เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 พลอากาศเอกมนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) พร้อมด้วยนายศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาเศรษฐกิจการบิน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการตรวจประเมินด้านการรักษาความปลอดภัย จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ภายใต้โครงการ Universal Security Audit Programme – Continuous Monitoring Approach (USAP-CMA) ซึ่งมีกำหนดในช่วงปลายปีนี้ โดยมีนายวิสูตร คำยอด รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ (สายปฏิบัติการและบำรุงรักษา) พร้อมผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ ผู้แทนฝ่ายมาตรฐานและควบคุมคุณภาพการรักษาความปลอดภัยกิจการการบิน ทอท. ผู้แทนสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของ CAAT
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ถือเป็นท่าอากาศยานสำคัญของประเทศไทย ที่มีบทบาทรองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ ด้วยเที่ยวบินตรงสู่กว่า 30 จุดหมายปลายทางใน 12 ประเทศ มีเที่ยวบินเฉลี่ย 180 เที่ยวต่อวัน และมีผู้โดยสารกว่า 25,000 คนต่อวัน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามมาตรฐาน ICAO และ CAAT อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เพื่อยกระดับความพร้อมในการตรวจประเมิน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ร่วมมือกับสายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และหน่วยงานต่าง ๆ เร่งดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และกระบวนการบางส่วนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการให้บริการในระยะสั้น ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงเตรียมมาตรการรองรับและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อผู้โดยสาร การตรวจประเมินจาก ICAO ในครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการรักษาความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย และจะส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์และสถานะของประเทศในอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ





พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย ภายใต้แนวคิด “Garden in the Rain ” อาทิ
พิเศษ..เที่ยวคุ้มรับกรีนซีซั่นกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ
ชวนครอบครัว คนที่คุณรัก และเพื่อนรู้ใจ มาสัมผัสความสดชื่นของธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางสวนสวยพร้อมเปิดโลกเรียนรู้เรื่องราวของพรรณไม้และการดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน มาร่วมเก็บเกี่ยวความทรงจำสุดพิเศษในฤดูฝนนี้ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ เปิดให้ชมสวนทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติม 053-114110-2


เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา จ.เชียงใหม่ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “คู่แท้ต่อชีวิต” และงานเสวนา “การรักษามะเร็งโลหิตด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” โดยมี มูลนิธิสวนดอก โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ทําหน้าที่เป็นกลไกลสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาด้านการแพทย์ ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งเป็นภารกิจที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อสังคม โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน เข้าร่วมเปิดงาน
สำหรับงาน “คู่แท้ต่อชีวิต” เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเลือด พร้อมทั้งได้รับฟังการเสวนาให้ความรู้หัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ การรักษามะเร็งโลหิต ด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ,การแบ่งปันประสบการณ์อันล้ำค่า ของผู้ต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยโรคเลือด ,สเต็มเซล์กับชีวิตที่เกิดใหม่ นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมชมนิทรรศการ ,ดนตรี และเล่นเกมศ์ชิงรางวัล อีกด้วย
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สเต็มเซลล์ คือ ความหวังของผู้ป่วยโรคร้ายแรง โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งหลายกรณีจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่มีรหัสพันธุกรรมเข้ากันได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญที่จะทำให้ผู้บริจาคสามารถ “ให้ชีวิตใหม่” กับผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ผู้ป่วยจะพบผู้บริจาคที่เข้ากันได้มีเพียง 1 ในหลายหมื่นคน ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้และผลักดันให้ประชาชนเข้าร่วมเป็น “ผู้บริจาคสเต็มเซลล์” จึงเป็นภารกิจสําคัญที่เราทุกคนต้องช่วยกัน
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ “การให้ชีวิต” ด้วยการบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเลือดให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยภายในงานได้เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมบริจาคโลหิต จากภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 เซียงใหม่ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในพื้นที่ชายแดน อีกด้วย






เซ็นทรัล เชียงใหม่ ขอพาย้อนวันวานไปกับ “ตลาดน้ำวันวาน ปีที่ 2” พร้อมดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์ของท่าเรือย้อนยุคของภาคเหนือ ให้มาร่วมรำลึกความหลัง เพลิดเพลินไปกับสารพัดเมนูอาหารและขนมหวานในความทรงจำ ความสนุกและเสียงเพลงพาหวนวันวานไปพร้อมๆกัน




บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการสนับสนุนโครงการ “สวนดอกรวมน้ำใจ” โดยร่วมส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทาน ภายใต้แบรนด์ “KC” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 สถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือยังไม่คลี่คลาย หลายชุมชนในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และอำเภอท่าวังผา ยังคงเผชิญกับความยากลำบาก ถนนหนทางบางสายถูกตัดขาด บ้านเรือนเสียหาย และหลายครัวเรือนขาดแคลนสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน
การช่วยเหลือครั้งนี้ถูกกระจายไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดังนี้

กิจกรรม สวพส. ร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันสืบสาน รักษา ต่อยอด สนองตามแนวพระราชดำริ น้อมนำแนวทาง ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรม Walk Rally ตามฐานเรียนรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ฐานการปลูกพรรณไม้” เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้ผืนป่า การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และการพังทลายของหน้าดิน การเพิ่มกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (ผูกกล้วยไม้กับต้นไม้) เพื่อการรักษาและสร้างความสมดุลทางธรรมชาติของพรรณไม้ “ฐานการทำฝายชะลอน้ำ” โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ (ไม้ไผ่ ก้อนหิน ดิน ทราย) เพื่อช่วยชะลอการไหลของน้ำ และสร้างความชุ่มชื้นในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง “ฐานการทำปุ๋ยหมักธรรมชาติ/อินทรีย์” ซึ่งได้นำเศษใบไม้และเศษวัชพืชในพื้นที่มาทำปุ๋ยหมักอินทรีย์โดยใช้มูลวัวแห้งเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อช่วยลดปริมาณการกำจัดขยะและสร้างมูลค่าทางทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด “ฐานการทำไบโอชาร์ (Biochar)” การเรียนรู้วิธีขั้นตอน การเผาถ่าน (Biochar) โดยนำวัสดุไม้ฟืนที่เหลือใช้ในพื้นที่กลับมาใช้ในรูปแบบไบโอชาร์ เพื่อทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ “ฐานการลงเชื้อเห็ดในโคลนต้นไม้ในถุง” เรียนรู้ขั้นตอนการใส่เชื้อเห็ดในกล้าไม้ เพื่อการฟื้นฟูและสร้างความสมบูรณ์ทางชีวภาพและด้านอาหาร ณ ฐานเรียนรู้พื้นที่ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
และในช่วงเย็นได้มีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2568 โดยมี นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สวพส. เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน อีกทั้งได้ร่วมลงนามถวายพระพร เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร ต่อด้วยพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องราชพฤกษ์ อาคารนิทรรศการ1 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่
โดยการจัดกิจกรรมตลอดทั้งวันได้มีสถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่ สวพส. ชมรมคนฮักอุทยานหลวงราชพฤกษ์ รวมทั้งประชาชนชาวเชียงใหม่เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เป็นจำนวนมากเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย

ค่ำวันนี้ (28 ก.ค. 68) ที่ ห้องรวงผึ้ง 1 ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำข้าราชการ อัยการ ศาล ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดฯ เจ้านายฝ่ายเหนือ กงสุลประจำจังหวัดเชียงใหม่ และพสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568
โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวรถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้นำหน่วยงานต่างๆ ร่วมวางพานพุ่มทอง พุ่มเงิน พร้อมทั้งเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นนำผู้เข้าร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและกล่าวคำถวายราชดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร้องเพลงสดุดีจอมราชา และกล่าวทรงพระเจริญ 3 ครั้ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและร่วมแสดงความจงรักภักดี แด่พระองค์
นอกจากนี้ ยังได้มีการแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ จำนวน 1 ชุด ชื่อการแสดงรำถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ณ โรงแรม สมายล์ ล้านนา นำโดยนายไพศาล สุขเจริญ กรรมการผู้จัดการโรงแรมสมายล์ล้านนา เชียงใหม่ ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่านร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยโรงแรมสมายล์ล้านนาได้แจกอาหาร กว่า 1,800 ชาม พร้อมเครื่องดื่ม และของใช้ฟรีแจกผ้าขนหนูอีก 1,000 ผืนให้แก่ชุมชนย่านนี้ และประชาชน ชาวเชียงใหม่ตั้งแต่เวลา 11.00 – 14.00 น. ณ ลานหน้าโรงแรม สมายล์ ล้านนา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว






