สังคม » นทท.เตรียมสัมผัส งาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่

นทท.เตรียมสัมผัส งาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่

19 กุมภาพันธ์ 2026
66   0

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานประตูท่าแพ โดยมีนายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติ รัชมังคลาภิเษกเชียงใหม่ นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ หัวหน้าหอ จดหมายเหตุแห่งชาติ เชียงใหม่ และนายณัฐพงษ์ แมตสอง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ –  1 มีนาคม 2569นี้

กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ” เพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็งและสร้างรายได้ผ่าน Soft Power โดยเน้น 4 เสาหลัก คือ ทุนทางวัฒนธรรม ระบบนิเวศ คน และสินค้าบริการทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยยั่งยืน เน้นการ “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ส่งเสริมพลังวัฒนธรรมให้เกิดเป็นรายได้จริง และเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมใหม่ ๆ สร้างแลนด์มาร์กวัฒนธรรมไทยให้ทันสมัยเข้าถึงง่าย

กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ในฐานะหน่วยงานภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม มีภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกันในการดำเนินงานด้านมรดกวัฒนธรรมของชาติ  ได้ผลักดันนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นรูปธรรม นำไปสู่กิจกรรมส่งเสริม การท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยามค่ำคืน  ตามยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งมรดกวัฒนธรรม คือ กิจกรรมเปิดแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานในยามราตรี เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสวยงามของโบราณสถานในยามค่ำคืน ให้ได้เห็นภาพของโบราณสถานยามที่กระทบแสงไฟสาดส่อง ซึ่งเป็นภาพสวยงามที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

2. จัดเป็นครั้งที่เท่าไหร่ วัน เวลา สถานที่จัดงาน (กราฟิคแอ่วกุมกามบอกกิจกรรม) กิจกรรมนี้จัดเป็นครั้งที่ 3 งานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม ภายใต้ชื่องาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” ในวันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. – 21.00 น.  ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่

3. เวียงกุมกามมีความสำคัญอย่างไร/เหตุใดถึงเลือกจัดงานที่เวียงกุมกามเวียงกุมกาม ได้รับการขนานนามว่านครโบราณใต้พิภพ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในอดีต เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ที่พญามังรายโปรดให้สร้างขึ้น กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งบูรณะวัดร้าง (วิหารกานโถม ณ วัดช้างค้ำ)  และบริเวณโดยรอบเวียงกุมกามอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 จนถึง พ.ศ. 2545 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากมีความสมบูรณ์และเป็นแหล่งเรียนรู้การศึกษาด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม ตลอดจนวัฒนธรรมล้านนาในอดีต

เวียงกุมกามเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเล็งเห็นว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศาสนสถาน และโบราณสถานต่าง ๆ รวมถึงคาเฟ่และสถานบันเทิงมากมายในจังหวัด เพื่อเป็นการสร้างงานใหม่และสร้างรายได้ให้แก่คนในจังหวัด

กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้จัดทำแผนการบูรณะและแผนการฟื้นฟูเวียงกุมกาม รวมถึงมีแนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เวียงกุมกามเป็นทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางความรู้ และทุนทางเศรษฐกิจที่ทรงคุณค่าของเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป

4. กิจกรรมภายในงาน  มีอะไรบ้าง ช่วงเวลาจัดกิจกรรมในปีนี้อยู่ในห้วงบรรยากาศของการไว้อาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเดือนแห่งความรัก สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ จึงกำหนดธีมงานให้มีบรรยากาศแห่งความรักที่มีต่อแม่ของแผ่นดินภายในงานมีกิจกรรม ดังนี้

– เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญ อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาสมัยพญา

มังราย อายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ในบรรยากาศยามค่ำคืนที่ประดับตกแต่งด้วยไฟและผางประทีป

– ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ ละครเสภาขุนช้าง ขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี และชุด กษิรชลมณโฑ จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

– เยี่ยมชม “กาดกุมกาม@Love” อาหารและสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง

– เยี่ยมชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และนิทรรศการ “เวียงกุมกาม”

– เยี่ยมชมบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น สาธิตการทำดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอกแคทรียาควีนสิริกิติ์ การทำตาแหลว การเพ้นท์ร่ม

– เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม มากกว่า 120 ร้านค้า

5. กิจกรรมเด่นของงาน คือ กิจกรรมอะไร  การแสดงศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ ละครเสภาขุนช้าง ขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี และชุด กษิรชลมณโฑ จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

6. การแสดงศิลปวัฒนธรรม ทั้ง 3 วันนี้ ทำไมถึงเลือกตอนนี้ จัดแสดงวันไหน จำนวนนักแสดงประมาณกี่คน มีค่าเข้าชมหรือไม่อย่างไร การแสดงละครเสภาขุนช้าง ขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี และชุด กษิรชลมณโฑ จากสำนักการสังคีต  กรมศิลปากร ทั้ง 3 การแสดงนี้ มีเนื้อหาและเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และถวายเป็นการอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีการออกแบบ แสง สี เสียงประกอบการแสดงด้วยเทคนิคพิเศษให้เข้ากับฉากหลังที่เป็นโบราณสถานเวียงกุมกาม สำนักการสังคีต ได้จัดให้มีการแสดงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ดุจเดียวกับ “ยกโรงละครแห่งชาติออกไปหาประชาชน” เพื่อเผยแพร่การแสดงโขนซึ่งเป็นนาฏกรรมชั้นสูงของไทยให้ออกสู่สายตาประชาชน โดยการแสดงครั้งนี้ มีนักแสดง นักดนตรี และผู้ปฏิบัติงานมากกว่า 200 คน

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการแสดงละครเสภาขุนช้าง ขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด อานุภาพรามราชจักรี และวันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569 การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด กษิรชลมณโฑ

7. ชุมชนได้มีส่วนร่วม หรือได้อะไรจากการจัดงานครั้งนี้ อย่างไรบ้าง จากนโยบายดังกล่าวได้บูรณาการการดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมกับกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ประสานกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งนำองค์ความรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาสร้างผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม และสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนผลิตและมีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมโดยชาวบ้านในชุมชน ซึ่งในงานจะพบกับการสาธิตทำตาแหลว เพ้นท์ร่ม สวยดอกไม้ ตุงไส้หมู การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง การจำหน่ายอาหารพื้นถิ่น  โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจวัฒนธรรมผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ชุมชนผลิตขึ้นเอง

8. ประชาสัมพันธ์การเดินทาง ที่จอดรถ (จอดบริเวณไหน/ความปลอดภัย) มีห้องน้ำบริการหรือไม่ จุดใด ผู้ร่วมงานสามารถจอดรถได้ 6 จุดเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ได้แก่ (1) ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม (2) เทศบาลท่าวังตาล (3) ฌาปนสถานบ้านเจดีย์เหลี่ยม (4) วัดช้างค้ำ (กานโถม) (5) วัดธาตุขาว และ (6) วัดเจดีย์เหลี่ยม

ในปีนี้มีจุดจอดรถเพิ่มเติม คือ โกลบอลเฮ้าส์ สาขาเวียงกุมกาม ซึ่งเป็นการสนับสนุนจากภาคเอกชนในพื้นที่ และได้รับความอนุเคราะห์จากสถานีตำรวจภูธรสารภีและหน่วยงานในพื้นที่ อำนวยการสะดวกด้านการจราจร

ทุกจุดจอดรถมีบริการรถรางรับส่งฟรีและมีรถแดง รับ-ส่งฟรี ไว้บริการในเส้นทางโดยเริ่มต้นที่ลานจอดรถโกลบอลเฮ้าส์ สาขาเวียงกุมกาม

บริเวณพื้นที่จัดงาน คือ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง มีห้องน้ำบริการสำหรับประชาชนและห้องน้ำสำหรับคนพิการ

9. เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever”/การแต่งกาย ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงาน “แอ่วกุมกามยามแลง ในดวงใจนิรันดร์ Love and Forever” สามารถเข้าร่วมงานได้ในวันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 21.00 น. ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง

เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และขอเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานแต่งกายชุดพื้นเมือง ชุดผ้าไทย หรือชุดผ้าถิ่น สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ โทร 053 222 262

google.com, pub-6600208183432506, DIRECT, f08c47fec0942fa0