วันนี้ (19 ม.ค. 69) เวลา 13.40 น. ที่ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมทีมบูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 18 ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ความคืบหน้า รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่บ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม โดยมี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้รายงานถึงความคืบหน้าผลดำเนินงานจากทุกหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และความคืบหน้าการซ่อมและสร้างที่อยู่อาศัยพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 18 ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มีการดำเนินการสร้างอาศัยให้ใหม่ทั้งหลัง จำนวน 43 หลัง และซ่อมแซม จำนวน 31 หลัง ขณะนี้การซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์แล้ว จำนวน 2 หลัง ส่วนที่เหลือกำลังเร่งดำเนินการ โดยมีงบประมาณรวม 2,642,915 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 40,000 บาท ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีงบประมาณรวม 2,328,418 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 49,500 บาท จำนวน 69 หลัง ด้านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) มีงบประมาณรวม 520,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 40,000 บาท ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ทุพพลภาพ จำนวน 13 หลัง และด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีงบประมาณรวม 490,000 บาท ช่วยเหลือไม่เกินหลังละ 70,000 บาท จำนวน 7 หลัง
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กำชับทุกหน่วยงานให้ติดตามผลการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป



เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์ 2026” ระหว่างวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ได้งวดเข้ามาทุกขณะ หลายชนิดกีฬาแข่งขันครบทุกรายการ บางกีฬาอยู่ในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งผลอย่างไม่เป็นทางการมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ยังคงนำอยู่ที่ 121 เหรียญทอง ตามมาด้วย มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ 62 เหรียญทอง และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 57 เหรียญ โดยวันนี้ยังมีการแข่งขัน 21 ชนิดกีฬา โดยผลการแข่งขันบางรายการ มีดังนี้




บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ ในการลงทุนโครงการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) มาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนในระยะยาว และสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม
“ความร่วมมือกับอรสิรินในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายการบริหารจัดการด้านพลังงานสะอาด โดยการผสานระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับเทคโนโลยีระบบการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้าสู่ ภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นโอกาสสำคัญของบีซีพีจีและอรสิริน ในการร่วมกันศึกษา การลงทุนด้านพลังงานสะอาดและโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย ควบคู่กับการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล” นายชาญวิทย์กล่าวเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” ระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม 2569 บริเวณหมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ , รองนายก อบจ.เชียงใหม่ , ปลัดอำเภอสันกำแพง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชน ที่มีความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสืบสานงานศิลป์และวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ช่วยส่งเสริมการประกอบอาชีพหัตถกรรมของคนในชุมชน และเป็นการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ผ่าน “การผลิตร่มบ่อสร้าง” ต้นกำเนิดการประดิษฐ์ร่มล้านนาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่ช่วยส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชนหมู่บ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มาอย่างยาวนาน
ด้าน นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า เทศบาลเมืองต้นเปามีความตั้งใจที่จะยกระดับเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพงให้เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ ผ่านงานหัตถศิลป์ที่ประสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัยเข้ากับรากเหง้าวัฒนธรรมอย่างกลมกลืน โดยเฉพาะ “ขบวนแม่ญิงขี่รถถีบก๋างจ้อง“ ยังคงเป็นกิจกรรมไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นเอกลักษณ์แห่งบ้านบ่อสร้างที่มีความงดงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจ และหาชมที่ไหนไม่ได้
โดยตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คช็อปด้านหัตถกรรม ร่ม กระดาษสา พร้อมทั้งเดินชมตลาดวัฒนธรรมโบราณ (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นมาให้จับจ่ายท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้ รับชมขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ที่ผ่านการตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชนของบ้านบ่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะและจุดถ่ายภาพที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชนมาทำเป็นมุมเช็คอินให้นักท่องเที่ยวและสายโซเชียลได้ถ่ายภาพเก็บความทรงจำตลอดการเดินทางในถนนวัฒนธรรมบ้านบ่อสร้าง













บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ร่วมสนับสนุนกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้มอบผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “KC” พร้อมทั้งทุนการศึกษา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนในชุมชน
การสนับสนุนในครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่และหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ เทศบาลทุ่งสะโตก, ห้องสมุดประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษาฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี, กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) รวมถึงกิจกรรมวันเด็กของโรงเรียนกิ่วแลน้อยประสิทธิวิทยา


เชียงใหม่ -เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 มาดามหยก คุณกชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ นำทีม สส.บัญชีรายชื่อ และจิตอาสาเชียงใหม่ Indy team เดินประชาสัมพันธ์ เชิญชวนชาวเชียงใหม่ไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง พร้อมเปลี่ยนไปด้วยกันกับ Change Together และวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ บัตรสีชมพูเลือก พรรคก้าวอิสระ กากบาทเบอร์ 22
ซึ่งในครั้งนี้ มาดามหยก ได้เดินถนนคนเดินเชียงใหม่ วันอาทิตย์ หน้าวัดเจดีย์หลวง ไปยังถนนท่าแพ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า สอบถามถึงความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจปากท้องประชาชน รวมถึงสัมภาษณ์ความต้องการ ที่อยากให้เชียงใหม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนมากจะประชาชนอยากให้สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยื่น เที่ยวได้ทั้งปี นทท.มาเชียงใหม่เพื่อตอบโจทย์เรื่องการค้าขาย ที่ต่อยอดถึงเศรษฐกิจชุมชนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังได้นำทีมผู้สมัครเชียงใหม่ และ Indy team กราบนมัสการอนุสาวรีย์สามกษัตริย์เพื่อเป็นสิริมงคล ขอพรไหว้องค์พระธาตุเจดีย์หลวง โดย มาดามหยก คุณกชพร เวโรจน์ ได้ทำนุบำรุง บูรณะองต์พระธาตุฯวัดเจดีย์หลวง องค์พระประธาน และส่งเสริมด้านศิลปะวัฒนธรรมล้านนา อยู่สม่ำเสมออยู่แล้ว ทั้งนี้ฝากถึงพี่น้องประชาชน ให้ดูแลสุขภาพ ในช่วงอากาศเย็น พร้อมเป็นห่วงเรื่องPM2.5 ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย


เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ เวทีกลาง ในงานฤดูหนาวฯ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานงานฤดูหนาว นางสาวเชียงใหม่ และงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณลานด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ , รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 4 ท่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ รวมถึงผู้แทนนายก อบจ.เชียงใหม่ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดนางสาวเชียงใหม่ การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณี การจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องที่/ท้องถิ่น การประกวดรำวงย้อนยุค การประกวดพืชผลทางการเกษตร การเดินแบบผ้าไทย การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีจาก 25 อำเภอ การแสดงดนตรีของนักเรียนและเยาวชน รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าของร้านดังจากแพลตฟอร์มออนไลน์ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ บนเวทีกลางยังจัดให้มีกิจกรรมทุกวันตลอดการจัดงานเพื่อสร้างสีสัน และให้ชาวเชียงใหม่ได้มีส่วนร่วม
สำหรับการจัดประกวดนางสาวเชียงใหม่ ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 93 แล้ว โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “บุปผางามแห่งเวียงพิงค์” เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ในการเป็นฑูตทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่อสังคม ให้แก่องค์กรภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นตัวแทนในการประกวดเวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่จะได้รับมงกุฎเพชร สายสะพาย และถ้วยเกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ทั้งนี้ยังมีตำแหน่งขวัญใจมหาชนอีกด้วย
ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ กิจกรรมจากเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ การจำหน่ายสลากกาชาดการกุศล สร้างรายได้เพื่อภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ โดยในปีนี้มีการจัดทำสลากจำนวน 200,000 ฉบับ ราคาฉบับละ 100 บาท โดยจะออกรางวัลในวันพุธที่ 23 มกราคม 2569 ที่เวทีกลางภายในงานฯ ปีนี้รางวัลที่ 1 เป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 50.50 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,100,000 บาท และยังมีรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย มูลค่ารางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 7 ล้านบาท












