างชาติ ด้วยคอนเซปต์ Green space ที่ทำให้โครงการมีบรรยากาศอบอุ่น สะดวกสบาย เข้าถึงได้ง่าย มีพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่สีเขียว มีร้านค้าทั้งแบรนด์ระดับประเทศและร้านท้องถิ่น อย่าง KFC Drive Thru, Amazon, 7-11, MR.DIY, สุกี้ช้างเผือก, ซ้วงบัวลอยช้างเผือก, Shabugu และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะสามารถนำความสำเร็จนี้ต่อยอดไปยังเชียงรายได้เช่นกัน

มากกว่าคอมมูนิตี้มอลล์แหล่งรวมร้านค้า – แต่ยังเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แบบยั่งยืน

สิ่งที่ทำให้ Greenpark แตกต่างคือความใส่ใจใน “ความยั่งยืน” ด้วยการออกแบบที่เน้นพื้นที่สีเขียว และการประหยัดพลังงานโดยการใช้พลังงานจากธรรมชาติหมุนเวียนกลับมาใช้ในโครงการ เช่น Solar Rooftop และส่งเสริมการจัดการขยะอย่างถูกวิธีและมีประโยชน์ มีจุดชาร์จ EV Station สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อีกทั้งโครงการยังชูจุดเด่นเรื่อง Pet friendly ทำให้ Greenpark Community Mall เป็น Destination ของทุกคนในครอบครัวรวมทั้งสัตว์เลี้ยงอีกด้วย นายกฤษฏิภาชย์กล่าว

คอมมูนิตี้มอลล์เพื่อ “ชุมชน” เสริมศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายกฤษฏิภาชย์กล่าวเพิ่มเติมว่า เชียงรายเป็นอีกหนึ่งจังหวัดหลักในภาคเหนือตอนบน ที่มีสัดส่วน เศรษฐกิจมาจากภาคเกษตรกรรม รวมทั้งการค้าขาย และการท่องเที่ยว เนื่องด้วยเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยว ตามธรรมชาติที่สวยงาม และศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงมีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านถึงสองประเทศ Greenpark Community Mall Chiang Rai คาดหวังเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่ช่วยพัฒนาเมืองและชุมชน ของจังหวัดเชียงราย ให้เติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ ชุมชนและการท่องเที่ยว ด้วยการออกแบบในสไตล์ที่ผสมผสาน ธรรมชาติ เสน่ห์ของท้องถิ่น และความทันสมัยเข้าด้วยกัน มีการนำแนวคิดรูปแบบบ้านชาวเขา ที่เรียบง่าย และใช้วัสดุจากธรรมชาติเข้ามาใช้เป็นไอเดียในการออกแบบ ให้รู้สึกกลมกลืน เข้าถึงง่าย อีกทั้งยังมีแนวคิดออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อน ในบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง ใกล้ชิดธรรมชาติ สำหรับเป็นที่ พักผ่อนและพบปะสังสรรค์ของครอบครัว ชุมชนและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีแนวคิดให้เป็นที่รวมความ สะดวกสบายและไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน หลากหลายด้วยร้านค้าชื่อดังจากแบรนด์ระดับประเทศ ที่สำคัญยังเปิด โอกาสให้ร้านค้าท้องถิ่นในเชียงรายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนได้

พบกับ “กรีนพาร์คเจียงฮาย” คอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกในเชียงรายได้แล้ว 21 ม.ค. 69 นี้

นายกฤษฏิภาชย์ ให้ข้อมูลว่า Greenpark Community Mall Chiang Rai ภายใต้การบริหารของ “บริษัท คำพรพัฒนา จำกัด” บริษัทในเครือกรีนบัส ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ที่เป็นทำเลศักยภาพ ใกล้แยกประสพสุข บนถนนพหลโยธินซึ่งเป็นถนนสายหลักของเชียงราย และยังมีทางเข้าออกสู่ถนนเจ้าชาย และถนนประสพสุข ซึ่งทำให้สามารถเข้า-ออกโครงการได้ถึง 3 เส้นทาง สะดวกต่อผู้สัญจรไปมา แวดล้อมด้วยชุมชน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสถานที่ท่องเที่ยว เพียง 350 เมตรจากถนนคนเดินเชียงราย และ 1.2 กิโลเมตร จากหอนาฬิกาเขียงราย

Greenpark Community Mall Chiang Rai มีมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างรวมกว่า 350 ล้านบาท เริ่มการก่อสร้างในเดือนมิถุนายน 2568 พร้อมเปิดให้บริการเฟสแรก 21 มกราคม 2569 และจะดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จพร้อมเปิดเต็มรูปแบบภายใน ไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ด้วยพื้นที่ให้เช่ากว่า 3,800 ตารางเมตร ที่จอดรถกว่า 200คัน โดย Greenpark Community Mall Chiang Rai เตรียมต้อนรับร้านค้าชั้นนำมากมาย เช่น สุกี้ตี๋น้อย ที่จะเปิดเป็นสาขาแรกในเชียงราย KFC Drive Thru เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย 1:2 Coffee ร้านกาแฟชื่อดังที่มีต้นกำเนิด จากจังหวัดเชียงราย สุกี้ช้างเผือกร้านสุกี้สไตล์สตรีทฟู้ดชื่อดังจากจังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยผู้ประกอบการจากภาคเหนือ เช่น IROHA Ramen & Izakaya, Wedrink, ขนมแม่, Khom Chocolatier House, ช่วงช่วงเลี่ยงหม่าล่า เป็นต้น

นอกจากโซนร้านอาหารแล้ว ภายในโครงการยังมีร้านค้าไลฟ์สไตล์อย่าง Watsons, MR. D.I.Y., Happy doll, Heath up สถาบันสอนพิเศษ อย่าง Click robot engineer learning center, Eye level สถาบันสอนภาษาอังกฤษ และร้านค้าแบรนด์ดังอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทะยอยเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 โดยโครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการ ระดับประเทศ และผู้ประกอบการในเชียงราย ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าจองและเช่าพื้นที่แล้วกว่า 70% สะท้อนความพร้อมของ โครงการและความเชื่อมั่นจากพันธมิตรทางธุรกิจ

อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” วันที่ 21-25 มกราคม พ.ศ. 2569 ณ มีโชคพลาซ่า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดงาน อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ ภายใต้แนวคิด “สินค้าเกษตรทั่วไทย   สู่หัวใจล้านนา” ระหว่างวันที่ 21-25 มกราคม พ.ศ.2569 ณ ตลาดมีโชค พลาซ่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าเกษตรคุณภาพจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง

การจัดงานดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งพัฒนาเกษตรกรรมไทยอย่างครบวงจร โดยใช้กลไกตลาดเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เสริมสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตร 4 ภูมิภาคทั่วไทย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้า เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในสินค้าเกษตรไทย อาทิ สินค้าจากเครือข่าย Yung Smart Farmer Chiangmai, วิสาหกิจชุมชนเอิรธ์เฮ้าส์ (สยามไวน์) จังหวัดกาญจนบุรี และวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปละมุดสุโขทัย   เป็นต้น

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ขอเชิญชวนทุกท่าน ชิม ช้อป แชร์ แบบจุใจกับสินค้าราคาพิเศษ กิจกรรมสินค้านาทีทอง ลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมกิจกรรมเพลิดเพลิน การแสดงดนตรีภายในงานตลอดงาน “สินค้าเกษตรทั่วไทย สู่หัวใจล้านนา” ในวันที่ 21 – 25มกราคม พ.ศ. 2569 ณ มีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ขอเชิญชมงาน “Lanna Future Food and Gastronomy Fairs”

📢 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ขอเชิญชมงาน “Lanna Future Food and Gastronomy Fairs”

🚩งานแสดงผลิตภัณฑ์และทดสอบตลาดอาหารแห่งอนาคต จากผู้ประกอบการ
จ. พะเยา•จ.เชียงราย•จ.แพร่ และ จ.น่าน

📍 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
🗓️ ระหว่งวันที่วันที่ 5–8 กุมภาพันธ์ 2569
🕘 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

🛍️ ชิม • ช้อป • ทดลองสินค้าใหม่
🤝 กิจกรรม Business Matching
🎶 ของรางวัลและความบันเทิงมากมาย

👉 ห้ามพลาด! มาอัปเดตเทรนด์อาหารอนาคตไปด้วยกัน

#สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา #สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย #สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ #สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน #LannaFutureFood #เที่ยวเชียงใหม่ #Eventเชียงใหม่ #งานแฟร์เชียงใหม่ #ของดีภาคเหนือ

M&M COFFEE CLUB ร้านสวยบรรยากาศดี นั่งชิลล์ได้ตลอดทั้งวัน แถมใกล้แหล่งท่องเที่ยว

M&M COFFEE CLUB ร้านชิลล์ ๆ สำหรับทุกคนร้านกาแฟเล็กๆท่ามกลางหุบเขาอำเภอแม่แตงจังหวัดเชียงใหม่กลิ่นไอธรรมชาติเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ต้องการนั่งพักผ่อนทางร้านมีบริการกาแฟทั่วไป และกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านที่คิดขึ้นมาเอง อาทิ ทิรามิสุ ลาเต้ ถือเป็นเมนูที่ครบจบในแก้วเดียว มีขนมเค้ก และกาแฟ อร่อยกลมกล่อม

ต่อด้วยเมนูมัจฉะไอน์สเปนเนอร์ ที่มีทั้งกลิ่นหอมของมัจฉะและความหวานที่ลงตัว หรือจะเลือกทานกับRed violet cake เป็นเค้กที่ถือว่ารสชาติดีไม่หวานมากเหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบทานหวานก็สามารถรับประทานได้

 

นอกจากมีเมนูเบื้องต้นแล้วทางร้านยังมีบริการหลากหลายเมนูให้ลูกค้าได้เลือกสรร  อาทิไอน์สเปนเนอร์ ,เดอร์ตี้โรเซ่ ,ซอลเต็ด ช็อกโกแลต และเมนูอีกมากมายในร้าน ใครที่ผ่านมาอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ก็อย่าลืมแวะมาที่ M&M COFFEE CLUB โทร.063 -9790358 ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น.

เชียงใหม่ แถลงข่าว “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ดัน Soft Power สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่  20 ม.ค.69 นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พันจ่าเอกวิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมการจัดงาน “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ภายใต้แนวคิดสู่การพัฒนายกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มุ่งเน้นการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยใช้ชุมชนชาติพันธุ์เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้ และสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ด้านนางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อาคตอย่างยั่งยืน” โดยส่งเสริม “พลังวัฒนธรรม” ให้เกิดเป็นรายได้จริง และผลักดัน Soft Power ความเป็นไทย ผ่านการนำทุนทางวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ มาสร้างสรรค์เป็นสินค้าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและบริการเชิงสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพ สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ โซนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นิทรรศการวิถีชีวิตชาติพันธุ์ล้านนา กิจกรรม “หนึ่งความคิด ล้านความรัก” กิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความหลากหลายของมรดกภูมิปัญญาในจังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ พันจ่าเอกวิทยา ลีละศาสตร์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า อบจ.เชียงใหม่ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก การบูรณาการงบประมาณ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่

การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะช่วยสร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่าให้กับทุนวัฒนธรรมล้านนา พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างสมดุล ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ล้านนาอย่างยั่งยืน

CSE จัดงาน CSE Gala Night 2026 “The Future We Co-Create” ผนึกพลังภาคีทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่ความยั่งยืน พร้อมผลักดันโครงการหมู่บ้านปลอดการเผา ครั้งที่ 4

เชียงใหม่ – บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (Chiang Mai Social Enterprise: CSE) จัดงาน CSE Gala Night 2026 : “The Future We Co-Create” โดยได้รับเกียรติจาก คุณรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน เวทีแห่งการรวมพลังของผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคชุมชน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ สร้างความร่วมมือ และร่วมออกแบบอนาคตของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม ณ The View Village (The Stereo Bar) จังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานมี Keynote Speaker ระดับประเทศ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ ได้แก่ คุณตัน ภาสกรนที นักธุรกิจและผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้ก่อตั้งบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในหัวข้อ “Born in Chiang Mai: The Power of Local-First Entrepreneurship” และ ดร.ชนะ ภูมี ผู้บริหารด้านความยั่งยืนจาก SCG ในหัวข้อ “Sustainable Industry x Community Impact: The New Chiang Mai Model” พร้อมช่วง Executive Dialogue จากคณะผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง CSE ถ่ายทอดบทเรียนการทำงานเพื่อสังคมตลอดระยะเวลา 10 ปี การจัดแสดงนิทรรศการโครงการสำคัญ และกิจกรรม Networking & Exchange of Ideas ระหว่างภาคีเครือข่าย

ทั้งนี้ หน่วยงานภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์และสานต่อเจตนารมณ์ในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าโครงการหมู่บ้านปลอดการเผา ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ สะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่อนาคตที่สะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนในระยะยาว