
“ พิธียกเบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตร 5 ชั้น) และนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตร 9 ชั้น) เป็นพระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงพระเกียรติยศสูงสุด สถิตเหนือพระโกศ (พระศพ) หรือพระพุทธรูปสำคัญ ฉัตร 9 ชั้นนั้นสงวนไว้สำหรับพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ แต่มีกรณีพิเศษที่ทรงถวาย 9 ชั้นแด่สมเด็จพระพันปีหลวง (ในหลวง ร.9 ทรงถวาย) และมีพระราชพิธีถวาย 7 ชั้น (สัปตปฎลเศวตฉัตร) แด่พระบรมวงศานุวงศ์อื่นๆ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงพระบรมราชอิสริยยศอันยิ่งใหญ่และสืบทอดมาแต่โบราณ ”
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ณ วิหารลายคำโบราณ เฉลิมพระเกียรติ วัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเจ้าอาวาส วัดยางกวง พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทธิวาที (พระฟลุ๊ก) นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ คุณกชพร เวโรจน์ (มาดามหยก) และประชาชนทั่วไป ร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพิธียกเบญจปฎลเศวตฉัตร ถวายกางกั้นเหนือ พระพุทธศักดิ์สิทธิ์ (พระประธานในวิหารลายคำ อายุ 729 กว่าปี) ที่ทรงพระกรุณาฯ โปรดเกล้า ให้บูรณะปฏิสังขรณ์
สำหรับประวัติของวัดยางกวงนั้น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในยุคแรกของราชวงศ์มังราย เดิมชื่อ “วัดหน่างรั้ว” ซึ่งเป็นจุดที่พญามังรายเคยใช้ตั้งค่ายก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ ต่อมามีการบูรณะและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดยางกวง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บูรณะจากเชียงตุง จากนั้นเคยเป็นวัดร้าง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูจากการเป็นวัดร้างในปี 2549 จนกลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจและสำนักปฏิบัติธรรมสำคัญในปัจจุบัน


