การศึกษา » มช. ติดอันดับ 49 ของมหาวิทยาลัยโลกด้านความยั่งยืน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 7.4 หมื่นล้าน

มช. ติดอันดับ 49 ของมหาวิทยาลัยโลกด้านความยั่งยืน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 7.4 หมื่นล้าน

28 ตุลาคม 2026
54   0

มช. ติดอันดับ 49 ของมหาวิทยาลัยโลกด้านความยั่งยืน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 7.4 หมื่นล้านเดินหน้าแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 14 ปั้นนวัตกรรมแบบมีส่วนร่วมที่ชุมชนใช้ได้จริง
เย็นวันนี้ (27 ต.ค. 69) ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ความสำเร็จในแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 13 จากความร่วมมือของมหาวิทยาลัย ชุมชน หน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่าย ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายสำคัญก่อนกำหนด โดยนอกจากการติดอันดับ 49 ของมหาวิทยาลัยโลกแล้ว ยังทำผลงานโดดเด่นในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ มช.ยังสามารถสร้างมูลค่าสะสมกว่า 7.4 หมื่นล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2566–2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6 หมื่นล้านบาท โดยประเมินทั้งผลกระตุ้นเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของมหาวิทยาลัย และผลตอบแทนทางสังคม หรือ SROI ซึ่งสะท้อนประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสังคม
สำหรับแผนพัฒนาการศึกษาฯ ระยะที่ 14 มช. จะมุ่งสู่ “Real World Impact” ด้วยการนำงานวิจัยไปแก้ปัญหาจริงร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย โดยหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ ระบบเตือนภัยโดยมีชุมชนเป็นฐาน สำหรับน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม โดยใช้กล้องและ AI ประเมินอัตราการไหลของน้ำ ซึ่งมีการนำไปใช้ในหลายพื้นที่เสี่ยง ทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่ บ้านปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม และตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย รวมทั้งสิ้นกว่า 6,000 ครัวเรือน รวมถึงชุมชนและองค์กรผู้ใช้น้ำในเชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน
ด้านสิ่งแวดล้อม มช. เดินหน้า Net Zero Campus โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่งเป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต ผ่าน CMU Carbon One ครอบคลุมทั้ง Solar Rooftop รถขนส่งมวลชนไฟฟ้า การจัดการขยะ พื้นที่สีเขียว ระบบกักเก็บพลังงาน และการกักเก็บคาร์บอน โดยช่วงตุลาคม 2568–กันยายน 2569 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 27,028 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ 54 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณที่คาดว่าจะปล่อยตามปกติ
นอกจากนี้ แผนฯ 14 ยังขยายงานวิจัยและนวัตกรรมใน 4 ด้าน ได้แก่ สุขภาวะ ความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการศึกษา–AI เพื่อสร้างประโยชน์ให้ประชาชนทุกช่วงวัย
อธิการบดีกล่าวอีกว่า ภายในปี 2575 มช. ตั้งเป้าสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่ขยายผลได้จริง มี SROI ไม่น้อยกว่า 5 เท่า และมุ่งสู่การจัดอันดับระดับสูงสุดด้านความยั่งยืนของ Times Higher Education Impact Rankings พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่มหาวิทยาลัย ชุมชน ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่ายร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในสังคม


google.com, pub-6600208183432506, DIRECT, f08c47fec0942fa0