“Share the Air – อากาศดีส่งต่อได้”

เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ม. เชียงใหม่ ใส่ใจคุณภาพอากาศภาคเหนือ เปิดแคมเปญ “Share the Air – อากาศดีส่งต่อได้” รับมือ PM 2.5 เชิงระบบ ครอบคลุม “ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ”

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพันธมิตร ตระหนักและใส่ใจปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ โดยผสานองค์ความรู้ด้านสุขภาพและงานวิจัย เดินหน้ารับมืออย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การยกระดับมาตรการดูแลคุณภาพอากาศในพื้นที่ดำเนินธุรกิจ ไปจนถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเปิดตัวแคมเปญระดับภูมิภาค “Share the Air – อากาศดีส่งต่อได้” เพื่อร่วมส่งต่ออากาศดีให้ชุมชนในภาคเหนือ โดยเริ่มดำเนินการในศูนย์การค้าเซ็นทรัลภาคเหนือ 4 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล เชียงใหม่, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, เชียงราย และ ลำปาง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2569

โดยแคมเปญนี้สะท้อนการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหา PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้และการประเมินผลเชิงวิชาการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว”

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความต่อเนื่องและขยายผลในวงกว้าง เซ็นทรัลพัฒนามี แผนพัฒนาสู่ “Creating Shared Value Regional Movement” โดยมุ่งยกระดับศูนย์การค้าในแต่ละภูมิภาค และเชื่อมโยงเครือข่ายในระบบนิเวศธุรกิจ ให้เป็นพื้นที่และแพตฟอร์มเชื่อมความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคเกษตร และองค์กรท้องถิ่น พร้อมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกิจกรรมและแคมเปญในระดับพื้นที่โดยมีเป้าหมาย คือ การยกระดับบทบาทของภาคธุรกิจจากผู้รับมือวิกฤตสู่แพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

 

คุณหยก ประกาศวางมือการเมือง ‼️ มุ่งงานจิตอาสาส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรมเต็มตัว

คุณหยก กชพร เวโรจน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวอิสระ ประกาศวางมือทางการเมือง หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจเลือกตั้ง2569 เผยสืบสานความตั้งใจงานด้านจิตอาสาที่ทำมาแล้ว กว่า 28 ปีอย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ช่วยเป็นที่ปรึกษาสนับสนุนโครงการและกิจกรรมต่างๆของ Indy team และดำรงตำแหน่งประธานชมรม Change Together ที่ช่วยเหลือกิจกรรมสังคม ส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรม รวมถึงจิตอาสาด้านต่างๆ

นอกจากนี้คุณหยก ยังเผยอีกว่าหลังจากวางมือทางการเมืองแล้ว จะสามารถทำงานด้านศิลปะวัฒนธรรมได้อย่างเต็มที่ โดยจะเข้ามาช่วยงานของสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูสมาคมดารารัศมีฯ ด้วยมุ่งหวังอนุรักษ์ศาสนาศิลปะวัฒนธรรมประเพณีล้านนา ส่งเสริมการทำงานของกลุ่มจิตอาสา อีกทั้งดูแลพันธกิจโรงพยาบาลค่ายดารารัศมี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมสูงสุด

เชียงใหม่ เปิดเวทีอาเซียนอี๋ก้วนเต้า ผนึกพลัง 10 ประเทศ หนุนความร่วมมือระดับภูมิภาคสู่สันติสุข

วันนี้ (18 มี.ค. 69) นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดและสัมมนาอาเซียนอี๋ก้วนเต้า (ASIAN TEN-Nation Summit & Forum) – Chiang Mai 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ โดยมี นายหวัง เฉียนเหริน ประธานอี๋ก้วนเต้าโลก เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมทั้งมีผู้นำอี๋ก้วนเต้าจากนานาชาติ และผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด ส่งเสริมความร่วมมือ และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันในหลากหลายมิติ
ในการนี้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้การต้อนรับและกล่าวให้โอวาทแก่ผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่นในฐานะเจ้าบ้าน โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมพลังความร่วมมือในระดับนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความสงบสุขและพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยในพิธีเปิดได้มีการอัญเชิญธงอาเซียน 10 ประเทศ เข้าสู่สถานที่จัดงานและการแสดงขับร้องประสานเสียง จากนั้นมีการเกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “วิสัยทัศน์และความร่วมมือในภูมิภาคอี๋ก้วนเต้าอาเซียน” และ หัวข้อ “การพัฒนาที่ยั่งยืน การสืบสานที่ยาวไกล” เพื่อจุดประกายมุมมองใหม่ ๆ ทั้งด้านวิสัยทัศน์ระดับภูมิภาค และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยตลอดทั้งวันจะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกิดขึ้นอย่างเข้มข้น ผ่านเวทีสัมมนาคู่ขนานถึง 4 เวที ทั้งด้านเยาวชน วัฒนธรรม การกุศล รวมไปถึงเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศได้ร่วมกันเสนอแนวคิด แบ่งปันประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง

นอกจากนี้ ยังมีการประกาศ “ปฏิญญาเชียงใหม่” ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อยืนยันพันธสัญญาร่วมกันในการสืบสานภารกิจอี๋ก้วนเต้าในระดับอาเซียนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนที่ประเทศไทยจะส่งต่อธงเจ้าภาพให้กับประเทศอินโดนีเซีย เตรียมสานต่อภารกิจในครั้งถัดไป

ม.แม่โจ้ หารือร่วม Chaoyang University of Technology ไต้หวัน เตรียมจัดตั้งศูนย์ “INTACT Base”

วันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีเงินยวง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีดา ศรีนฤวรรณ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้การต้อนรับ Dr. Wen-Goang Yang รองอธิการบดี พร้อมผู้บริหารจาก Chaoyang University of Technology ไต้หวัน ในโอกาสเยือนมหาวิทยาลัยแม่โจ้เพื่อหารือความก้าวหน้าในการจัดตั้งฐานปฏิบัติการ International Talent Circulation Base (INTACT Base) ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่
INTACT Base เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน (MOE) เพื่อเป็นหน่วยงานในการขับเคลื่อน โครงการ International Industrial Talents Education Special Program (INTENSE Program) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือพิเศษระหว่างกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน (MOE) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยชั้นนำในไต้หวัน เพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถจากนานาชาติให้ไปศึกษาต่อและสร้างโอกาสในการทำงานในไต้หวัน หลังจากสำเร็จการศึกษา

ทั้งนี้ มีผู้บริหารวิทยาลัยนานาชาติ,คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร และสำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมรวงผึ้ง ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย พร้อมนำเยี่ยมชมสถานที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้

ปิดเทอมนี้ชวนน้อง ๆ ร่วมกิจกรรมค่ายดาราศาสตร์ฤดูร้อน

ปิดเทอมนี้ชวนน้อง ๆ ร่วมกิจกรรมค่ายดาราศาสตร์ฤดูร้อน Astro Kids Summer Camp 2026 ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เชียงใหม่

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) (NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เชิญชวนน้อง ๆ เยาวชนอายุ 9-12 ปี เข้าร่วมกิจกรรมค่ายดาราศาสตร์ฤดูร้อน Astro Kids Summer Camp 2026 เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ดาราศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศสุดล้ำ แบบ One Day Trip วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 12:30 – 21:00 น. ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ รับจำนวนจำกัดเพียง 36 คนเท่านั้น เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 23 มีนาคม 2569

Astro Kids Summer Camp 2026 จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 เปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนระดับประถมศึกษาตอนปลาย อายุ 9 – 12 ปี ที่สนใจด้านดาราศาสตร์ และอวกาศ เข้าร่วมกิจกรรมแบบ One Day Trip ไป-กลับ ไม่ค้างคืน สำหรับค่ายในปีนี้ น้อง ๆ จะได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ ออกแบบเอเลียนจากต่างดาว เสริมจินตนาการและเรียนรู้แนวคิดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก เรียนรู้การดูดาว วัตถุท้องฟ้า และสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกผ่านการชมท้องฟ้าจำลองระบบฟูลโดมดิจิทัลรอบพิเศษ ชมวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากชนิด พร้อมเรียนรู้การดูดาวเบื้องต้น นอกจากนี้ น้อง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับ กล้องโทรทรรศน์แบบพกพาและเกียรติบัตรเป็นที่ระลึก

ไฮไลต์พิเศษของปีนี้ เตรียมพาน้อง ๆ บุกห้องควบคุมสถานีภาคพื้นดิน (Mission Ground Control Room) ศูนย์ปฏิบัติการติดต่อสื่อสารและติดตามตำแหน่งดาวเทียมแบบเรียลไทม์ พร้อมทดลองเรียนรู้บทบาท “นักควบคุมภารกิจอวกาศ” ต่อด้วยเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดสอบและประกอบดาวเทียม (Clean Room) พื้นที่ควบคุมความสะอาดสำหรับการประกอบและทดสอบดาวเทียม ที่ใช้จริงในการพัฒนาดาวเทียมวิจัยของไทย ชมชิ้นส่วนต้นแบบดาวเทียม และพบปะพูดคุยกับพี่ ๆ วิศวกรผู้พัฒนาดาวเทียมอย่างใกล้ชิด

น้อง ๆ จะเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมทางดาราศาสตร์ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดกระบวนการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และกระบวนการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) การแสดงความคิดเห็นร่วมกับผู้อื่น รวมถึงพลิกแพลงสถานการณ์หรือคิดแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สามารถนำไปต่อยอดในการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ได้

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมได้ตั้งแต่บัดนี้ – 23 มีนาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบจำนวนที่กำหนด ค่าลงทะเบียน 1,500 บาทต่อคน สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://forms.gle/avcpbzSVNQL5DLEq8 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.narit.or.th/th/public-outreach/youth/Astro-Kids สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053-121-269 ต่อ 305 (ในวันและเวลาราชการ)

เชียงใหม่ผนึกกำลังภาครัฐ เดินหน้าลดการใช้พลังงาน 20% สู้วิกฤตพลังงาน

วันนี้ (12 มี.ค. 69) ที่โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดน เชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการลดใช้พลังงานและการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 121 หน่วยงาน ที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 25 อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 211 แห่ง เข้าร่วมงาน
โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องพลังงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานลง และให้ได้รับทราบและเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณา วิธีการ เก็บข้อมูล รายงานข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมทั้งกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมาย ข้าราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการ ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่การเป็นผู้นำภาคส่วนอื่น ๆ ในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน และตรวจติดตามผลการลดใช้พลังงานในหน่วยงานให้ได้ร้อยละ 20
โดยมีกิจกรรมการบรรยายจากนักวิชาการ ในหัวข้อ “ผนึกกำลังมุ่งสู่เป้าหมายการประหยัดพลังงานร้อยละ 20 ในภาครัฐ” และหัวข้อ “เกณฑ์และวิธีการรายงานการใช้พลังงาน”
ทั้งนี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงใหม่ ขอเน้นย้ำให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน ดำเนินมาตรการการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ โดยต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการในช่วงภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานและการให้บริการประชาชน ผ่านมาตรการการประหยัดไฟฟ้าและการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ถือเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐในช่วงวิกฤตพลังงานต่อไป

จ.ชม.เปิดโครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” ผนึกกำลังภาครัฐ – เอกชน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า อำเภอแม่แตง

วันนี้ (10 มี.ค. 69) เวลา 10.00 น. ป่าชุมชนบ้านปางไม้แดง ตำบลบ้านช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดโครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” โดยมี นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายจักรพันธุ์ ทองอ่ำ นายอำเภอแม่แตง หัวหน้าส่วนราชการ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารปางช้างเอเลเฟ่นท์ เรสคิว พาร์ค ภาคีเครือข่ายชาวช้าง ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วมงาน
โครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายต่อผืนป่า ชุมชน และช้าง ที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีวิต โดยเกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการปางช้างในพื้นที่อำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงช้างและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจากประสบปัญหาไฟป่าในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ผู้ประกอบการจึงร่วมกันจัดทำแนวกันไฟและดำเนินกิจกรรมป้องกันไฟป่านี้ขึ้นมา
นอกจากนี้ ไฟป่ายังเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสัตว์ในพื้นที่ จึงเกิดความร่วมมือของเครือข่ายปางช้างหลายแห่ง ได้แก่ ปางเอเลเฟ่นท์ เรนคิว พาร์ค ปางช้างแลนด์ ปางไร่อ้อมกอด ปางบ้านช้างตระกูลแสน ปางดูช้างดูดอย และปางสมาร์ท เอเลเฟ่นท์ แฟมิลี่ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดปัญหาไฟป่า
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินงานแบบกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และประชาชนในพื้นที่ โดยไม่มีการเรี่ยไรเงินบริจาค เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

วิศวะ มช. โชว์ศักยภาพหุ่นยนต์และ AI ฝีมือเด็กปี 4

วิศวะ มช. โชว์ศักยภาพหุ่นยนต์และ AI ฝีมือเด็กปี 4 รับลูกภาคอุตสาหกรรม ขนทัพกว่า 40 หน่วยงานร่วมประเมินผลงาน เตรียมส่งมอบบัณฑิตคุณภาพสู่ตลาดแรงงานไฮเทค]

เชียงใหม่ – คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานแสดงผลงานนวัตกรรม (Senior Project Showcase) ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ประจำปี 2568 โชว์ 10 โปรเจกต์สุดล้ำตอบโจทย์เกษตรกรรม-โลจิสติกส์-นวัตกรรมเพื่อสังคม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก 40 หน่วยงานชั้นนำร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อต่อยอดสู่การใช้งานจริง

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ อาคาร SMC Hall 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการจัดโครงการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษาได้นำเสนอองค์ความรู้จากการฝึกปฏิบัติสู่สาธารณชน พร้อมทั้งสร้างทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมืออาชีพ อันเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในอนาคต

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากหน่วยงานภายนอก รวมถึงเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วมกว่า 40 หน่วยงาน อาทิ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT), บริษัท ทีอีเอสอาร์ จำกัด, บริษัท โตโยต้า ทูโช เน็กซ์ตี อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ตลอดจนหน่วยงานในมหาวิทยาลัย เช่น คณะเกษตรศาสตร์ และโครงการ SMART BEE SDGs สำนักงานบริหารงานวิจัย

ภายในงานมีการจัดแสดง 10 โครงงานนวัตกรรมที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ ได้แก่:

ด้านการเกษตรอัจฉริยะ: หุ่นยนต์เคลื่อนที่เก็บภาพและประมวลผลประชากรผึ้ง, หุ่นยนต์ช่วยเก็บเกี่ยวทุเรียน “ดูบอท” และหุ่นยนต์ตรวจสอบโรคเมล่อนอัตโนมัติในโรงเรือน

ด้านโลจิสติกส์และบริการ: หุ่นยนต์ส่งเอกสารระหว่างอาคาร “ไว้โพสต์”, หุ่นยนต์ลำเลียงภายในอาคาร, หุ่นยนต์ปีนบันไดเพื่อการขนส่ง และหุ่นยนต์เก็บลูกเทนนิสอัตโนมัติ

ด้านความปลอดภัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม: หุ่นยนต์กู้ภัยขับเคลื่อนด้วยขาและล้อ, เพ็ทโรบอตสำหรับควบคุมอุปกรณ์ IoT “Pet Box” และชุดต้นแบบหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา

อ.ดร.อัฐนันต์ วรรณชัย ประธานหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ได้กล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติในพิธีเปิดว่า:

“ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม องค์กรต่าง ๆ และหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยที่เข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินและให้คำแนะนำแก่ผลงานนักศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนระหว่างนักศึกษากับภาคแรงงานจริงในอนาคต”

นอกจากนี้ อ.ดร.กิตติยา ทุ่นศิริ ยังได้นำเสนอแนวทางการพัฒนากิจกรรมนักศึกษาและงานวิจัยของคณาจารย์ โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งในภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในวงกว้าง

ขณะที่ อ.ดร.จิรชาติ ใคร้มา ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้กล่าวเสริมถึงความพร้อมของบัณฑิตรุ่นนี้ว่า:

“ผลงานทั้ง 10 โครงงานที่นำมาจัดแสดงในวันนี้ คือบทสรุปความสำเร็จของการนำองค์ความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ใช้แก้ Pain Point ในสังคมได้จริง ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์หรือการเกษตรอัจฉริยะ การได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาร่วมให้ข้อเสนอแนะ เปรียบเสมือนการทำ Pre-assessment ครั้งสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวข้ามผ่านบทบาทจาก ‘นักศึกษา’ สู่การเป็น ‘วิศวกรมืออาชีพ’ อย่างเต็มตัว ด้วยความมุ่งมั่นของหลักสูตรภายใต้แนวคิด ‘Empowering Future Innovators with Creativity’ เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าบัณฑิตรุ่นนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง”

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความสำเร็จทางวิชาการ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทความสำเร็จของสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการผลิตนวัตกรที่เปี่ยมด้วยทักษะรอบด้าน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของประเทศในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ทกจ.เชียงใหม่ติดตามสถานการณ์เหตุความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ย้ำเชียงใหม่ยังปลอดภัย

ท่องเที่ยวและกีฬาเชียงใหม่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ย้ำเชียงใหม่ยังปลอดภัยสามารถท่องเที่ยวได้ตามปกติ

นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบกรณีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้บูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ติดตามและสอบถามผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยานและผู้โดยสาร ถึงผลกระทบต่างๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ทั่วไปเป็นปกติ ขอให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่ายังสามารถท่องเที่ยวและดำเนินชีวิตในจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างปกติ ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากล อีกทั้งทุกหน่วยงานมีความพร้อมและจะมีการประเมินสถานการณ์รายวัน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

อย่างไรก็ตาม อาจมีสายการบินที่ได้รับผลกระทบบางส่วนแต่ได้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อบจ.เชียงใหม่ประชุมหาแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณอุโมงค์เขื่อนแม่กวงฯ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อบจ.เชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณปากอุโมงค์เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อเปิดให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามาใช้พื้นที่ท้ายเขื่อนแม่กวงอุดมธารา สามารถเล่นน้ำเพื่อการนันทนาการ คลายร้อน และรักษาประเพณีอันดีงามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) โครงการสรงน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา หน่วยป้องกันรักษาป่าไม้ที่ ชม.8 (ห้วยส้ม) ที่การปกครองอำเภอสันทราย ที่ทำการปกครองอำเภอดอยสะเก็ด สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลหนองแหย่ง เทศบาลตำบลลวงเหนือ กำนันตำบลหนองแหย่งและตำบลลวงเหนือ ร่วมประชุมหารือแนวทางในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ โดยทุกฝ่ายสนับสนุนผลักดันการจัดกิจกรรม การขอใช้พื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย การจัดทำแผนการบริหารการจัดการน้ำ การบริหารจัดการพื้นที่ การจัดการรักษาความสะอาด และความปลอดภัยในพื้นที่