เศรษฐกิจ » เชียงใหม่ชูแต้มต่อบนเวทีโลก ล่าสุด Forbes ยกเป็น 1 ใน 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Digital Nomad และ Creator ปี 2026

เชียงใหม่ชูแต้มต่อบนเวทีโลก ล่าสุด Forbes ยกเป็น 1 ใน 8 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Digital Nomad และ Creator ปี 2026

26 พฤษภาคม 2026
114   0

จังหวัดเชียงใหม่ประกาศศักดาบนเวทีโลกอีกครั้ง หลังนิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลกอย่าง Forbes ได้จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทางคนทำงานดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 ร่วมกับหมุดหมายระดับโลกอย่าง เมเดยิน (โคลอมเบีย), เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้), ลิสบอน (โปรตุเกส), บาหลี (อินโดนีเซีย), เม็กซิโกซิตี้ (เม็กซิโก), โตเกียว (ญี่ปุ่น) และเบอร์ลิน (เยอรมนี) ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนเมืองภายใต้วิสัยทัศน์ทุนทางปัญญาและความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

รายงานจาก Forbes ระบุว่า พฤติกรรมของกลุ่ม Digital Nomad ในปี 2026 ได้ยกระดับสู่การเป็น “ผู้ประกอบการดิจิทัล” (Digital Entrepreneur) ซึ่งการเลือกจุดหมายปลายทางในการพำนักระยะยาวไม่ได้มองเพียงแค่ค่าครองชีพที่สมเหตุสมผลหรือสภาพอากาศที่ดีเท่านั้น แต่เน้นความสำคัญของเมืองที่มีระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพสูง เอื้อต่อการเติบโตทางธุรกิจ การสร้างรายได้ และการสร้างเครือข่ายคอนเนกชัน ซึ่งเชียงใหม่มีความโดดเด่นอย่างยิ่งด้านการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง Co-working Space ที่ทันสมัย วัฒนธรรมร้านกาแฟที่เอื้อต่อการทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้การสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบโลเคชันอิสระ เป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพ

จากผลลัพธ์การจัดอันดับระดับโลกในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองบนเวทีสุดยอดผู้นำไมซ์ (MICE City Summit 2026) ที่จังหวัดเชียงใหม่ในฐานะไมซ์ซิตี้ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเมืองด้วยทุนสร้างสรรค์ หรือ Creative Capital รวมทั้งคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ต่าง ๆ โดยในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์แล้ว อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) จะสามารถเข้ามาขับเคลื่อนและเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสการเติบโตและต่อยอดกลุ่มคนทำงานศักยภาพสูงเหล่านี้ผ่าน 3 แนวทางเชิงกลยุทธ์ ได้แก่

1. ด้านการสร้างเวทีเครือข่ายสากล ด้วยการยกระดับเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการจัดงานประชุมและเวทีพบปะเจรจาธุรกิจ ในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเหล่าครีเอเตอร์ต่างชาติเข้ากับผู้ประกอบการและนักลงทุนในท้องถิ่น
2. ด้านการส่งเสริมเทศกาลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Festival Economy ด้วยการสนับสนุนและยกระดับงานแสดงสินค้า รวมถึงงานเทศกาลเฉพาะกลุ่มที่นำทุนทางวัฒนธรรม Soft Power และงานฝีมือล้านนามาผสานเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์ไมซ์รูปแบบใหม่ที่ดึงดูดนักเดินทางกำลังซื้อสูง
3. ด้านการพัฒนาสู่ Global Association Hub เพิ่มโอกาสในการดึงงานประชุมของสมาคมวิชาชีพและองค์กรนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเทคโนโลยีเข้ามาจัดในพื้นที่ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาวและกระตุ้นรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก

การที่เชียงใหม่ได้รับการยอมรับจาก Forbes ในครั้งนี้ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญและเป็นนิมิตหมายอันดีในการฉายภาพความพร้อมของเมืองสร้างสรรค์ที่มีชีวิต และพร้อมที่จะนำมุมมองการพัฒนาเหล่านี้ไปเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงาน MICE City Summit 2027 ในปีหน้าต่อไปอีกด้วย

google.com, pub-6600208183432506, DIRECT, f08c47fec0942fa0