เชียงใหม่ เปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาและผู้แทนจากอาเซียน 4 ชาติ สร้างความประทับใจก่อนเปิดศึกวอลเลย์บอล BYD DMI 6th SEA V Cup


เย็นวันนี้ (6 ส.ค. 69) จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับคณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้แทนจาก 4 ประเทศ ที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอล BYD DMI 6th SEA V Cup เพื่อแสดงความยินดีและสร้างความประทับใจในฐานะเจ้าภาพก่อนเริ่มการแข่งขันจริงในวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 นี้ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่, นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย, หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
ภายในงานจัดต้อนรับด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีของประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมเปิดโอกาสให้คณะนักกีฬาและผู้แทนจากแต่ละประเทศได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างความคุ้นเคยก่อนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการกีฬาของจังหวัดสู่สายตานานาชาติ
โดยการแข่งขัน BYD DMI 6th SEA V Cup มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี โดยรวบรวมทีมวอลเลย์บอลหญิงชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน 4 ชาติ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มาร่วมชิงชัย เพื่อสร้างสีสันให้กับวงการกีฬาของภูมิภาค และส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะเมืองแห่งการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ
สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน มีดังนี้
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569
* เวลา 13.00 น. อินโดนีเซีย พบ เวียดนาม
* เวลา 16.30 น. ฟิลิปปินส์ พบ ไทย
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569
* เวลา 13.00 น. เวียดนาม พบ ฟิลิปปินส์
* เวลา 16.30 น. ไทย พบ อินโดนีเซีย
วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569
* เวลา 13.00 น. ฟิลิปปินส์ พบ อินโดนีเซีย
* เวลา 16.30 น. ไทย พบ เวียดนาม

ตำรวจภูธรภาค 5 ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน แถลงจับ 3 คดียาเสพติดรายสำคัญ ยึดยาบ้ากว่า 3.2 ล้านเม็ด เฮโรอีน 8.62 กิโลกรัม

วันนี้ (6 ส.ค. 69) ที่อาคารสโมสรคุ้มแก้ว-ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดี ตามนโยบายรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในทุกมิติ
โดยผลการปฏิบัติสามารถจับกุมและตรวจยึดยาบ้ารวมประมาณ 3.2 ล้านเม็ด เฮโรอีน 8.62 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหา 3 คน และยึดรถยนต์ 1 คัน โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
คดีที่ 1 จับยาบ้า 2.5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.5 ร่วมกับ สภ.สันกำแพง สภ.แม่ออน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบสวนติดตามเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน งบ 8147 เชียงใหม่ ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน กระทั่งพบรถเป้าหมายบนถนนสายเชียงใหม่–แม่ออน ก่อนติดตามไปยังบ้านพักในพื้นที่ ต.ออนเหนือ อ.แม่ออน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน ตรวจค้นพบกระสอบปุ๋ย 8 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้าประมาณ 2.5 ล้านเม็ด พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 1 คัน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.แม่ออน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 2 ตรวจยึดยาบ้า 704,000 เม็ด ที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ สภ.แม่จัน ร่วมกับทหาร บก.สกัดกั้นที่ 3 นบ.ยส.35 เจ้าหน้าที่ ปป.2 สปป. และสำนักงาน ป.ป.ส. ตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยที่บริษัทขนส่ง KEX เอ็กซ์เพรส สาขาป่าซาง อ.แม่จัน หลังได้รับแจ้งว่าพัสดุดังกล่าวถูกส่งมาจากพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จากการตรวจสอบกล่องพัสดุต้องสงสัย 5 กล่อง พบยาบ้าบรรจุอยู่รวมประมาณ 704,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้และนำส่ง สภ.แม่จัน เพื่อสืบสวนขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
คดีที่ 3 จับเฮโรอีน 8.62 กิโลกรัม ผู้ต้องหา 2 คน เชื่อมโยงการขนส่งพัสดุจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับชุดสืบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ชปส.สภ.เมืองเชียงใหม่ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.5 ศอ.ปส.ภ.5(AI) กก.สืบสวน ภ.จว.เชียงราย สภ.เมืองเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย ณ DHL Express Service Point (Chiangmai) ถนนมหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเตรียมจัดส่งไปยังกรุงเทพฯ พบเฮโรอีนบรรจุภายในกล่องพัสดุ น้ำหนักรวมประมาณ 8.62 กิโลกรัม ก่อนขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน บริเวณริมถนนทางสาธารณะบ้านทุ่งงิ้ว ม.6 ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย และนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ผลการปราบปรามยาเสพติดของ ตำรวจภูธรภาค 5 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 5 สิงหาคม 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 27,345 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดียาเสพติดรายสำคัญ 315 คดี ตรวจยึดยาบ้า กว่า 420 ล้านเม็ด ไอซ์ กว่า 10,350 กิโลกรัม เฮโรอีน กว่า 105 กิโลกรัม เคตามีน กว่า 1,300 กิโลกรัม และฝิ่น กว่า 410 กิโลกรัม พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่าประมาณ 1,580 ล้านบาท
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือของตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทหาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน พร้อมเดินหน้าสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

คณะแพทยศาสตร์ มช. ยกระดับห้องตรวจตา รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เพิ่มห้องตรวจ-นำเทคโนโลยีทันสมัย รองรับผู้ป่วยกว่า 5 หมื่นครั้งต่อปี

วันที่ 6 สิงหาคม 2569 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานแถลงข่าว เปิดตัวโครงการยกระดับ “ห้องตรวจตาเบอร์ 7 (OPD 7) ชั้น 7 อาคารศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการผู้ป่วยนอกด้านจักษุวิทยา รองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เข้ารับบริการเฉลี่ยวันละ 250–300 คน หรือราว 50,000 ครั้งต่อปี โดยได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ .นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช และอดีตนายกสมาคมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาปาฐกถาพิเศษ สืบสาน รักษา และต่อยอด พร้อมกันนี้ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ได้เปิดเผยว่า การปรับปรุงครั้งนี้ครอบคลุมการเพิ่มจำนวนห้องตรวจจาก 15 ห้อง เป็น 17 ห้อง พร้อมพัฒนาพื้นที่ตรวจพิเศษและหัตถการให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงจัดหาเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพการรักษา การเรียนการสอน และการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 12 ล้านบาท จากมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก
ด้าน รศ.พญ.นภาพันธ์ ตนานุวัฒน์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้มุ่งลดความแออัด เพิ่มความสะดวก และลดระยะเวลารอคอย พร้อมเปิดบริการใหม่ เช่น สปาตา การรักษาภาวะกระจกตาด้วยรังสี UV (Corneal Collagen Crosslinking) การใช้คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ และระบบคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตาด้วยการถ่ายภาพจอตา พร้อมส่งผลตรวจผ่าน Line เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย
นอกจากนี้ ยังเตรียมนำระบบ “คิวสวนดอก” มาใช้ภายในปลายปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคิว และมีแผนจัดหาเครื่องมือรักษาโรคตาเพิ่มเติมในปี 2570 เพื่อยกระดับการรักษาให้ครอบคลุมและทันสมัยยิ่งขึ้น

เชียงใหม่เปิดงาน “วันอะโวคาโดตำบลโป่งแยง ครั้งที่ 1” ยกระดับอะโวคาโดคุณภาพ สู่ผลไม้เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน “วันอะโวคาโดตำบลโป่งแยง ครั้งที่ 1” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนางรัชณีวรรณ เป็งพรม เกษตรอำเภอแม่ริม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน นายวัน ม่วงมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยปลัดอำเภอแม่ริม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เกษตรกร และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายเสน่ห์ แสงคำ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งผลิตไม้ผลคุณภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นส้มสายน้ำผึ้งฝาง GI ลิ้นจี่จักรพรรดิ GI สตรอว์เบอร์รี และมะม่วง ขณะที่ในช่วงฤดูฝน “อะโวคาโด” ถือเป็นผลไม้เด่นอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์ รสชาติดี คุณภาพสูง และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ได้ส่งเสริมการผลิตอะโวคาโดในระบบแปลงใหญ่ ณ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม ซึ่งมีพื้นที่ปลูกรวม 754 ไร่ เกษตรกรสมาชิก 216 ครัวเรือน โดยมุ่งเน้นการผลิตตามมาตรฐานคุณภาพ การรวมกลุ่มบริหารจัดการ การจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และตลาดโมเดิร์นเทรด ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่า อาทิ เวชสำอางบำรุงผิว ครีมบำรุงเส้นผม รวมถึงการคัดเลือกและปรับปรุงสายพันธุ์ให้สามารถยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวได้จนถึงเดือนมกราคม

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การทำMOU.​ความร่วมมือวิขาการ​เรื้ออะโวคาโด ระหว่างสำนักงานเกษตรอำเภอ​ และองค์การบริหารส่วนตำบล​ การประกวดอะโวคาโดพันธุ์พื้นเมือง การประกวดอะโวคาโดยักษ์ การสร้างสรรค์เมนูอาหารจากอะโวคาโดจากโรงแรมปานวิมานเชียงใหม่แบะมอบเมนู​แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมขนท่องเที่ยวเชิงเกษตรของตำบลโป่งแยง

และการจำหน่ายผลผลิตคุณภาพจากกลุ่มแปลงใหญ่อะโวคาโดบ้านโป่งแยงนอก เพื่อส่งเสริมการตลาดและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ผู้สนใจสามารถสอบถามและสั่งซื้อผลผลิตได้ที่กลุ่มแปลงใหญ่อะโวคาโดบ้านโป่งแยงนอก โทรศัพท์ 084-485-8079

การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแยง สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ริม ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ โครงการหลวง และหน่วยงานภาคีในพื้นที่ ที่ร่วมกันผลักดันให้อะโวคาโดตำบลโป่งแยงก้าวสู่การเป็นผลไม้เศรษฐกิจคุณภาพ สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เดินหน้าระบบ A-CDM บูรณาการ 15 หน่วยงาน ยกระดับการบริหารเที่ยวบินและบริการผู้โดยสาร

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เป็นประธานและร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการดำเนินการระบบจัดการข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Airport Collaborative Decision Making : A-CDM) ณ โรงแรมเดอะ แกรนด์ ชัยพฤกษ์ นิมมาน เชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานด้านการบินร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ในนามบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านการบิน รวม 15 หน่วยงาน ประกอบด้วยผู้ให้บริการการเดินอากาศ หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยา กองทัพอากาศ สายการบิน และผู้ให้บริการภาคพื้น เพื่อบูรณาการการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการปฏิบัติการบิน และเสริมสร้างการประสานงานระหว่างทุกภาคส่วนให้สามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการวางแผนและตัดสินใจร่วมกัน

ระบบ Airport Collaborative Decision Making (A-CDM) เป็นแนวทางการบริหารจัดการท่าอากาศยานที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ให้การสนับสนุน และได้รับการนำไปใช้ในท่าอากาศยานชั้นนำทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และโปร่งใส ระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการบิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเที่ยวบินตั้งแต่กระบวนการเตรียมอากาศยาน การให้บริการภาคพื้น การจัดสรรหลุมจอดอากาศยาน การควบคุมการจราจรทางอากาศ ไปจนถึงการนำอากาศยานขึ้นและลงจอด ส่งผลให้สามารถลดความล่าช้าของเที่ยวบิน เพิ่มความตรงต่อเวลา ใช้ทรัพยากรของทุกหน่วยงานได้อย่างคุ้มค่า ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่ผู้โดยสาร

ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของท่าอากาศยานเชียงใหม่ในการผลักดันระบบ A-CDM ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการบิน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

ทรู คอร์ปอเรชั่น จุดพลัง Future Workforce ใน “True Alpha Internship 2026” พลิกโจทย์ธุรกิจ ครีเอทอินโนเวชันด้วย AI

