กกต.เชียงใหม่ พร้อมจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ คาดจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในช่วงเวลา 22.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ และ นายทรงพล นาคหนุ ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน ในการแถลงข่าวสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 9/2569 ณ อาคารริมน้ำ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ในประเด็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้

โดยนายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยถึงภาพรวมของการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 81,722 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 89.61 โดยยังไม่พบปัญหาข้อผิดพลาดแต่อย่างใด จะมีเพียงปัญหาจากการลงทะเบียนขอเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งบางท่านดำเนินการยังไม่ครบขั้นตอนโดยสมบูรณ์ จึงทำให้ไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แล้วต้องกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้งปกติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ แทน

ขณะที่การเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้ ในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ของจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้สมัครรวม 107 คน แต่มีขาดคุณสมบัติ 1 คน เนื่องจากมีประวัติไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงทำให้เหลือเพียง 106 คน โดยพื้นที่เขต 3 มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมากที่สุด 14 คน และพื้นที่เขต 10 มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งน้อยที่สุด 7 คน

สำหรับกระบวนการเลือกตั้ง แต่ละเขตจะมีศูนย์ประสานงานเลือกตั้งทั้ง 10 เขต มีผู้ประสานงานที่มาจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง 25 อำเภอรวม 1,032 คน มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 2,789 หน่วยเลือกตั้ง แต่ละหน่วยจะมีเจ้าหน้าที่ของ กกต. ประจำหน่วย 15 คน ทำให้ต้องใช้เจ้าหน้าที่กว่า 44,000 คน คอยดูแลการปฏิบัติการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งได้ดำเนินการอบรมการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเหล่านี้แล้ว พร้อมทั้งได้ทำการส่งบัตรและวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้งไปยังศูนย์ประสานงานทุกเขตเรียบร้อยแล้ว มีการเก็บบัตรเลือกตั้งเก็บไว้ในที่ปลอดภัย มีกล้องวงจรปิด และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการออกเสียงเลือกตั้งและการลงประชามติ โดยจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมทั้งสิ้นกว่า 1.35 ล้านคน มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2566 กว่า 26,000 คน ซึ่งในส่วนที่เพิ่มมานี้ คือ กลุ่ม New Voter หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก โดยจังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าให้มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 83 คือ อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน ส่วนบัตรเสียต้องไม่เกินร้อยละ 3 คือ ต้องไม่เกิน 3 หมื่นใบ ซึ่งทาง กกต.เชียงใหม่ คาดว่าการนับคะแนนในแต่ละหน่วยจะแล้วเสร็จในช่วงเวลา 19.00 และจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.
สำหรับข้อเน้นย้ำและข้อห้ามต่างๆ ในส่วนของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ห้ามไม่ให้มีการหาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไปจนกว่ากระบวนการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น รวมถึงไม่ให้มีการผลิตหรือติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์หาเสียงเพิ่มเติม ทั้งป้ายหาเสียงตามจุดต่างๆ หรือผ่านโซเชียลมีเดีย ส่วนประชาชนทั่วไปห้ามไม่ให้มีการจำหน่าย จ่าย แจก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ไปจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

กรมการแพทย์ ผนึกกำลังร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาและมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลงนาม MOU ร่วมหารือการดำเนินงานหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล

วันนี้ (2 ก.พ. 69) ที่ ห้องดอยหลวง ชั้น 2 โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ จังหวัดเชียงใหม่ นายอรรณพ ทัศนอุดม รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างกรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา โดยวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ และมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง โดยคณะพยาบาลศาสตร์ และร่วมหารือการดำเนินงานหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล
โดยมีผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและสหวิทยาการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา รองอธิบดีกรมการแพทย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ดังกล่าว
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน เพื่อพัฒนาหลักสูตร การจัดการศึกษา การวิจัย การพัฒนากำลังคนด้านการพยาบาลและการสาธารณสุข และการบริการทางวิชาการ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพด้านการแพทย์และการสาธารณสุขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ทั้งนี้ การบันทึกความร่วมมือจะมีผลเป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ทั้งสามฝ่ายได้มีการร่วมลงนามอย่างสมบูรณ์ (2 ก.พ. 69) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคลากร นักศึกษา หน่วยงาน และสังคม โดยรวมต่อไป

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ มอบโอวาทนักกีฬาตัวแทนเขต 5 เชียงใหม่ ก่อนไปร่วมชิงชัยกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์”

วันนี้ (2 ก.พ. 69) ที่ ห้องรับรองชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำคณะนักกีฬานักเรียน นักศึกษา คณะผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าพบนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับโอวาทและกำลังใจ ก่อนที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ประจำปี 2569 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยมีผู้แทนจากสำนัหงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมให้กำลังใจนักกีฬา
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวให้โอวาทและแสดงความยินดีกับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกสอน ว่า จังหวัดเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาตัวแทนเขต 5 ของจังหวัดเชียงใหม่ทุกคน ที่สามารถก้าวสู่สนามการแข่งขันในระดับประเทศได้ ขอให้นักกีฬาทุกคนได้ตระหนักถึงคุณค่าของกีฬา ยึดหลักรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ให้มีน้ำใจนักกีฬา ใช้ความสามารถที่ได้ฝึกฝนมาอย่างเต็มศักยภาพ และมีสมาธิในการแข่งขันและร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง และจังหวัดเชียงใหม่ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป
สำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 “ฅนบุรีรัมย์เกมส์” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ จะมีการจัดการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 21 ชนิด อาทิ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล ฟุตซอล วอลเล่ย์บอล เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน บาสเกตบอล มวยไทยสมัครเล่น มวยสากลสมัครเล่น โดยนักกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้มี จำนวน 243 คน
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่ร่วมส่งกำลังใจให้กับตัวแทนนักกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติของจังหวัดเชียงใหม่ ต่อไป

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ รวมใจจัดพิธีบำเพ็ญกุศล (1๐๐ วัน) และทำบุญตักบาตรพร้อมกันทั่วประเทศ

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ รวมใจจัดพิธีบำเพ็ญกุศล (1๐๐ วัน) และทำบุญตักบาตรพร้อมกันทั่วประเทศ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


คณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และประชาชนชาวไทย ร่วมประกอบ พิธีบำเพ็ญกุศล (1๐๐ วัน) และร่วมทำบุญตักบาตรพร้อมกันบริเวณลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
โดยในช่วงเช้าวันนี้ (2กุมภาพันธ์ 2569) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ พิธีเริ่มต้นขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ประธานในพิธีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น เข้าสู่พิธีการทางศาสนาประกอบด้วย การอาราธนาศีล อาราธนาพระปริตร และสวดพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 93 รูป พร้อมกันนี้ ผู้ร่วมพิธี ได้ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและทอดผ้าไตรบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายเป็นพระราชกุศลตามโบราณราชประเพณี ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบ เรียบร้อย และสำรวม

13 พรรคการเมืองเชียงใหม่ร่วมเวที “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69” กำหนดอนาคตประเทศไทย เชียงใหม่ต้องไปต่อ

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ผู้สมัครส.ส.เขตเชียงใหม่จาก  13 พรรคการเมืองร่วมเวที “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69” โดยมี1.นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย 2.นายฐณวัฒน์ เขื่อนวงค์วิน พรรคเศรษฐกิจ 3.ว่าที่ร้อยเอก ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเสรีรวมไทย 4.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ 5. นายฐณวัฒน์ เขื่อนวงค์วิน พรรคปวงชนไทย 6. เตชสิทธิ์ สีแดง ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 3 พรรควิชชั่นใหม่ 7. นารากร ติยายน ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ 8. พลเอกณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง พรรคประชากรไทย 9. ชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย 10. นางสาวฌาญาณนันท์ สุริยา ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคโอกาสใหม่ 11. นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่เขต 1 พรรรประชาชน 12. นายภาณวิชญ์ สายหมอก ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 2 พรรคไทยก้าวใหม่ 13. ร.ต.รักชาติ อินทรีย์ รองหัวหน้า พรรคเพื่อบ้านเมือง เปิดให้ผู้สมัครแนะนำตัวและกล่าวถึงนโยบายที่นำเสนอต่อประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกที่มหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่

“มาดามหยก”น.ส.กชพร เวโรจน์  กล่าวว่าพรรคก้าวอิสระเป็นอาสาสมัครที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นและฝ่ายปกครองมาตลอด สำหรับปัญหาpm2.5 มีสาเหตุมาจากหลายส่วนและการแก้ปัญหาต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน ส่วนในระดับมหภาคคือต้องบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมและเท่าเทียมจริงจังกับแหล่งที่ก่อมลพิษ ส่วนในระดับท้องถิ่นผู้บริหารต้องจริงจัง ในต่างประเทศให้ใช้ภาษีเป็นกำบังเพื่อยื่นต่อรองเรื่องของการเผา

“ ด้านแนวทางแก้ไขปัญหาเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่ที่ยังขาดขนส่งมวลชนเต็มระบบว่า พรรคก้าวอิสระมีนโยบายที่จะใช้พลังงานสะอาดพลังงานทดแทน สิ่งแรกก็คือเป็นการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น ถ้าในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเราต้องกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ให้ทางการปกครองท้องถิ่นมีอำนาจในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ โดยใช้เรื่องของรถ EV รถไฟฟ้ามากขึ้น

ทุกวันนี้เราเห็นตุ๊กๆใช่ไหม วันก่อนเพิ่งไปปล่อยแถวมาทั้งกรุงเทพฯแล้วก็เชียงใหม่ ว่าปล่อยแถวทำไม ได้อะไร เราไปทำความเข้าใจกับพี่ๆ ตุ๊กๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เป็นอัตลักษณ์ของเมืองไทย ใครเห็นตุ๊กๆ ก็นึกถึงเมืองไทยแต่เราต้องการให้สิ่งเหล่านี้ยังอยู่คู่เมืองไทย ในขณะที่ปรับตัวให้เข้ากับบรรยากาศของพลังงานสะอาด พลังงานทดแทนให้เปลี่ยนมาใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมด โดยรวดเร็วภายใน 90 วันคือนายกรัฐมนตรีต้องนั่งหัวโต๊ะแล้วก็ไปตามล่าสู่ท้องถิ่นให้ปกครองจัดการเรื่องนี้โดยด่วนและต้องมี การนำเอารถ Mini brt มาใช้ ” “มาดามหยก”น.ส.กชพร เวโรจน์ กล่าว

ด้าน “หมอโจ้” น.พ.ธีพัฒน์ ตันติพิริยะกุล พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ FireD มาตัดสินใจว่าจะเผาหรือไม่ นอกจากนี้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ได้ร่วมผลักดัน ดังนั้นจะต้องมีแหล่งข้อมูล ต้องมีการจองการเผา ต้องตรวจวัดควันดำและมลพิษข้ามแดนต้องมีการควบคุม ซึ่งพรบ.อากาศสะอาดคนก่อมลพิษจะต้องจ่ายด้วย

“พลอยเพ็ชรรัตน์ ใหม่ชมพู พรรคประชาชน กล่าวว่า หากพรรคประชาชนได้รับเลือกตั้งถล่มทลายได้เป็นรัฐบาลประชาชน. เราจะต้องรื้อ อันแรกในเรื่องของรื้อ การจัดการฐานข้อมูล ทุกวันนี้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ต่างคน ต่างทำมีหลายกระทรวงที่มีข้อมูลของตัวเอง เราต้องรื้อแล้วจัดทำฐานข้อมูลโดยการใช้ศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ ในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหา PM 2.5 รื้อที่ 2 คือรื้อระบบงบประมาณ ทุกวันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตป่า เขียนของบประมาณไปกว่าพันล้านบาท แต่ว่าได้รับงบประมาณมาจริงๆเพียงแค่ 50 – 122 ล้านบาท

“ต๊ะ”นารากร ติยายน #จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สาเหตุการเกิด pm2.5 เป็นอย่างที่ทุกคนกล่าวมา ซึ่งการแก้ไขปัญหาไม่จำเป็นต้องไปรื้ออะไรอีก แค่เราใช้กฎหมายจัดการ ทั้งเป็นการป้องกันและก็แก้ไขถ้าเกิดไฟป่า และปัญหา PM 2.5 สิงคโปร์แก้ได้ ประเทศจีน ปักกิ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วคือฝุ่นควันทั่วเมืองเขาแก้ได้ เพราะฉะนั้นเชียงใหม่แก้ได้ ประเทศไทยแก้ได้ ถ้าใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนทั้งพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ พระราชบัญญัติโลกร้อนและพระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้ง 3 ฉบับนี้เราต้องผสมกลมกลืนให้เป็นหน่วยเดียวกัน

 

วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ดึงต้นทุนวัฒนธรรมล้านนา–ชาติพันธุ์ สร้างสีสันการท่องเที่ยว ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เชียงใหม่ จัดงาน “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา” ดึงต้นทุนวัฒนธรรมล้านนา–ชาติพันธุ์ สร้างสีสันการท่องเที่ยว ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระหว่าง 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “การนำต้นทุนทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สีสันแห่งการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนา สู่การพัฒนายกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์”  ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยมี นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับ  พร้อมทั้งมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ประชาชน และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมงาน

การจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการนำต้นทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ล้านนาและชาติพันธุ์ มาต่อยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์  พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือของเครือข่ายทางวัฒนธรรมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง มาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง

ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ ขบวนแห่พิธีเปิดกิจกรรมสร้างพลังสร้างสรรค์อัตลักษณ์ล้านนาและชาติพันธุ์  กิจกรรมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้แนวคิด “หนึ่งความดี ล้านความรัก ภูมิใจภักดิ์ พระพันปีหลวง”  กิจกรรมเดินแบบแฟชั่นโชว์อวดผ้าชาติพันธุ์ล้านนาจากนายแบบ นายแบบ ผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดเชียงใหม่  การแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรีจากศิลปินล้านนาชั้นนำ  รวมถึงการประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมข่วงวัฒนธรรมชาติพันธุ์สร้างสรรค์ จำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นถิ่นกว่า 80 บูธ ประกอบด้วย สินค้าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมในรูปแบบ “กาดหมั้ว” เมนูอาหารพื้นถิ่นรสชาติที่หายไป และบูธสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น  มีการส่งเสริมการขายผ่านการตลาดเชิงรุกบนสื่อโซเชียลมีเดียตลอดช่วงการจัดงาน  อีกทั้ง ยังมีการจำลองบ้านชาติพันธุ์ การจำลองและสาธิตวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา  เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ สัมผัส และชื่นชมคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด อันเป็นการตอกย้ำศักยภาพของเชียงใหม่ในฐานะเมืองวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกบูธให้บริการตรวจสุขภาพ ในนิทรรศการบริการวิชาการสู่ชุมชน “สุขภาพดี ห่างไกล NCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. พร้อมด้วย ศ.พญ.อรินทยา พรหมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และ ผศ.พญ.พุดตาน วงศ์ตรีรัตนชัย รองคณบดีด้านสื่อสารองค์กร ร่วมขอบคุณภาควิชาที่ออกบูธให้บริการตรวจสุขภาพเบื่องต้น และเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง ในนิทรรศการบริการวิชาการสู่ชุมชนคณะแพทยศาสตร์ มช. “สุขภาพดี ห่างไกล NCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

ขอขอบคุณ บูธ
▪️Body Composition & CV risk score โดย ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน และหน่วยสร้างเสริมสุขภาพ
▪️ตรวจ BMD มวลกระดูก กระดูกพรุน โดย ภาควิชาออร์โทปดิกส์
▪️ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดย ศูนย์โรคหัวใจภาคเหนือ
▪️คัดกรองโรคซึมเศร้าในผู้สงอายุ โดย ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
▪️ตรวจคัดกรอง ต้อหิน โรคจอตา โดย ภาควิชาจักษุวิทยา
▪️บริการคัดกรองโรคสมองเสือม ไมเกรน โดย หน่วยประสาทวิทยาและศูนย์โรคสมองภาคเหนือ
▪️ตรวจสุขภาพหู โดย ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
▪️นวดแผนไทย TTCM โดย ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์
▪️ประเมินสมรรถภาพทางกายเบื้องต้น และทีม Rehab band โดย ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู
▪️ให้คำแนะนำด้านโภชนาการ “กินอย่างไร ห่างไกล NCDs” โดย งานโภชนาการ
▪️วัดความดัน โดย ศูนย์ศรีพัฒน์

ในระหว่างวันที่ 24-25 มกราคม 2569 ณ ชั้น1 Grand Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

ภาพ / ข่าว : งานสื่อสารองค์กร
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/yg2Ux

#MedCMU #คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #แพทย์เชียงใหม่ #แพทย์มช #หมอสวนดอก #โรงพยาบาลสวนดอก #MedCMUในมือคุณ #สื่อสารองค์กรMedCMU

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้เกษตรกรเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้เกษตรกรเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เล็งจัดตั้งสหกรณ์กลาง แก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกร
วันนี้ (25 ม.ค. 69) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และคณะ ลงพื้นที่ไปยังหอประชุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก สร้างเครือข่ายตามความร่วมมือในพื้นที่สาขาจังหวัดเชียงใหม่ ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจัดขึ้นเพื่อให้เกษตรกรเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในแนวทางการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในด้านต่างๆ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และมีส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ตลอดจนพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 25 อำเภอ มาร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินงานของโครงการเป็นจำนวนมาก
โอกาสนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลพี่น้องเกษตรกรที่มีหนี้สินอยู่ในขั้นวิกฤต แต่อย่างไรก็ตามตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการฟื้นฟูช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน ซึ่งในอนาคตได้เล็งปรับแผนการช่วยเหลือเกษตรกรใหม่โดยการจัดตั้งสหกรณ์กลางขึ้น เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้กับสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้เกษตรกรสามารถชำระหนี้ได้ตามความเหมาะสมและเป็นธรรม สร้างความแข็งแรงและยั่งยืนให้เกษตรกรไทย
ปัจจุบันสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแล้ว จำนวนกว่า 5,338,897 ราย โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรได้ จำนวน 36,755 ราย สามารถรักษาที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรสมาชิก 197,840 ราย และโอนคืนโฉนดให้กับเกษตรกรที่ปิดบัญชีแล้ว จำนวน 12,616 ราย นอกจากนี้ในด้านการฟื้นฟูอาชีพ ได้อนุมัติโครงการฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกร กว่า 13,271 โครงการ ส่งผลให้มีเกษตรกรได้รับผลประโยชน์สามารถนำไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพในอนาคตได้ต่อไป

Raya Heritage Wedding & Event Showcase 2026 โรงแรมรายาเฮอริเทจจัดงาน Wedding & Event Showcase 2026

เพื่อต้อนรับคู่บ่าวสาว และทุกท่านที่กําลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานในบรรยากาศอบอุ่นประทับใจ ตลอดจนการจัดเลี้ยงหรือจัดประชุมอย่างมีสไตล์ โดยภายในงานมีการจัดแสดงรูปแบบงานแต่งงานทั้งแบบตะวันตก, พิธีไทย, การจัดโต๊ะอาหาร, เค้กแต่งงาน

รวมไปถึงพื่นที่ในบริเวณโรงแรมที่เหมาะสําหรับจัดประชุม และจัดเลียง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงชุดเจ้าสาวจากแบรนด์ TuTTi, งานเครื่องหอม GANDAGANDA, งานศิลปะดอกไม้นํ้าตาลปั้นจาก Jaigaya Studio และร่วมถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานกับ Photo Booth จาก NK Space

เรียนเชิญทุกท่านร่วมชมงานและพบกับโปรโมชั่นแพ็คเกจงานแต่งงาน และการจัดเลี้ยงราคาพิเศษทีออกแบบมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น

Raya heritage Wedding & Event Showcase 2026
วันเสาร์ที่ 21 และวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 11:00-18:00 น. (เพียง 2 วันเท่านั้น)

ชมรายละเอียดเพิ่มเติ่ม และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่
Information: https://www.rayaheritage.com/en/weddings.php
Registration: https://shorturl.at/UlGGA
Specialist: +66 (0) 95 145 1013 or narumol.r@prh.premier.co.th

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ร่วมขับเคลื่อนนโยบายจังหวัด พ่นละอองน้ำลดฝุ่นควัน เสริมคุณภาพอากาศช่วงวิกฤต PM 2.5

วันที่ 23 มกราคม 2569 สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยองค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) ดำเนินมาตรการพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสอดคล้องกับนโยบายและแผนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างเป็นรูปธรรมที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นางสาวฐิติรัตน์ ต๊ะวันวงค์ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารไนท์ซาฟารี ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การบริหารไนท์ซาฟารี ระบุว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยรวม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางของจังหวัดในการลดผลกระทบจากฝุ่นควันอย่างเป็นรูปธรรม และจะยังคงติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
การพ่นละอองน้ำของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ดำเนินการในจุดสำคัญ อาทิ เส้นทางสัญจร พื้นที่กิจกรรม และพื้นที่สีเขียว โดยใช้ระบบหัวพ่นน้ำแรงดันสูง กระจายน้ำเป็นละอองละเอียด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นควัน เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์ บุคลากร และนักท่องเที่ยว อีกทั้งจังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน และ PM 2.5 อย่างจริงจัง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งการดำเนินการพ่นละอองน้ำลดฝุ่นควันของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ถือเป็นการดูแลคุณภาพอากาศ และช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารียังร่วมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นควัน การงดการเผาในที่โล่ง และการดูแลรักษาพื้นที่สีเขียว เพื่อร่วมกันสร้างคุณภาพอากาศที่ดีและยั่งยืนให้กับจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป