อรสิริน ปูพรม สร้าง commnuity แห่งความสุข ผ่าน festive event พร้อมชวนเที่ยวงาน ”ลอย กลาง เลค” 4-6 พย. 68 ณ เลค อรสิริน (อรสิริน 6) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

• ชวนลอยกระทงบรรยากาศทะเลสาปวิวดอยโอบเขา
• อิ่มอร่อยกับการออกร้านจากลูกบ้านอรสิริน
• ชวนรักษ์โลก และสืบสานประเพณีโดยใช้กระทงที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายได้ง่าย

คุณปรีดีกร บูรณูปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิรินโฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หนึ่งในกลยุทธ์การขับเคลื่อนของอรสิริน คือ แนวคิดในเรื่องของการสร้างคอมมูนิตี้อย่างยั่งยืน เพื่อให้เราเติบโตและวางรากฐานไปพร้อมๆกัน ผ่านทั้งกิจกรรมและสิทธิพิเศษจากพาร์ทเนอร์ เพื่อต่อยอดฐานลูกบ้านที่มีในมือของ ornsirin family สู่ความเป็น loyalty อย่างยั่งยืน เราจึงได้พัฒนาพื้นที่ของเราเพื่อสร้าง value experience และกิจกรรมอันหลากหลาย ตอบรับการสัญจรและการใช้ชีวิตรอบพื้นที่ทั้งลูกบ้าน , ผู้ปกครอง-นักเรียนโรงเรียน MILLHILL และชุมชนโดยรอบ รวมถึง กลยุทธ์การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้ลูกค้ากลุ่มใหม่เห็น หรือ connecting with new audiences ให้ได้มาสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่เราตั้งใจมอบให้ไปพร้อมๆกัน“

กิจกรรมในงานพบกับ การลอยกระทงริมทะเลสาปวิวดอยโอบเขา , การจุดผางประทีป , ช้อป ชิม อาหารแสนอร่อยจากการออกร้านของลูกบ้านอรสิริน พิเศษสุด!! สมาชิก ornsirin family รับสิทธิพิเศษมากมายภายในงาน (สำหรับผู้ที่ยังไม่เป็นสมาชิกสามารถสมัครได้ที่หน้างาน)

พบกับงาน ”ลอย กลาง เลค” 4-6 พย. 68 ณ เลค อรสิริน (อรสิริน 6) อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ ติดต่อจองพื้นที่เริ่มต้นธุรกิจได้ที่📱 Tel. 064 339 7666
Line Official : @ornsirin หรือคลิก bit.ly/Lineornsirin
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ และยูนิตที่กำหนด
#Ornsirin #Chiangmai #OrnsirinRetail

“ซันสวีท” ส่งต่อพลังศรัทธา กฐินสามัคคีปี 2568 ร่วมหล่อหลอมความดี สร้างสุขให้ชุมชน สนับสนุนการศึกษา ผู้สูงอายุ และสาธารณสุขท้องถิ่น

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักสงฆ์พระธาตุดอยอุดรพันธ์ (สังกัดวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง) องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งปี๊ และ คณะศรัทธาในพื้นที่ จัดพิธี ทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ณ สำนักสงฆ์พระธาตุดอยอุดรพันธ์ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสืบสานประเพณีอันงดงามทางพระพุทธศาสนา และส่งต่อพลังแห่งศรัทธาสู่การสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ชุมชนโดยรอบ

การทอดกฐินในครั้งนี้ได้รับแรงศรัทธาจากผู้บริหาร พนักงาน ชาวบ้าน และเครือข่ายพันธมิตรของบริษัทฯ ที่ร่วมหลอมรวมจิตใจแห่งการให้ โดยนำยอดเงินทำบุญไปจัดสรรตามวัตถุประสงค์ 4 ด้านหลัก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ด้านการศึกษา : มอบทุนการศึกษาจำนวน 200 ทุน ให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาในอำเภอสันป่าตองและแม่วาง พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนในพื้นที่รวม 31 แห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ กีฬา และศิลปวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน

ด้านชุมชนและผู้สูงอายุ : จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบ ชุดของยังชีพแก่ผู้สูงอายุใน 24 หมู่บ้าน รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องครัวให้แก่กลุ่มแม่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งปี๊ และเทศบาลตำบลทุ่งสะโตก เพื่อส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างความอบอุ่น และขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนให้เข้มแข็ง

ด้านสาธารณสุข : มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 3 แห่ง ได้แก่ บ้านหัวริน บ้านนาทราย และบ้านห้วยน้ำขาว รวมถึงสนับสนุนการทำงานของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างทั่วถึง

ด้านศาสนาและสาธารณประโยชน์ : เงินส่วนที่เหลือได้ถูกจัดสรรเพื่อ บำรุงสำนักสงฆ์พระธาตุดอยอุดรพันธ์ สำหรับค่าน้ำ ค่าไฟ และการพัฒนาสาธารณูปโภคภายในวัด เพื่อให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน

กิจกรรม “กฐินสามัคคีปี 2568” ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการสืบสานประเพณีทางศาสนา แต่ยังสะท้อนถึง หัวใจแห่งความรับผิดชอบต่อสังคมของซันสวีท ภายใต้แนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตควบคู่กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “เชื่อมั่นว่า พลังแห่งศรัทธาและการให้ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่อบอุ่นและงดงาม”

Orient 75th Anniversary “75 Shades of Time – A Timeless Journey”

ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีแห่งการเดินทางของ Orient ผ่านคอลเลคชั่นพิเศษที่ถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญของนาฬิการะดับตำนานจากอดีตสู่ปัจจุบัน ในประสบการณ์ที่งดงามและกลมกลืนอย่างมีเอกลักษณ์

ความพิเศษในงาน พบกับโซนจัดแสดงนาฬิการุ่นพิเศษ เพื่อฉลองครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ทั้ง 4 คอลเลคชั่น
Classic and Simple
Diver Design
Stretto (Contemporary)
Revival
พร้อมจัดเต็มสินค้าหลากหลายคอลเลคชั่นและสินค้ารุ่นฮอตฮิตและของพรีเมี่ยม
พิเศษ! วันเสาร์ที่ 18 ต.ค.68 พบกับ KOL สาย Watch Collector คุณณภัทร นัตธนนท์ และคุณบอส ช่องวิมลท่าแพ

Orient 75th Anniversary
“75 Shades of Time – A Timeless Journey”
🗓 ตั้งแต่ 15 – 26 ตุลาคม 2568
📌 ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส)

ครั้งแรกของโลก เซ็นทรัล เชียงใหม่ ต้อนรับ ‘Xventure’ แอคทีฟพาร์กในร่มคอน เซปต์ใหม่ เปลี่ยนทุกตารางนิ้วให้เป็นสนามประลองสุดล้ำ เปิดแล้ววันนี้!

เชียงใหม่-บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ จับมือพันธมิตร ระดับโลก ‘Kiztopia Group’ (คิซโทเปีย กรุ๊ป) ผู้นำ Family Edutainment Center (FEC) อันดับ 1 จากสิงคโปร์ เปิด Xventure: Ultimate Urban Playground แอคทีฟพาร์กในร่มแนวใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “Indoor Active Sports Park’ ครั้งแรกของโลก เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นสนามประลองสุดท้าทาย ชวนปลดล็อก พลังแห่งการเคลื่อนไหวกับกว่า 30 กิจกรรมสุดมันส์บนพื้นที่กว่า 2,200 ตารางเมตร ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ พร้อมเปิดให้ผู้กล้ามาท้าทายความสนุก 16 ตุลาคม 2568

สำหรับพิธีเปิด Xventure: Ultimate Urban Playground ได้รับเกียรติจาก คุณวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการ

จังหวัดเชียงใหม่, Heidi Tian (ไฮดี้ เทียน) ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร Kiztopia Group (Global) และ คุณอรชร จันทร์วิวัฒนา Asset Director – Group 3 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นประธาน พร้อมด้วย คุณฉัตรชนก ทองสำฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่, คุณรัตนธร สัณหอุไร กรรมการผู้จัดการ Kiztopia Group (Thailand), คุณสุพัตรา แก้วอุดร Area Manager Kiztopia Group (Thailand), คุณมณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), คุณสุรางค์ ศิรินิรันดร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), คุณพรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้อำนวยการกลุ่มงานปฏิบัติการสาขาเขตภาคเหนือ บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน), คุณกัญญาภัค โพศิริน ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ และคุณวีรโชติ ถิร วายามกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เขตภาคเหนือ ร่วมงาน

Xventure” แอคทีฟพาร์กในร่มแนวใหม่แห่งแรกของโลก ที่ผสานความสนุกระหว่าง Interactive Play และ Digital Playground ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดในเชียงใหม่ ชวนปลดล็อกความมันส์และพลังแห่งการ เคลื่อนไหวผ่านประสบการณ์สุดล้ำ ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับกิจกรรมแอคทีฟหลากหลายรูปแบบ ออกแบบให้ สนุกซ้ำได้ไม่รู้จบ และท้าทายทุกระดับความกล้า ไม่ว่าจะเป็นสายกีฬา สายแอคทีฟ หรือสายเทคโนโลยี ภายใน 9 โซนความสนุกสุดท้าทาย ได้แก่ Slide park (โซนสไลเดอร์) Jump Arena (โซนแทรมโพลีน), Sports Park (โซนกีฬาในร่ม), Obstacle Race (โซนด่านกีดขวาง), Climb Zone (โซนปืนผา), Rope Course (โซนไต่เชือก), Zipline (ซิปไลน์ หรือ โหนสลิง) และ Ninja Course (โซนนินจาแอดเวนเจอร์) ที่จะเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็น สนามประลองของเหล่านักท้าทายตัวจริง

พลาดไม่ได้กับไฮไลท์เด็ดไฮเอนเนอร์จี้

‘Rope course indoor’ โซนไต่เชือกในร่ม กิจกรรมวัดใจบนเส้นเชือกด้วยความสูงกว่า 6.5 เมตร สูงที่สุดใน สวนสนุกอินดอร์เชียงใหม่

‘Drop Slide’ สไลด์ดิ่งเสียวและ ‘Launch Slide’ สไลเดอร์จรวด ที่สูงที่สุดและซันที่สุดในเชียงใหม่

ชวนเพื่อนไปจัมพ์ให้โลกจำกับ โซนกระโดดแทรมโพลีน Trampoline Free Jump และ Trampoline Slam Dunk

ชวนครอบครัวและเพื่อนร่วมงานไปเคลื่อนไหวร่างกายที่ Interactive sports โซนกีฬาอินเตอร์แอคทีฟสนุกๆ อาทิ อินเตอร์แอคทีฟบาสเก็ตบอล, อินเตอร์แอคทีฟฟุตบอล, Interactive Bicycle แข่งกันขี่จักรยานวัด ระยะทาง, แข่งคะแนนความแม่นยำกันที่ Interactive Bowling หรือ แข่งวัดความสูงกันที่ Racing Jump เป็นต้น

ทุกโซนเครื่องเล่นได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจากผู้ผลิตระดับท็อปของโลกในอุตสาหกรรม Playground & International export รวมไปถึงการมี SOP (Standard Operating Procedures) มาตรฐานการปฏิบัติงานจาก สิงคโปร์ โดยมีพนักงานที่ผ่านการอบรม คอยดูแลความปลอดภัยอุปกรณ์ พร้อมให้คำแนะนำการเล่นเครื่องเล่น และการทำกิจกรรมอย่างถูกวิธี ทั้งนี้พนักงานทุกคนต้องผ่านการอบรมทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และการสื่อสารกับเด็กก่อนปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจหลักของแบรนด์คือ ความสนุกและความสุขของครอบครัว ที่มาพร้อมกับความปลอดภัย ความสะอาดและมาตรฐานของสิงคโปร์

พร้อมเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www. xventurepark.com และช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook, Instragram, TikTok ในชื่อ Xventurethailand และ LINE @Xventurethailand

SMO จับมือ APM และ FSS “กลุ่มสมอทอง” ปักหมุดโรดโชว์ 11 จังหวัด โชว์พื้นฐานธุรกิจแกร่ง มั่นใจได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมแกรนด์วิว เชียงใหม่ โดย SMO จับมือ APM และ FSS เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO  จำนวน 231.60 ล้านหุ้น 11 จังหวัดทั่วประเทศ และปิดท้ายการนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานครในวันที่ 20 ตุลาคม 2568

ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมที่จะเดินทางไปนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุน หรือโรดโชว์ ของ SMO เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO  จำนวน 231.60 ล้านหุ้น โดยจะเดินทางไปนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุน 11 จังหวัดประกอบไปด้วย จังหวัดชลบุรีในวันที่ 8 ต.ค. จังหวัดราชบุรีและนครปฐมในวันที่ 9 ต.ค. จังหวัดพิษณุโลกและนครสวรรค์ในวันที่ 10 ต.ค. จังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่นในวันที่ 14 ต.ค. จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 15 ต.ค. อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาในวันที่ 16 ต.ค. จังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันที่ 17 ต.ค.และปิดท้ายการนำเสนอข้อมูลกับนักลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานครในวันที่ 20 ต.ค. 68

ด้านนายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากบริษัทฯ ได้เตรียมข้อมูลธุรกิจซึ่งมีความแข็งแกร่ง และแผนในการขยายธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะสามารถต่อยอดการเติบโตได้ในอนาคต ซึ่งบริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO และบริษัทย่อย ประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทสามารถจำแนกได้ 2 กลุ่ม คือธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ น้ำมันปาล์มดิบ หรือ Crude Palm Oil หรือ “CPO” เมล็ดในปาล์มอบแห้ง หรือ Palm Kernel หรือ “PK” นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิต เช่น กะลาปาล์ม ทะลายสับ เส้นใย และอื่นๆ และธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ โดยนำผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบมาหมักในบ่อด้วยจุลินทรีย์ เพื่อให้ได้ “ก๊าซชีวภาพ (Biogas)” สำหรับใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ทั้งเพื่อใช้ภายในกิจการและจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ตามวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ทั้งนี้ผลประกอบการของ SMO ในช่วงปี2565 – 2567 บริษัทมีรายได้รวม 6,870.42 ล้านบาท 5,894.14 ล้านบาท และ 6,261.09 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 129.52 ล้านบาท 218.78 ล้านบาท และ 259.62 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 1.89 ร้อยละ 3.71 และร้อยละ 4.14 ตามลำดับ และสำหรับงวด 6 เดือน ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 4,965.90 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเท่ากับ518.51 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 10.55

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัสจำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO ของ SMO เปิดเผยว่า บริษัท และที่ปรึกษาทางการเงิน รวมถึงกลุ่มสมอทอง มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการเดินทางไปนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนทั่วประเทศ โดย SMO เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง มีโครงสร้างฐานะการเงินที่มั่นคง มีความพร้อมในการขยายธุรกิจในอนาคต และด้วยความเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบที่มีประสบการณ์อยู่ในอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน มีความโดดเด่น ทำให้มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้

นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร และบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถในธุรกิจ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีพัฒนาการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และแข็งแกร่ง มีกำลังการผลิตรวม 240 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันปาล์มดิบอันดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศไทย นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม ในขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 14.38 เมกะวัตต์ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) รวม 12.7 เมกะวัตต์ มีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ

โดยบริษัทมีกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความแตกต่าง และความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมเพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งโรงงานในจุดยุทธศาสตร์ใกล้แหล่งวัตถุดิบ 4 แห่งประกอบด้วย 1. โรงงาน อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี 2. โรงงาน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี   3. โรงงาน จ.สระบุรี 4. โรงงาน AL จ.ชุมพร และการมีช่องทางในการขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขายและลดการพึ่งพิงการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยน้ำมันปาล์มยั่งยืน (Roundtable Sustainability Palm Oil: RSPO)

ในขณะที่วัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อลงทุนเพิ่มในธุรกิจผลิต และจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ โดยมุ่งเน้นการขยายโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบไปในพื้นที่อื่นนอกเหนือจากที่กลุ่มบริษัทมี ซึ่งเป็นธุรกิจที่กลุ่มบริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม และ/หรือ ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน ซึ่งเป็นการต่อยอดการผลิตภัณฑ์หลักของธุรกิจ และลงทุนในโครงการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินซึ่งเป็นเงินที่กู้ยืมมาเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการขยายกำลังการผลิตของกลุ่มบริษัท และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ

เปิดรับสมัครแล้ววันนี้! Chiang Mai Night Safari Cross-Country Run 2025

เตรียมพบกับงานวิ่งสุดพิเศษในบรรยากาศธรรมชาติท่ามกลางสัตว์ป่านานาชนิด
กับเส้นทางวิ่ง Cross-Country ที่สวยและท้าทายสุดในเชียงใหม่ 🌿✨
ประเภทการแข่งขัน
– ระยะ 10 กม. Cross-Country
– ระยะ 5 กม. Cross-Country
– ระยะ 1 กม. (Kids Race – วิ่งถนน)
วันแข่งขัน
Kids Race (อายุต่ำกว่า 12 ปี): วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 (17.00–18.30 น.)
ระยะ 5K / 10K: วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568
สถานที่: เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
ค่าสมัคร
– 1 KM (Kids Race) – 299 บาท
– 5 KM – 399 บาท
– 10 KM – 499 บาท
จำนวนจำกัดเพียง 100 คนต่อระยะเท่านั้น!
รีบสมัครก่อนเต็มนะ!
นักวิ่งทุกระยะจะได้รับ
เสื้อที่ระลึก + เหรียญรางวัล + ประกันอุบัติเหตุ
รางวัล
– 10 KM: ถ้วยรางวัลรุ่นอายุ อันดับ 1–3 (ชาย/หญิง)
– 5 KM: ถ้วยรางวัล Overall อันดับ 1–3 (ชาย/หญิง)
รับอุปกรณ์การแข่งขัน
ศุกร์ 28 พ.ย. 68: Decathlon Chiang Mai (10.00–17.00 น.)
https://maps.app.goo.gl/UfuaAL6q3jYgCosk9
เสาร์ 29 พ.ย. 68: เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี (10.00–18.00 น.)
https://maps.app.goo.gl/3A8jA4ovgoBWn8DMA
กำหนดการปล่อยตัว
– เสาร์ 29 พ.ย. 68 เวลา 17.00 น. – Kids Race 1 KM
– อาทิตย์ 30 พ.ย. 68
เวลา 07.00 น. – 10 KM
เวลา 07.15 น. – 5 KM
https://race.thai.run/nightsafaricrosscountryrun2025
แล้วพบกัน 29–30 พฤศจิกายน 2568
มาวิ่งไปพร้อมเสียงคำรามแห่งธรรมชาติที่ Chiang Mai Night Safari!

เชียงใหม่ เตรียมจัด ”โครงการวิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำปี 2568″

วันนี้ (11 ต.ค. 68) เวลา 10.00 น. นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน “โครงการวิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย ประจำ พ.ศ. 2568” ซึ่งสมาคมแม่บ้านมหาดไทยได้เตรียมจัดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ณ สวนสาธารณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (หลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่) เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจของประชาชน และต้อนรับการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
สำหรับ “โครงการวิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” จัดขึ้นโดยสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภายใต้การสนับสนุนของ กระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจของประชาชนควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแม่บ้านมหาดไทย หน่วยงานราชการ และประชาชนทั่วไป โดยรายได้จากการดำเนินโครงการฯ หลังหักค่าใช้จ่าย จะส่งมอบเป็นทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีผลการเรียนดี แต่มีฐานะยากจน ให้ได้รับโอกาสศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น รวมทั้งนำไปสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมสาธารณะกุศลของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย อีกด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือการเตรียมการจัดกิจกรรม และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมุ่งหวังให้สถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์คต่างๆ ในเชียงใหม่ ผ่านโครงการดังกล่าวให้เป็นที่รู้จัก อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น นอกจากนี้ยังได้มีการหารือด้านความปลอดภัยเพื่อดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการจัดกิจกรรม

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ห่วงใยชุมชนรอบสนามบิน สนับสนุนกองทุนช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบงบประมาณสนับสนุน “กองทุนช่วยเหลือประชาชนรอบสนามบิน” เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากการดำเนินงานของท่าอากาศยาน โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแม่เหียะร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบงบประมาณดังกล่าว ให้แก่ชุมชนหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 รวมจำนวน 45,000 บาท และชุมชนหมู่ที่ 5 จำนวน 50,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนของกองทุนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ถือเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2567 ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดสรรงบประมาณตั้งต้นกองทุนละ 50,000 บาท เพื่อเป็นการเริ่มต้นกลไกช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากอากาศยาน และเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานกับชุมชนโดยรอบ

กองทุนช่วยเหลือประชาชนรอบสนามบินจัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมรับฟังประเด็นปัญหาชุมชนรอบสนามบิน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองแม่เหียะ ภายใต้กรอบมาตรการเยียวยาเบื้องต้นจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้การดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของสนามบินเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยในระยะยาว ท่าอากาศยานเชียงใหม่จะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมภายหลังจากการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จสมบูรณ์

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้ความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบบนพื้นฐานของความเข้าใจ ความร่วมมือ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยจะดำเนินกิจกรรมสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของท่าอากาศยานเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่จัดพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และครอบครัวท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมทั้งส่วนราชการและผู้ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2568 โดยได้รับเมตตาจากพระสงฆ์จำนวน 10 รูป จากวัดสวนดอก พระอารามหลวง มาประกอบพิธีทำบุญและรับบิณฑบาต ณ บริเวณลานจอดรถบัส ด้านทิศใต้อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
วันนวมินทรมหาราช นับเป็นวันสำคัญของชาติ โดยหลังการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ต่อมาในปี พ.ศ.2560 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันหยุดราชการและวันสำคัญของชาติ และในปี พ.ศ.2566 ได้รับพระราชทานชื่อวันดังกล่าวอย่างเป็นทางการว่า “วันนวมินทรมหาราช” ตามพระราชวินิจฉัยที่ได้รับคำถวายจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสำคัญนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรของท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ขององค์กรและสังคมโดยรวม

 

เริ่มแล้ว งาน “กินเหนือ” เทศกาลอาหารและดนตรี ครั้งที่ 5

งาน “กินเหนือ” ครั้งที่ 5 เหนื้อ เหนือ เริ่มขึ้นแล้ว โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน

งานนี้รวมความอร่อยบันเทิงและความสุขสนุกสนาน ครบถ้วน จัดระหว่างในวันที่ 8 – 13 ตุลาคม 2568 ณ ลานกิจกรรมด้านหน้า เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟสฯ) เข้าฟรี!!! ชมฟรี!!! ทั้ง 6 วัน ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น.

ลิ้มชิมรสอาหารจากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ อาหารหลากหลายประเภทจากร้านอาหารชื่อดัง และ Food Truck รวมกว่า 100 ร้าน

สนุกสนานกับ ฟรีคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง
8 ตค. เดอะเพอะ
9 ตค. โอ๊ต ปราโมทย์
10 ตค. SL MUSIC
11 ตค. มนัสวีร์
12 ตค. มาลีฮวนน่า
13 ตค. จ๊ะ นงผณี

พร้อมสวนสนุก และมหกรรมธงฟ้าในงาน มาแอ่วกั๋นเน้อเจ้า