ทรู คอร์ปอเรชั่น จุดพลัง Future Workforce ใน “True Alpha Internship 2026” พลิกโจทย์ธุรกิจ ครีเอทอินโนเวชันด้วย AI พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง

กรุงเทพฯ 3 สิงหาคม 2569 – ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานยุค AI ผ่านการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง พร้อมบ่มเพาะทักษะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าให้แก่ธุรกิจและสังคมอย่างยั่งยืน…ล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเวที “True Alpha Internship Program 2026: Final Pitching Day” ณ Center of Excellence (CoE) ทรู ดิจิทัล พาร์ค พร้อมร่วมแบ่งปันมุมมองและให้ข้อคิดแก่นิสิตนักศึกษาทั้ง 5 ทีม จากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้นำเสนอผลงานที่ประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ หลังผ่านกระบวนการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาผลงานร่วมกับผู้บริหาร Mentor ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และทีมธุรกิจอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ โดยทีมที่ชนะเลิศ ได้รับรางวัล Champion ได้แก่ ทีม “ทรู ตุง ตุง ซา-ฮูร์” กับ ผลงาน “Cool Kit – คู่คิด” ชูแนวคิดการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลกำไร

นางสาวศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา นิสิตนักศึกษาในโครงการ True Alpha Internship Program 2026 ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือแก้โจทย์ธุรกิจจริง ตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหา ออกแบบและพัฒนาโซลูชัน ประยุกต์ใช้ AI กับ Use Case ทางธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบที่พร้อมต่อยอด อีกทั้งทำงานกับข้อมูลจริง และเรียนรู้การบริหารโครงการควบคู่กับต้นทุนและกำไรธุรกิจ เพื่อให้เข้าใจว่านวัตกรรมที่สร้างคุณค่าไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจและนำไปใช้ได้จริง True Alpha จึงไม่ใช่เพียงโครงการฝึกงาน แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเตรียมคนรุ่นใหม่สู่การเป็น Future Workforce ผ่านการพัฒนาทักษะด้าน AI ความเข้าใจทางธุรกิจ การคิดเชิงวิพากษ์ และความสามารถในการปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเชื่อว่าการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเข้ากับโจทย์จริงของภาคธุรกิจ จะช่วยเปิดมุมมองต่อโลกการทำงานให้กว้างและลึกยิ่งขึ้น พร้อมหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้กล้าคิด กล้าลงมือทำ และสร้างคุณค่าแก่องค์กรและสังคมได้ในอนาคต”

นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ผลงานของทั้ง 5 ทีมสะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในสามมิติสำคัญ ได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และความพร้อมในการนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริง ซึ่งล้วนเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศ โครงการที่นำเสนอในรอบ Final Pitching Day มีความหลากหลาย ทั้งการแก้ปัญหาสำคัญ การต่อยอดจากทรัพยากรและศักยภาพที่มีอยู่ ตลอดจนแนวคิดที่พร้อมพัฒนาและขยายผลในอนาคต ดังนั้น Final Pitching Day จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันแนวคิดสู่การใช้งานจริง โดยทรู พร้อมสนับสนุนแต่ละโครงการอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อร่วมพัฒนาคนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงพลังความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการขับเคลื่อนนวัตกรรม และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก”

สำหรับผลการแข่งขัน Final Pitching Day โครงการ True Alpha Internship Program 2026

ทีมชนะเลิศ ได้รับรางวัล Champion ได้แก่
• ทีม “ทรู ตุง ตุง ซา-ฮูร์” (True Tung Tung Sahur) กับผลงาน “Cool Kit – คู่คิด” ผู้ช่วย AI สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็ก ที่รวบรวมข้อมูลจากระบบ POS และ LINE ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อช่วยบริหารจัดการตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบ การบริหารสต็อก การจัดตารางพนักงาน การติดตามธุรกรรม ไปจนถึงการคาดการณ์ความต้องการใช้วัตถุดิบ ช่วยลดภาระงาน เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทีมผู้ชนะที่ได้รับรางวัล The Winner ได้แก่
• ทีม Overthinkers กับผลงาน “Seamless – Smarter Smart Cart” รถเข็นอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะบุคคล โดยวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้า ทั้งประวัติการซื้อ สินค้าในรถเข็น และโปรโมชันภายในร้าน เพื่อนำเสนอสินค้า นำทาง และข้อเสนอที่เหมาะสมแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกและตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มยอดขายและสร้างมูลค่าให้แก่ธุรกิจ

• ทีม I AM I กับผลงาน “AI Household Shopping Assistant” ผู้ช่วย AI ที่ช่วยบริหารจัดการการซื้อของภายในครอบครัว ด้วยการรวบรวมความต้องการของสมาชิกแต่ละคน วิเคราะห์ความชอบ จัดการรายการซื้อสินค้าและงบประมาณ พร้อมแนะนำสินค้าและโปรโมชันที่เหมาะสมผ่านช่องทางดิจิทัล ช่วยให้การวางแผนซื้อของมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความยุ่งยาก และตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว

• ทีม 6packs กับผลงาน “Provenue – AI Restaurant Location and Financial Intelligence” แพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยวิเคราะห์ศักยภาพของทำเลและความคุ้มค่าในการลงทุนสำหรับธุรกิจร้านอาหาร โดยวิเคราะห์ข้อมูลด้านจำนวนลูกค้า คู่แข่ง การเดินทาง ค่าเช่า และแหล่งจัดหาวัตถุดิบในพื้นที่ ควบคู่กับการคาดการณ์รายได้ ผลตอบแทน และระยะเวลาคืนทุน เพื่อช่วยผู้ประกอบการตัดสินใจเลือกทำเลได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จของธุรกิจ

• ทีม Ain’telligence กับผลงาน “AICONIC – Intelligent Shopping Companion” หุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับศูนย์การค้าระดับพรีเมียม พัฒนาในรูปแบบ Semi-humanoid เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งเฉพาะบุคคล ผ่านการแนะนำร้านค้าและสินค้า การนำทางภายในศูนย์การค้า การให้ข้อมูลสิทธิประโยชน์สมาชิก และบริการอำนวยความสะดวกต่างๆ ช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมเพิ่มการค้นพบร้านค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับศูนย์การค้า

ทั้งนี้ True Alpha Internship Program 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ สถาบันการศึกษา เทคโนโลยี และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนา Future Ready Workforce ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง และปลดล็อคพลังความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯร่วมกับ อบจ.เชียงใหม่ เตรยมจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง BYD DMI 6th SEA V CUP 2026 ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคมนี้

สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง BYD DMI 6th SEA V CUP 2026 ระหว่างวันที่ 7 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  พร้อมด้วยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยร่วมแถลงข่าวการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง BYD DMI 6th SEA V CUP 2026 ซึ่งรวบรวมทีมวอลเลย์บอลหญิงชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มาร่วมแข่งขันในจังหวัดเชียงใหม่

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อสร้างความสุขและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม และธุรกิจบริการต่างๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนและสร้างประโยชน์แก่ประชาชน พร้อมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานกีฬาวอลเลย์บอลของประเทศสมาชิก เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้พัฒนาฝีมือ สั่งสมประสบการณ์ และเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับเอเชียและระดับโลก

รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการแข่งขันวอลเลย์บอลระดับนานาชาติในภูมิภาคโดยการจำหน่ายบัตรเข้าชมผ่านระบบออนไลน์ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และยังมีการเปิดจำหน่ายบัตรผ่านช่องทางออฟไลน์ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีโปรแกรมการแข่งขันดังนี้

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. อินโดนีเซีย VS เวียดนาม เวลา16.30 น. ฟิลิปปินส์ VS ไทย วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม2569 เวลา 13.00 น.  เวียดนาม VS ฟิลิปปินส์ เวลา16.30 น.  ไทย VS อินโดนีเซีย และวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น.  ฟิลิปปินส์ VS อินโดนีเซีย เวลา 16.30 น.  ไทย VS เวียดนาม

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ขอเชิญชวนแฟนกีฬาวอลเลย์บอลทุกท่าน มาร่วมชมการแข่งขัน BYD DMI 6th SEA V CUP 2026 และร่วมส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาทั้ง 4 ประเทศ ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่อง one31

สำนักบริการวิชาการ มช. ร่วมแสดงความยินดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มช. ในโอกาสครบรอบ 32 ปี พร้อมร่วมพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุนโรงพยาบาลช้าง

สำนักบริการวิชาการ มช. ร่วมแสดงความยินดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มช. ในโอกาสครบรอบ 32 ปี พร้อมร่วมพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุนโรงพยาบาลช้าง

ดร.กฤษฎิ์ กาญจนกิตติ รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้บริหารคณะสัตวแพทยศาสตร์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาคณะสัตวแพทยศาสตร์ ครบรอบ 32 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569
ในโอกาสอันเป็นสิริมงคลนี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนโรงพยาบาลช้าง สนับสนุนการอนุรักษ์และการดูแลสุขภาพช้างไทย อันเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ในการคุ้มครองสัตว์ป่าและสัตว์สำคัญของชาติ พร้อมทั้งจัดพิธีทักษิณานุปทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่คณาจารย์และบุคลากรผู้ล่วงลับ แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีและการรำลึกถึงคุณูปการที่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่คณะและมหาวิทยาลัย
บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่น เปี่ยมด้วยความหมาย และสะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจของคณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสืบสานประเพณีอันดีงาม เสริมสร้างความสามัคคี และตอกย้ำบทบาทของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะศูนย์กลางด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการด้านสัตวแพทยศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อประเทศ

สธ. ย้ำ จว.เสี่ยง “น้ำท่วม” ช่วง 1-6 ส.ค.นี้ ยกระดับเฝ้าระวัง รพ. ทบทวนแผนบริการ สำรองยา-เวชภัณฑ์ให้พออย่างน้อย 72 ชม.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำหน่วยงานจังหวัดเสี่ยง “น้ำท่วม-ดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก” ทั้งภาคเหนือ อีสานตอนบน ตะวันออก และใต้ฝั่งตะวันตก ยกระดับการเฝ้าระวังช่วง 1-6 ส.ค.นี้ หลังพบแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นและอันดามันมีคลื่นสูง ให้เตรียมพร้อมสถานพยาบาล เส้นทาง EMS หลักและสำรอง ตรวจสอบไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้ำ ยาและเวชภัณฑ์ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทบทวนแผนสำรองบริการ เตรียมทีมแพทย์และสาธารณสุขดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

(1 สิงหาคม 2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถึงสถานการณ์อุทกภัยของประเทศไทยว่า ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยาและยโสธร ถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีส้ม) แม้ฝนโดยรวมจะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมขังจากฝนสะสม โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ได้แก่ ภาคเหนือ อีสานตอนบน ภาคตะวันออก และจังหวัดระนอง ทั้งนี้ ได้ประเมินและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จากพยากรณ์อากาศพบว่า ในช่วงวันที่ 1–3 สิงหาคม 2569 ความเสี่ยงจะทรงตัวหรือลดลงชั่วคราว แต่พื้นที่ภูเขายังคงต้องระระวังดินอิ่มน้ำ ช่วงวันที่ 4–6 สิงหาคม 2569 ฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกอบกับช่วงวันที่ 3–6 สิงหาคม 2569 ทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2–3 เมตร ทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบสาธารณสุข ทั้งตัวสถานพยาบาล เส้นทางของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ (EMS/Refer) และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีสถานพยาบาลต้องหยุดให้บริการ หรือระบบไฟฟ้า น้ำ และออกซิเจนขัดข้องแต่อย่างใด รวมถึงยังไม่มีการขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ป่วยทุกคน และได้กำชับให้ทุกจังหวัดและเขตสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับมือ ดังนี้

1. ยืนยันความพร้อมสถานบริการ เส้นทางบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ทั้งสายหลักและสายสำรอง รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา เลือด และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง
2. ยกระดับการเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3–4 สิงหาคมนี้ พร้อมทบทวนแผนสำรองบริการสำคัญ การส่งต่อผู้ป่วย ทีมควบคุมโรค ทีมอนามัยสิ่งแวดล้อม และทีมสุขภาพจิต และ
3. ติดตามและดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง โดยล่าสุดแต่ละพื้นที่เสี่ยงได้เริ่มดำเนินการแล้ว ได้แก่ พะเยาและยโสธร ได้ติดตามสถานการณ์สถานบริการ กลุ่มเปราะบาง และการเข้าถึงชุมชนที่ถูกน้ำท่วม, พื้นที่ภูเขาภาคเหนือ ได้เฝ้าระวังความเสี่ยงถนนขาด ดินถล่ม และเส้นทาง EMS/Refer ที่อาจล่าช้าหรือถูกตัดขาดฉับพลัน, จันทบุรี ตราด และระนอง ได้เฝ้าระวังสถานบริการที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา รวมถึงเส้นทางส่งต่อผู้ป่วยข้ามอำเภอ ขณะที่อีสานตอนบนได้เฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน และผู้ที่ต้องรับยาต่อเนื่อง

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย BCG Model สู่ความยั่งยืน

จังหวัดพะเยา เปิดงานจัดแสดงและทดสอบตลาด “Lanna Rice” ยกระดับอัตลักษณ์ข้าวล้านนา สู่นวัตกรรมคุณค่าระดับสากล

เชียงใหม่ – วันที่ 1 สิงหาคม 2569  นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และทดสอบตลาด “Lanna Rice” โดยมี นางพัชรี สองสีโย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และประชาชน เข้าร่วมงาน ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส)

การจัดงาน ภายใต้ โครงการ “เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการเกษตรระดับภูมิภาค” กิจกรรมหลักพัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมข้าวครบวงจร (Lanna Rice) เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (จังหวัดพะเยา, เชียงราย, แพร่ และน่าน) ซึ่งแม้จะมีความโดดเด่นด้านศักยภาพการผลิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงสู่ตลาดเชิงพาณิชย์

งาน “Lanna Rice” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Heritage to Global Innovation” ข้าวล้านนา นวัตกรรมคุณค่า สู่สากล เพื่อถ่ายทอดคุณค่าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่พร้อมแข่งขันในตลาดสมัยใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG Model โดยภายในงานระหว่างวันที่ 1 – 3 สิงหาคม 2569 มีไฮไลต์และกิจกรรมสำคัญ ได้แก่:

บูธจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 60 บูธ: ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ความงามที่ต่อยอดจากวัตถุดิบข้าวล้านนา
นิทรรศการผลงานต้นแบบ: การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมแปรรูปจากข้าว

การประกวดสุดยอดผลิตภัณฑ์: การประกวด “สุดยอดผลิตภัณฑ์จากข้าวล้านนา”

เวทีเสวนาวิชาการ: ในหัวข้อ “อนาคตข้าวล้านนาตะวันออก สู่การพัฒนาอัตลักษณ์สินค้า ของภาค”

กิจกรรม Workshop: การถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอุตสาหกรรมข้าว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มขีดความสามารถแก่ผู้ประกอบการ

งาน “Lanna Rice” จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ นักลงทุน และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปจากข้าวล้านนาสู่ตลาดระดับประเทศและสากล สร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

ขอเชิญชวนประชาชน นักธุรกิจ และผู้สนใจ ร่วม ชิม ช้อป สัมผัสสุดยอดผลิตภัณฑ์จากข้าวล้านนา
📅 วันที่ 1 – 3 สิงหาคม 2569
📍 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส)