จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมทีมบูรณาการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่บ้านปางอุ๋ง เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (19 ม.ค. 69) เวลา 13.40 น. ที่ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมทีมบูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 18 ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ความคืบหน้า รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม โดยมี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้รายงานถึงความคืบหน้าผลดำเนินงานจากทุกหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และความคืบหน้าการซ่อมและสร้างที่อยู่อาศัยพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 18 ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มีการดำเนินการสร้างอาศัยให้ใหม่ทั้งหลัง จำนวน 43 หลัง และซ่อมแซม จำนวน 31 หลัง ขณะนี้การซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์แล้ว จำนวน 2 หลัง ส่วนที่เหลือกำลังเร่งดำเนินการ โดยมีงบประมาณรวม 2,642,915 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 40,000 บาท ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีงบประมาณรวม 2,328,418 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 49,500 บาท จำนวน 69 หลัง ด้านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) มีงบประมาณรวม 520,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 40,000 บาท ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ จำนวน 13 หลัง และด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีงบประมาณรวม 490,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 70,000 บาท จำนวน 7 หลัง

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กำชับทุกหน่วยงานให้ติดตามผลการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป

“อินทนิลเกมส์ 2026” ชิงชัยเข้มทุกกีฬา

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์ 2026” ระหว่างวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ได้งวดเข้ามาทุกขณะ หลายชนิดกีฬาแข่งขันครบทุกรายการ บางกีฬาอยู่ในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งผลอย่างไม่เป็นทางการมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ยังคงนำอยู่ที่ 121 เหรียญทอง ตามมาด้วย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 62 เหรียญทอง และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 57 เหรียญ โดยวันนี้ยังมีการแข่งขัน 21 ชนิดกีฬา โดยผลการแข่งขันบางรายการ มีดังนี้

กีฬาบริดจ์ มีการแข่งขัน 6 ประเภท
ประเภทคู่ผสม เหรียญทอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประเภทคู่ทั่วไป เหรียญทอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประเภทคู่หญิง เหรียญทอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประเภททีมผสม เหรียญทอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประเภททีมทั่วไป เหรียญทอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ประเภททีมหญิง เหรียญทอง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
นักกีฬาดีเด่นเหญิง ได้แก่ เบญญาภา พลายด้วง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
นักกีฬาดีเด่นเชาย ได้แก่ กฤตพัฒน์ กอนเสน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ
ผู้ฝึกสอนดีเด่น ได้แก่ ปริชญ์ พงศ์มรกต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เซปัคตะกร้อ รอบรองชนะเลิศ
ทีมชุดชาย
มหาวิทยาลัยปทุมธานี ชนะ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ 2 : 0
มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯธนบุรี ชนะ มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช 2 : 0

ทีมชุด หญิง
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ชนะ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 : 1
มหาวิทยาลัยธนบุรี ชนะ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 2 : 1

ฟุตซอล รอบรองชนะเลิศ
ทีมหญิง
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ชนะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 5 :4
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ชนะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 8:7

ทีมชาย
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ชนะ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 2:1
มหาวิทยาลัยปทุมธานี ชนะ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย 3:2

สำหรับการแข่งขันฟุตบอล (หญิง) รอบชิงชนะเลิศ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ชนะ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 1 : 0 คว้าเหรียญทองไปครอง

การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์ 2026” ยังเหลือการแข่งขันอีก 1 วัน ในวันที่ 19 มกราคม 2569 มีการชิงชัยกันอีก 8 ชนิดกีฬา

ขอเชิญชม เชียร์ทัพนักกีฬาได้ถึงขอบสนาม และมีการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และรายงานผลการแข่งขันอย่างต่อเนื่องทางเฟสบุ๊คเพจการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 อินทนิลเกมส์ 2026 https://www.facebook.com/InthaninGames2026 และเว็บไซต์ https://inthaningames2026.mju.ac.th/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 5387 3099, 0 5387 3333

BCPG จับมือ ORN ศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนโครงการโซลาร์–แบตเตอรี่ ยกระดับอสังหาริมทรัพย์สู่ Smart & Sustainable Communities

บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ ในการลงทุนโครงการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) มาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม
นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการลงทุน บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บีซีพีจี ไม่เพียงเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย แต่เรายังมุ่งเน้นนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อรองรับความต้องการด้านพลังงานของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บีซีพีจี มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี ประสบการณ์ และการบริหารจัดการพลังงานในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการให้เกิดประสิทธิภาพทางพลังงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ

“ความร่วมมือกับอรสิรินในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายการบริหารจัดการด้านพลังงานสะอาด โดยการผสานระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับเทคโนโลยีระบบการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้าสู่ ภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นโอกาสสำคัญของบีซีพีจีและอรสิริน ในการร่วมกันศึกษา การลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ควบคู่กับการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล” นายชาญวิทย์กล่าวเพิ่มเติม
ด้านนายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORNเปิดเผยว่า ORN ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร มีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยนวัตกรรม ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นสำคัญ ได้มีความร่วมมือครั้งสำคัญกับบีซีพีจีซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด โดยนำระบบผลิตไฟฟ้า จากพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ มาร่วมศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และเชิงเทคนิค เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าสาธารณูปโภค อาทิ ค่าไฟฟ้าทั้งในส่วนของผู้อยู่อาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่โครงการในเครืออรสิรินในระยะยาว สนับสนุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้สอดรับกับแนวโน้มการใช้พลังงานแห่งอนาคต

“ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดการพัฒนาโครงการของอรสิรินไปสู่แนวคิด Smart & Sustainable Communities ที่ผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และพลังงานทดแทน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการอยู่อาศัย การทำงาน และการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” นายปรีดิกรกล่าวเพิ่มเติม

“เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41” ชวนสัมผัสวิถีการทำร่มบ่อสร้าง เสน่ห์ภูมิปัญญาล้านนาไทย

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” ระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม 2569 บริเวณหมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ , รองนายก อบจ.เชียงใหม่ , ปลัดอำเภอสันกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
การจัดงานในครั้งนี้ เทศบาลตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง ร่วมกับ อบจ.เชียงใหม่ , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานเชียงใหม่) , สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ , สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ และประชาสัมพันธ์การผลิตร่มบ่อสร้างให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเน้นการสืบทอดการผลิตหัตถกรรมร่มบ่อสร้างไว้เป็นมรดกท้องถิ่น สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งขับเคลื่อน Soft Power ในด้านเทศกาลประเพณีและการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชน ที่มีความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสืบสานงานศิลป์และวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยส่งเสริมการประกอบอาชีพหัตถกรรมของคนในชุมชน และเป็นการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ผ่าน “การผลิตร่มบ่อสร้าง” ต้นกำเนิดการประดิษฐ์ร่มล้านนาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ช่วยส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชนหมู่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มาอย่างยาวนาน
ด้าน นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า เทศบาลเมืองต้นเปามีความตั้งใจที่จะยกระดับเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงให้เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ ผ่านงานหัตถศิลป์ที่ประสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยเข้ากับรากเหง้าวัฒนธรรมอย่างกลมกลืน โดยเฉพาะ “ขบวนแม่ญิงขี่รถถีบก๋างจ้อง“ ยังคงเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นเอกลักษณ์แห่งบ้านบ่อสร้างที่มีความงดงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจ และหาชมที่ไหนไม่ได้

โดยตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คช็อปด้านหัตถกรรม ร่ม กระดาษสา พร้อมทั้งเดินชมตลาดวัฒนธรรมโบราณ (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นมาให้จับจ่ายท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้ รับชมขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ที่ผ่านการตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชนของบ้านบ่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะและจุดถ่ายภาพที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชนมาทำเป็นมุมเช็คอินให้นักท่องเที่ยวและสายโซเชียลได้ถ่ายภาพเก็บความทรงจำตลอดการเดินทางในถนนวัฒนธรรมบ้านบ่อสร้าง

เปิดแล้ว! Salad Terrace ภายในโครงการ Oasis สารภี

“ ฟาร์มสลัดเทอเรส ทานได้อย่างปลอดภัยและสุขภาพดี เพราะเราปลูกด้วยระบบอินทรีย์ ที่ผลิตด้วยความตั้งใจ เพราะเรา เป้าหมายสูงสุดสุขภาพที่ดี สู่ร้านสลัดเทอเรส

สุขภาพที่ดีต้องมาจากอาหารที่ดี อาหารที่ดีก็ต้องผลิตจาก สภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย ”

🥗  เปิดอย่างเป็นทางการ กับอีกหนึ่งสาขา ร้านSalad Terrace ในโครงการ Oasis สารภี ยังคง concept คนรักสุขภาพต้องคิดถึง “Salad Terrace ” ใส่ใจตั้งแต่กรรมวิธีการดูแลจากระบบอินทรีย์ตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงการเก็บนำมาปรุงอาหารให้กับลูกค้าได้รับประทาน

🥗🥗 หากพูดถึงเมนูสุขภาพของทางร้านนั้น ทุกคนอาจจะมองว่ามีแค่ผัก น่าเบื่อ แต่ที่นี่! เรามีสลัดที่มีสีสันเมนูที่น่ารับประทาน อาทิ สลัดอกไก่นุ่มอโวคาโดควินัวเบคอนกรอบ ,สลัดสารภี(ผลไม้รวม + กรีกโยเกิร์ต+ลำไยสีทอง +กราโนล่า+น้ำผึ้งดอกลำไย) ถือว่าหาทานได้ที่ Salad Terrace สาขาสารภีที่เดียว เพราะเราใช้แหล่งวัตถุดิบ ลำไยในพื้นที่ ในการประกอบอาหาร จึงทำให้สามารถสั่งทานได้ที่สาขานี้ เท่านั้น! 😋 นอกจากเมนูดังกล่าวแล้วยังมีเมนูสลัดสุขภาพอีกมากมายเป็นทางเลือกไว้ค่อยบริการอีกด้วย

🥙 นอกจาก ร้าน Salad Terrace น้องใหม่สาขาสารภี ที่ตั้งอยู่ภายในโครงการ Oasis Saraphi by Lotus’s เชียงใหม่แล้ว เรายังมีสาขาสวนดอก และสาขาโชตนา อยู่ใกล้สาขาไหนก็สามารถรับบริการสาขานั้นได้เลย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่☎️ สาขาสารภี 065-515-1885 ,สาขาสวนดอก 094-615-1888 และสาขาโชตนา 083-570-3954 เวลาเปิด 10.45 – 20.30 น.  เหมือนกันทุกสาขา📞

SUN ร่วมสนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ส่งต่อความสุขและโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในจังหวัดเชียงใหม่

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ร่วมสนับสนุนกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้มอบผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “KC” พร้อมทั้งทุนการศึกษา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนในชุมชน

การสนับสนุนในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่และหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ เทศบาลทุ่งสะโตก, ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษาฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) รวมถึงกิจกรรมวันเด็กของโรงเรียนกิ่วแลน้อยประสิทธิวิทยา

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการส่งเสริมด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนต่อไป

พรรคก้าวอิสระ ขอเป็นทางเลือก นำจิตอาสา เป็นตัวแทนประชาชนพัฒนาประเทศ ในวัยอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชวนไปใช้สิทธิ บัตรสีชมพูเลือกหมายเลข 22

เชียงใหม่ -เมื่อวันที่  11 มกราคม 2569 มาดามหยก คุณกชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ นำทีม สส.บัญชีรายชื่อ และจิตอาสาเชียงใหม่ Indy team เดินประชาสัมพันธ์ เชิญชวนชาวเชียงใหม่ไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง พร้อมเปลี่ยนไปด้วยกันกับ Change Together และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ บัตรสีชมพูเลือก พรรคก้าวอิสระ กากบาทเบอร์ 22

ซึ่งในครั้งนี้ มาดามหยก ได้เดินถนนคนเดินเชียงใหม่ วันอาทิตย์ หน้าวัดเจดีย์หลวง ไปยังถนนท่าแพ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า สอบถามถึงความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจปากท้องประชาชน รวมถึงสัมภาษณ์ความต้องการ ที่อยากให้เชียงใหม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนมากจะประชาชนอยากให้สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยื่น เที่ยวได้ทั้งปี นทท.มาเชียงใหม่เพื่อตอบโจทย์เรื่องการค้าขาย ที่ต่อยอดถึงเศรษฐกิจชุมชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้นำทีมผู้สมัครเชียงใหม่ และ Indy team กราบนมัสการอนุสาวรีย์สามกษัตริย์เพื่อเป็นสิริมงคล ขอพรไหว้องค์พระธาตุเจดีย์หลวง โดย มาดามหยก คุณกชพร เวโรจน์ ได้ทำนุบำรุง บูรณะองต์พระธาตุฯวัดเจดีย์หลวง องค์พระประธาน และส่งเสริมด้านศิลปะวัฒนธรรมล้านนา อยู่สม่ำเสมออยู่แล้ว ทั้งนี้ฝากถึงพี่น้องประชาชน ให้ดูแลสุขภาพ ในช่วงอากาศเย็น พร้อมเป็นห่วงเรื่องPM2.5 ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย

 

เริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่!!! งานฤดูหนาวฯ จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2569 วันที่ 9 – 23 มกราคมนี้ 15 วันเต็ม

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ เวทีกลาง ในงานฤดูหนาวฯ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณลานด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ , รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 4 ท่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ รวมถึงผู้แทนนายก อบจ.เชียงใหม่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน จัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 23 มกราคม 2569 รวมเป็นเวลา 15 วัน เพื่อสืบสานงานประจำปีที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้จัดต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดี ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับสถานประกอบการและประชาชนในพื้นที่
ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดนางสาวเชียงใหม่ การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณี การจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องที่/ท้องถิ่น การประกวดรำวงย้อนยุค การประกวดพืชผลทางการเกษตร การเดินแบบผ้าไทย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีจาก 25 อำเภอ การแสดงดนตรีของนักเรียนและเยาวชน รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าของร้านดังจากแพลตฟอร์มออนไลน์ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ บนเวทีกลางยังจัดให้มีกิจกรรมทุกวันตลอดการจัดงานเพื่อสร้างสีสัน และให้ชาวเชียงใหม่ได้มีส่วนร่วม
สำหรับการจัดประกวดนางสาวเชียงใหม่ ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 93 แล้ว โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “บุปผางามแห่งเวียงพิงค์” เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ในการเป็นฑูตทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่อสังคม ให้แก่องค์กรภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นตัวแทนในการประกวดเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่จะได้รับมงกุฎเพชร สายสะพาย และถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ทั้งนี้ยังมีตำแหน่งขวัญใจมหาชนอีกด้วย
ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ กิจกรรมจากเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ การจำหน่ายสลากกาชาดการกุศล สร้างรายได้เพื่อภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ โดยในปีนี้มีการจัดทำสลากจำนวน 200,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 100 บาท โดยจะออกรางวัลในวันพุธที่ 23 มกราคม 2569 ที่เวทีกลางภายในงานฯ ปีนี้รางวัลที่ 1 เป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 50.50 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,100,000 บาท และยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 7 ล้านบาท
ในโอกาสนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนการจัดงานจาก นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับอีกหลายหน่วยงานที่เป็นผู้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้

“มาดามหยก” ร่วมพิธียกเบญจปฎลเศวตฉัตรฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ฯ ณ วัดยางกวง

“ พิธียกเบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตร 5 ชั้น) และนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตร 9 ชั้น) เป็นพระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงพระเกียรติยศสูงสุด สถิตเหนือพระโกศ (พระศพ) หรือพระพุทธรูปสำคัญ ฉัตร 9 ชั้นนั้นสงวนไว้สำหรับพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ แต่มีกรณีพิเศษที่ทรงถวาย 9 ชั้นแด่สมเด็จพระพันปีหลวง (ในหลวง ร.9 ทรงถวาย) และมีพระราชพิธีถวาย 7 ชั้น (สัปตปฎลเศวตฉัตร) แด่พระบรมวงศานุวงศ์อื่นๆ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงพระบรมราชอิสริยยศอันยิ่งใหญ่และสืบทอดมาแต่โบราณ ”

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569  ณ วิหารลายคำโบราณ เฉลิมพระเกียรติ วัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าอาวาส วัดยางกวง พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทธิวาที (พระฟลุ๊ก) นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) และประชาชนทั่วไป ร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพิธียกเบญจปฎลเศวตฉัตร ถวายกางกั้นเหนือ พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ (พระประธานในวิหารลายคำ อายุ 729 กว่าปี) ที่ทรงพระกรุณาฯ โปรดเกล้า ให้บูรณะปฏิสังขรณ์

สำหรับประวัติของวัดยางกวงนั้น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในยุคแรกของราชวงศ์มังราย เดิมชื่อ “วัดหน่างรั้ว” ซึ่งเป็นจุดที่พญามังรายเคยใช้ตั้งค่ายก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ ต่อมามีการบูรณะและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดยางกวง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บูรณะจากเชียงตุง จากนั้นเคยเป็นวัดร้าง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูจากการเป็นวัดร้างในปี 2549 จนกลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจและสำนักปฏิบัติธรรมสำคัญในปัจจุบัน

จังหวัดเชียงใหม่จัดเลือกตั้งเป็นวันแรก บรรยากาศกองเชียร์คึกคักแต่ละพรรคพร้อมรถแห่ทั่วเมือง

วันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่โรงยิมเนเซียม 2 สนามกีฬา 700 ปี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นสถานที่เปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขตจังหวัดเชียงใหม่ เป็นวันแรก โดยเฉพาะพรรคการเมืองหลักทั้ง เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ กล้าธรรม พลังประชารัฐ ซึ่งได้มีการส่งผู้สมัคร สส. ลงทั้งหมด 10 เขต ส่วนพรรคก้าวอิสระ ได้ส่งผู้สมัครลงชิงเพียง 5 เขต

 

นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่าภาพรวมมีการเตรียมการด้วยความเรียบร้อยใช้กำลังเจ้าหน้าที่และขอความอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลซึ่งคาดว่าวันแรกบรรยากาศจะคึกคักภาคไปต่างอยากได้หมายเลขที่ต้องการทั้งนี้เชียงใหม่เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ถูกจับตามองเนื่องจากมีการแข่งขันกันสูงก็ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างไรก็ตามสถิติการเลือกตั้งล่าสุดปี 2566 มีประชากรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 1.3 ล้านคน มาใช้สิทธิ์ 81.98% มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 142 คนครั้งนี้ก็คาดหวังว่าน่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น

ด้านกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก ) แคนดิเดตฯ  พรรคก้าวอิสระ  นำทัพตัวแทนพรรคเข้าสมัครวันแรก หวังเปลี่ยนแปลงการเมือง  พร้อมกล่าวย้ำว่า ไม่อยากทำสถาบันการเมืองแบบเดิมๆ ทุกคนมีความเสียสละเป็นทุนเดิม จึงเกิดเป็นการทำงานแบบทำการเมืองไม่ใช่เล่นการเมือง ไม่ แบ่งสี แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแต่อย่างใด ซึ่งจะเห็นว่าได้จากผู้สมัคร สส.เขต ที่ลงสมัครในวันนี้