Merz Aesthetics ขยายองค์ความรู้เชิงการแพทย์และธุรกิจสู่ภูมิภาค จัดงาน Merz Aesthetics Injectables Roadshow ยกระดับศักยภาพคลินิกความงามไทยสู่มาตรฐานสากล

Merz Aesthetics บริษัทชั้นนำระดับโลก ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่อง Ultherapy® และเวชภัณฑ์ฉีดสำหรับคลินิกเสริมความงามที่ได้รับการยอมรับ ในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ จัดงานสัมมนาวิชาการระดับ Flagship : Merz Aesthetics Injectables Roadshow ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ และต่อยอดสู่หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่เพื่อสนับสนุนแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกความงามในการยกระดับองค์ความรู้ พัฒนาทักษะการรักษา และเสริมศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

“ปีนี้เป็นปีแรกที่ Merz Aesthetics ขยายเวทีระดับ Flagship สู่ภูมิภาค เพื่อสร้างโอกาสให้แพทย์ และคลินิกพาร์ตเนอร์ได้อัปเดตนวัตกรรมเวชศาสตร์ความงาม เรียนรู้โปรแกรมการรักษา เทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย และเข้าใจเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในธุรกิจความงาม”

ความโดดเด่นของงานสัมมนาปีนี้อยู่ที่การ ถอดรหัส DNA ของยาฉีดของเมิร์ซ ผ่าน 3-2-1 success code ซึ่งสรุปหัวใจสำคัญหลักดังนี้

● Decode 3 – Merz Aesthetics มีผลิตภัณฑ์ยาฉีดระดับโลก 3 แบรนด์หลัก Xeomin (ซีโอมิน) Belotero (เบโลเทโร) Radiesse (เรเดียสซ์)
● Decode 2 – ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์และผู้ป่วยทั่วโลกมายาวนานกว่า 20 ปี
● Decode 1 – มีความมุ่งมั่นในการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกตัว ภายใต้แนวคิด ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง” (Safety First)”

เนื้อหาในงานจะครอบคลุมการให้ความรู้ถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ฉีดแต่ละตัว เปิดตัวโปรแกรม การรักษาใหม่ เทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย รวมทั้งแบ่งปันประสบการณ์การรักษาจริง จากทีม Merz Aesthetics KOL และ Injector Gang

งาน Merz Aesthetics Injectables Roadshow ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับแพทย์และ ผู้ประกอบการคลินิกความงามในการอัปเดตองค์ความรู้เวชศาสตร์ความงามที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทรนด์ ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ จากผู้เชี่ยวชาญ ภายในงานยังมีการแบ่งปันมุมมองและกลยุทธ์การบริหารธุรกิจ ความงามแบบที่นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ช่วยให้คลินิกสามารถพัฒนาบริการให้สอดคล้อง และทันสมัยตอบโจทย์ ผู้เข้ารับบริการได้ดียิ่งขึ้น สร้างความแตกต่าง เพิ่มความเชื่อมั่น และต่อยอดการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมความงามที่เข้มข้นในปัจจุบัน

Merz Aesthetics ขอเชิญแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกความงามในพื้นที่ ภาคเหนือ และภาคกลาง (พิษณุโลก, ลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง) มาร่วมถอดรหัส ปลดล็อกองค์ความรู้เชิงการแพทย์ พร้อมยกระดับ ศักยภาพการให้บริการและการบริหารคลินิกไปพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Merz Aesthetics สัมผัสแนวคิดและ มุมมองใหม่ในการออกแบบผลลัพธ์การรักษาที่ ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์คนไข้เฉพาะบุคคล โดยสามารถเข้าร่วมได้ทั้งรูปแบบ Online และ Onsite เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น

ขอเรียนเชิญแพทย์และผู้ประกอบการคลินิกความงามที่สนใจร่วมเข้าร่วม Merz Aesthetics Injectables Roadshow ตามรายละเอียดดังนี้

● Onsite : จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00-13.00 น.
ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่
สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/YHBgKjYY3nwwM7WV7
● Online: รับชมผ่านระบบ Zoom โดยถ่ายทอดสด ในวัน-เวลา เดียวกันกับ Onsite เท่านั้น
สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/ZJxoXDggsHkAzcff6

Merz Aesthetics “ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการความงาม
Safety First, Confidence Always”

 

 

 

 

 

BAM จับมือ ORN เดินหน้ากลยุทธ์ NPA Partnership เสริมแกร่งธุรกิจ หมุนเร็วแบ่งกำไร ขยายฐานลูกค้าภาคเหนือ

บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ผนึกกำลัง บริษัท อรสิริน กรุ๊ป จำกัด (ORN) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในภาคเหนือ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) เพื่อพัฒนาและบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมต่อยอดสู่การสร้างโอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย              อย่างยั่งยืน

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM  เปิดเผยว่า BAM ในฐานะผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิด “พลิกทรัพย์ร้าง เป็นทรัพย์สร้างคุณค่าโดยใช้กลยุทธ์สำคัญคือ “NPA Partnership” ซึ่งมุ่งเน้นการผนึกกำลังระหว่าง BAM กับพันธมิตรจากหลายภาคส่วน ทั้งจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน เพื่อร่วมกันพัฒนาทรัพย์ที่มีศักยภาพให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินที่ถือครอง ตลอดจนเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อและที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น นอกจากการสร้างผลตอบแทน ที่ยั่งยืนให้กับองค์กรแล้ว BAM ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ โดย BAM ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างเจ้าของทุน ผู้พัฒนาโครงการ และผู้บริโภค เพื่อให้การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดคุณค่าร่วมในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า บริษัท อรสิริน กรุ๊ป จำกัด (ORN) คือหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในภาคเหนือ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ในเขตภูมิภาค และต่อยอดทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุดการผนึกกำลังกันถือเป็นก้าวสำคัญของ BAM ในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจและความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง BAM จะนำเสนอทรัพย์สินรอการขายให้กับพันธมิตร ORN เพื่อร่วมกันปรับปรุง พัฒนา และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ทั้งในด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย

ปัจจุบัน BAM มีทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ภายใต้การบริหารกว่า 28,000 รายการ มูลค่าราคาประเมินรวมกว่า 78,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้ง ที่ดินเปล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ และห้องชุดพักอาศัย สำหรับความร่วมมือในเบื้องต้น ORN ให้ความสนใจทรัพย์ประเภท บ้านเดี่ยว และห้องชุดพักอาศัยซึ่ง BAM มีทรัพย์ในเขตภาคเหนือ

จำนวน 2,689 รายการ มูลค่าราคาประเมินกว่า 9,600 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 1,161 รายการ มูลค่าราคาประเมินประมาณ3,389 ล้านบาท และห้องชุดพักอาศัย 46 รายการ มูลค่าราคาประเมินประมาณ 73 ล้านบาท  

นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN กล่าวว่า ในฐานะผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภาคเหนือ และ จังหวัดเชียงใหม่ มายาวนานกว่า 19 ปี  มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายหลากหลาย ได้แก่ บ้าน คอนโด ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ รวม 36 โครงการ บริษัทพร้อมต่อยอดโมเดลธุรกิจให้ครบวงจร เสริมสร้างศักยภาพการเติบโตของ ORN การผนึกกำลังกับ BAM ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในการบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ จะเป็นก้าวสำคัญที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ในหลายมิติ โดยเฉพาะการขยายพอร์ตธุรกิจสู่ ตลาดบ้านมือสองในภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เปิดเผยว่า  สำหรับความร่วมมือระหว่าง บริษัท อรสิริน กรุ๊ป จำกัด บริษัทย่อย ในครั้งนี้  อรสิริน เป็นผู้เลือกประเภททรัพย์ NPA มาปรับปรุง ฟื้นฟู พร้อมอยู่ โดย บริษัท เอเวอร์ไรซ์ เรียลเอสเตท จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงและฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ ที่มีประสบการณ์ยาวนาน เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์หลักในการรีโนเวท และขายอย่างครบวงจร เน้นดีไซน์และฟังก์ชัน กำหนดระดับราคาขายที่เหมาะสม วางกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าเป้าหมายเน้นกลุ่ม ชาวต่างชาติ 70% ชาวไทย 30% เพื่อรองรับความต้องการของตลาดบ้านมืองสองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยวางแผนลงทุนและพัฒนาทรัพย์ ช่วงแรกในปี 2569 มูลค่าทรัพย์ที่จะขายรวมบ้านเดี่ยว อาคารชุด ทั้งหมดประมาณ 30-50 ล้านบาท  ระดับราคาขายตั้งแต่ 2-20 ล้านบาท โดยใช้เวลาในการรีโนเวทประมาณ 3-6 เดือน

ด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ชัดเจนของ ORN ประกอบกับความแข็งแกร่งของ BAM และความเชี่ยวชาญด้านการรีโนเวทที่มีเอกลักษณ์ของ เอเวอร์ไรซ์ เรียลเอสเตท จำกัด ถือเป็นการร่วมมือที่มีศักยภาพและครบวงจร ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ และความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งเปิดมิติใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน

 

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประสาน ปภ. กสทช. รับมือพายุ “คัลแมกี” พร้อมทีมเครือข่ายเฝ้าระวังพื้นที่ 66จังหวัดเสี่ยงรับมือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ประสานความร่วมมือกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมรับมือพายุ “คัลแมกี (KALMAEGI)” ที่คาดการณ์อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 7–9พฤศจิกายน 2568 โดยทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมสนับสนุนการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast Service (CBS) และ SMS ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับข้อมูลอย่างทันท่วงที โดย ปภ. เป็นหน่วยงานภาครัฐดูแลการออกประกาศเตือนภัยและกำหนดรูปแบบข้อความอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเตรียมประสานงาน กสทช. อย่างใกล้ชิดกรณีเกิดอุทกภัย เผยทีมเน็ตเวิร์กทรูนำรถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ COW เตรียมพร้อมจุดสำคัญต่างๆ และตรวจสอบสถานีฐานเพื่อรองรับหากเกิดเหตุตามแผนฉุกเฉิน

พร้อมกันนี้ ทีมเน็ตเวิร์กทรูได้เตรียมความพร้อมสูงสุดใน 66 จังหวัดเสี่ยงภัยทั่วประเทศ จากข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อ 6 พ.ย. 2568 โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีฐาน และเตรียมติดตั้งอุปกรณ์สำรองเพื่อให้บริการสื่อสารไม่สะดุดหากเกิดเหตุฉุกเฉินจากพายุ “คัลแมกี”

  • ภาคเหนือ 17 จังหวัด อาทิ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เป็นต้น
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด อาทิ  เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี เป็นต้น
  • ภาคกลางและตะวันออก 23 จังหวัด อาทิ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี เป็นต้น
  • ภาคใต้ 5 จังหวัด อาทิ พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
  • กรุงเทพมหานคร

มาตรการเร่งด่วนของทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อรองรับสถานการณ์พายุ “คัลแมกี”

  1. จัดเตรียมเครื่องปั่นไฟ น้ำมันสำรอง และแบตเตอรี่สำรองสำหรับสถานีฐานกรณีไฟฟ้าถูกตัดจากน้ำท่วม
  2. จัดเตรียมรถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell on Wheels: COW) เพื่อเสริมสัญญาณในจุดวิกฤต
  3. เตรียมยานพาหนะ 4WD และเรือท้องแบนสำหรับเข้าพื้นที่ประสบภัย
  4. จัดทีมซ่อมบำรุงฉุกเฉินและอุปกรณ์สำรองเพื่อให้ระบบสื่อสารทำงานต่อเนื่อง
  5. ประสานงานกับหน่วยงานรัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
  6. BNIC – ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ พร้อมระบบ AI Network Monitoring ดูแลและบริหารเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมในการดูแลระบบสื่อสารทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารและรับข่าวสารสำคัญได้แม้ในยามวิกฤต ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าทำงานร่วมกับ กสทช. และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกสถานการณ์

มหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 20 ภายใต้แนวคิด “Resilient Wealth การสร้างความมั่งคั่งทางการเงินแบบยืดหยุ่นเพื่อความยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง  นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม และแขกผู้มีเกียรติร่วมกันเปิดงานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO ที่เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 20 MONEY EXPO 2025 CHIANGMAI ที่วารสารการเงินธนาคาร จัดขึ้นวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด“Resilient Wealth การสร้างความมั่งคั่งทางการเงินแบบยืดหยุ่นเพื่อความยั่งยืน” เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ผู้เข้าชมงานสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและการลงทุนครบวงจรในที่เดียว ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อธุรกิจ SME เงินฝากทุกประเภท กองทุนรวม รวมถึงประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันภัย พร้อมรับข้อเสนอพิเศษจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ อาทิ สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก (เฉลี่ย 3 ปี 2.85% ต่อปี) เงินฝากปลอดภาษี 48 เดือน ดอกเบี้ย 2% ต่อปี สินเชื่อธุรกิจ SME ดอกเบี้ย 2.99% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก ทรัพย์ NPA ลดสูงสุด 70% ซื้อประกันในงาน ผ่อน 0% นาน 6 เดือน ลุ้นรับ iPhone16 Pro Max / Samsung Galaxy S25 (เมื่อชำระเบี้ยตามเงื่อนไขของบริษัท) สินเชื่อรถ ดอกเบี้ย 2.89% ต่อปี ตรวจข้อมูลเครดิต ฟรี! โดย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ NCB ในงาน #กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

 

มาดามหยก นำทีม Change Together & Indy แต่งชุดไทย ร่วมขบวนกระทง (ยี่เป็ง) เชียงใหม่

ประเพณีลอยกระทงมีมานานตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ประมาณ พ.ศ. 1800 นางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงมีพระราชโองการให้จัดพิธีลอยกระทงเป็นประจำทุกปี ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 พระราชพิธีนี้จึงได้ถือปฏิบัติกันมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ฯลฯ

กชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) ประธานชมรม Change Together & Indy Team  byมาดามหยก ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนั่งรถขบวนหมายเลข 9  พร้อมดึงคุณไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา และเก้า นพเก้า เดชาพัฒนคุณ พระเอกชื่อดังสังกัดช่อง 3 และชมรม Change Together & Indy Team byมาดามหยก สร้างสีสันตลอดเส้นทาง ซึ่งขบวนมาดามหยกเป็นขบวนจิตอาสา หลอมรวมผู้คนจากทุกเพศทุกวัย หลากหลายอาชีพทั่วประเทศ ที่มีหัวใจเดียวกัน ขบวนนี้น้อมเทิดถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา และพระปรีชาสามารถ ด้านศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรมไทย ทรงเป็นแบบอย่างความงดงามในการสื่อสานผ้าไทย ให้ปรากฏแก่สายตานานาชาติ ได้เห็นถึงอัตลักษณ์ความอ่อนช้อย วิจิตรงดงาม ทรงคุณค่า ของชนชาติไทย

โดยแรงบันดาลใจ เกิดจากด้วยแรงศรัทธา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ชมรม Change Together & Indy Team byมาดามหยก ขอน้อมนำแนวทางพระราชดำริ และแนวทางพระราชปณิธาน ที่จะเป็นแรงบันดาลใจ ในการสืบสานรักษาและต่อยอดคุณค่า ทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ให้รุ่งเรืองคู่กับแผ่นดินสยาม ตราบนานเท่านาน

“ บ้านของแม่ ”(Barn Khong Mae ) บ้านพักสไตล์โมเดิร์น แหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรและสถานที่พักผ่อนสำหรับทุกครอบครัว

เปิดอย่างเป็นทางการบริษัท บ้านของแม่ จำกัด ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการ “บ้านของแม่” (Barn Khong Mae )ให้เป็นโครงการศูนย์การเรียนรู้ครบวงจร ซึ่งผสานเอาการพักผ่อนแบบ บ้านพักต่างอากาศ ที่อบอุ่น เข้ากับการเรียนรู้ด้าน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร อย่างยั่งยืน โดยภายในพื้นที่มีทั้ง แปลงผักเพาะปลูก สัตว์เลี้ยง ร้านอาหารและกาแฟ รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับครอบครัวและเด็ก

โครงการบ้านของแม่แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นพื้นที่แห่งความสุข ที่ให้ผู้คนได้สัมผัสชีวิตเกษตรกรรมอย่างใกล้ชิด ได้พักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ และส่งเสริมสายสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวผ่านกิจกรรมที่สนุกและได้ความรู้

คุณหนิง จิตตรา ปัญญชัย ผู้ที่ก่อตั้ง โครงการบ้านของแม่  อยากให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เชิง เกษตรและสถานที่พักผ่อนสำหรับทุก ครอบครัว เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมสนุก ๆ เช่น การปลูกผัก สัตว์ และทำอาหารพื้นบ้านร่วมกัน และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชน มีพื้นที่ให้ชุมชนได้จำหน่ายสินค้า

“บ้านของแม่ ” บ้านพักสไตล์โมเดิร์น โดยมีห้องพัก 11 ห้อง แบ่งเป็น 2 แบ่ง 1. ห้องเตียงเดี่ยว  5 ห้อง 2.ห้องเตียงคู่  6 ห้อง ภายในโครงการฯ ประกอบไปด้วย ห้องครัว ห้องรับแขก ห้องคาราโอเกะ จุดชมวิวน้ำตก และดาดฟ้าดูดาว อีกด้วย

เพราะ “บ้านของแม่” ไม่ใช่แค่สถานที่… แต่คือความรู้สึกของการได้กลับบ้าน กลับไปสู่ความเรียบง่าย อบอุ่น และเต็มไป ด้วยความรัก

“ บ้านของแม่” ตั้งอยู่ตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร 092 3147229

 

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ปรับเวลาให้บริการช่วงยี่เป็ง เพิ่มมาตรการเข้มป้องกันโคมลอย พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลยี่เป็งหรือวันลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ปรับเวลาทำการบิน โดยเที่ยวบินสุดท้ายจะทำการบินได้ถึงเวลา 19.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่า วันละ 32,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติร้อยละ 17 ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและแนะนำการใช้ระบบ Self-Service อาทิ เครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS), ระบบรับฝากสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD/SBD) และระบบตรวจสอบบุคคลด้วยใบหน้า (Biometric System) เพื่อช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่า มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงรวม 161 เที่ยวบิน โดยเป็นเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 41 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบิน) และเที่ยวบินเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 64 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 32 เที่ยวบิน) พร้อมกันนี้ ยังมีการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอีก 44 เที่ยวบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับหลังเทศกาล
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจทางวิ่งและทางขับจากวันละ 6 รอบ เป็น 8 รอบต่อวัน เพื่อเก็บซากโคมที่อาจปลิวเข้ามาในเขตการบิน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการปล่อยโคมลอยและโคมควันอย่างใกล้ชิด พร้อมสามารถเข้าดำเนินการเก็บซากได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งจากหอบังคับการบินหรือนักบิน อีกทั้งยังร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยสุ่มตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานในเขตการบิน เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดตกแต่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 1–7 พฤศจิกายน 2568 ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตการทำกระทงจากดอกบัว และแจกกระทงกะลาเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามแนวทางพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านความพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

นายการันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลยี่เป็ง สายการบินทุกสายได้ปรับตารางบินให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 19.00 น. ส่งผลให้มีเที่ยวบินหนาแน่นตลอดทั้งวัน อีกทั้งกิจกรรมยี่เป็งในตัวเมืองเชียงใหม่อาจทำให้การจราจรรอบสนามบินหนาแน่น จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน

“อภิสิทธิ์” ขึ้นเหนือพบปะสาขาพรรคปชป.เชียงใหม่- ลำพูน พร้อมเร่งฟื้นฟู สร้างความแข็งแรงพรรรค ก่อนศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาร่วมถวายผ้าพระกฐินประทานจากสมเด็จพระสังฆราชฯ ทอดถวาย ณ วัดชัยชนะ ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน และได้ถวายโคมเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในเทศกาลโคมแสนดวง ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร และสักการะพระนางจามเทวี ที่ ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี จ.ลำพูน โดยมี นายวิชิต กลิ่นทอง ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเชียงใหม่ และกรรมการสรรหาผู้สมัคร พร้อมด้วยกรรมการสาขา จ.เชียงใหม่ ร่วมกันให้การต้อนรับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แม้ว่ากกต.ยังไม่ได้รับรองกรรมการบริหารชุดใหม่ เบื้องต้นคือการเปิดกว้างเชิญผู้รู้มาให้ข้อคิดและกระบวนการนี้ก็ยังจะเดินต่อไปอีกระยะหนึ่ง  สัปดาห์หน้าก็จะมีการจัดเวทีในเรื่องของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และดิจิตอลแพลตฟอร์มทั้งหลาย ซึ่งคิดว่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่จะเป็นการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต แล้วก็สร้างโอกาสให้กับคนอีกจำนวนมาก

นอกจากนั้นก็มีเรื่องของผู้สมัคร เนื่องจากที่ตนเคยบอกไว้แล้วว่า ปัจจุบันก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งก็มีส.ส.หลายคนบอกว่าอาจจะไม่ได้อยู่พรรคประชาธิปัตย์เนื่องจากไปเจรจาตกลงอะไรกันไว้ล่วงหน้ เพราะฉะนั้นการเร่งหาผู้สมัครก็เป็นเรื่องสำคัญซึ่งก็น่ายินดีว่าก็มีคนแสดงความจำนงเข้ามาพอสมควร วันนี้มาภาคเหนือก็พบกับกรรมการบริหารสาขาทุกคนก็กำลังใจดี สัปดาห์หน้าคงจะมีการพูดถึงเรื่องของการเชิญชวนให้คนที่อยากจะมาร่วมงานการเมืองตามอุดมการณ์ของเราแบบเปิดกว้าง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะเปิดกว้างให้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันเข้ามาร่วม เป็นการวางรากฐานในระยะยาวสำหรับพรรคด้วย ไม่ได้คิดถึงแค่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นครั้งต่อไป เพราะว่าต้องฟื้นฟูพรรคให้กลับมามีความแข็งแรงในเรื่องของจุดยืนที่ชัดเจนให้ประชาชนเข้าใจ แล้วก็ขณะนี้ก็คือคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้ามาสานต่อเยอะ เราทำงานไม่ได้ทำแค่เฉพาะหน้า แต่ทำเพื่อให้ให้พรรคได้อยู่คู่กับการเมืองไทยต่อไป

“สำหรับความคาดหวังจำนวนที่นั่งส.ส.ยังเร็วเกินไปที่จะตอบ และไม่ว่าจะภาคไหนเป็นฐานของใคร เรามีความตั้งใจทำงานให้กับคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ที่ผ่านมาในอดีตผมอยู่การเมือง มาอยู่กับประชาธิปัตย์ไปทุกจังหวัดก็มีคนที่สนับสนุนเรา มีคนที่มีความคิดความอ่านเหมือนกับพวกเรา เพียงแต่ว่าต้องไปกระตุ้นในบางพื้นที่ แล้วก็ในช่วงที่ผ่านมาเนี่ยก็อาจจะมีประเด็นที่พรรคการเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในรอบหลายปีที่ผ่านมาก็อาจจะทำให้มีการตัดเสียงออกไปในหลายพรรค”นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า

เราก็ต้องการที่จะต่อสู้และส่งผู้สมัครแข่งขันทุกจังหวัด แต่ว่าเรายอมรับความเป็นจริงว่าด้วยสถานการณ์ในขณะนี้แล้ว ก็เวลาที่จำกัดมาก ก็ต้องทำงานกันหนัก แต่ว่าจะเป็นอย่างไรเนี่ยอาจจะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินคงต้องรอดูบรรยากาศเมื่อเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้งอีกที และต้องสื่อสารให้ประชาชนรู้ว่า ถ้าบ้านเมืองไม่เดินไปบนเส้นทางของการมีหลักการและความสุจริต ไม่มีนโยบายในการบริหารประเทศที่อิงอยู่กับความเป็นมืออาชีพหรือหลักทางวิชาการ ถ้าบ้านเมืองไม่พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก เศรษฐกิจไทยประเทศไทยก็จะลำบากมาก แต่ถ้าต้องการคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของคนที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินทางไปในเส้นทางที่สุจริต เศรษฐกิจเติบโต ต้องการทำงานแบบมืออาชีพเพื่อสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งหมายถึงการมีบทบาทในระหว่างประเทศด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เนื่องจากขณะนี้ยังมีอีก 4 จังหวัดที่ยังไม่มีตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมเพื่อแต่งตั้งตัวแทนจังหวัด มีผู้แสดงเจตจำนงจะลงสมัครก็มีทั้งคนเก่าและคนรุ่นใหม่ น่าจะประกาศได้สัปดาห์หน้ เพราะตอนนี้กกต.ยังไม่ได้รับรองกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  และจะพยายามส่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งให้ครบ

ได้เวลาแล้ว เพ็ทมาร์ทแฟร์ครั้งที่ 7 ระหว่าง 30 ตุลา – 2 พฤศจิกานี้ ที่ เชียงใหม่ฮอล์ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม2568 คุณพิมพ์ลดา  ยิ่งเจริญธีรโชติกรรมการบริษัท เพ็ทมาร์ท เชียงใหม่ เอ๊กซ์ตร้าพลัส จำกัด จัดงานเพ็ทมาร์ทแฟร์ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 30 ตุลา – 2 พฤศจิกานี้ ที่ เชียงใหม่ฮอล์ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

พบกับสินค้าแบรนด์ดัง ลดหนัก โปรแรง  ของแถมเพียบบบบบ  พร้อมตรวจสุขภาพ หู ตา และ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า น้องๆ ฟรี  และในวันที่ 30 ตุลา พบ ดัง ณัฐฐชัย วันที่ 1 พ.ย พบ หยิ่น -วอร์ และ 2 พ.ย พบ เพิรธิ์ และ แซนต้า

โดยพิเศษ รางวัลใหญ่เตรียมชุดลายดอกทานตะวันให้พร้อม  เพราะงานนี้ถ้าใครแต่งตัวเข้า Theme งาน แอบกระซิบว่าพวกเรามีของแจกให้จุกๆเล้ยยย แถมมีลุ้นรางวัลใหญ่อีกด้วย

ศูนย์การค้าเมญ่าฯ เตรียมความพร้อม “ซ้อมดับเพลิง-อพยพหนีไฟ” ประจำปี 2568

ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จัดอบรมดับเพลิงขั้นต้น และซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปี 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าฯ ในการดูแลความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีนายธณวัฒน์ ญาณเรืองโรจน์ และทีมงาน วิทยากรพิเศษ จากศูนย์ฝึกอบรมการดับเพลิง หจก.นานา เซฟตี้ เซ็นเตอร์ พร้อมด้วยนายปิยะพงษ์ ชัยนำ วิทยากรพิเศษ หลักสูตรการอบรมภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก มาอบรมให้ความรู้ นอกจากนี้ยังมีนายศรายุทธ ทองร่มโพธิ์ ผู้บริหารศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ เป็นผู้อำนวยการควบคุมการดับเพลิง พร้อมทั้งเทศบาลช้างเผือก, เจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าฯ และพนักงานร้านค้า เข้าร่วมการฝึกซ้อมในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้า เมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์

การฝึกซ้อมดังกล่าวเป็นการฝึกซ้อมแบบเสมือนจริงภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ โดยสร้างสถานการณ์จำลองเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ณ บริเวณชั้น 2 ของศูนย์การค้าฯ เจ้าหน้าที่ได้เข้าระงับเหตุในรูปแบบต่างๆ พร้อมทำการอพยพผู้คนออกนอกศูนย์การค้าฯ อย่างมีแบบแผน ทั้งนี้การฝึกซ้อมดังกล่าวได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งหวังให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน และร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในด้านระบบความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกท่าน